ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

NDS

Disgaea DS เป็นเกมที่พอร์ตมาจากเกมที่ชื่อเดียวกันบน PS2 ซึ่งก็ได้พอร์ตลงเครื่อง PSP ด้วย มันเรียกได้ว่าเป็นเกมแถวหน้าของค่าน Nippon Ichi Software หรือ NiS ส่วนตัวเกมก็เป็นแนว Strategy RPG หรือที่เรียกกันบ้าน ๆ ว่าวางแผนการรบนั่นเอง

เนื้อหาของเกมก็เริ่มต้นด้วย ลาฮาล เจ้าชายปีศาจ ตื่นขึ้นมาจากการนอนกลางวัน แต่พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าหลับไปสองพันปีแถมยังมี เอทน่า บริวาลสาวกำลังเตรียมเชือดตัวเองตอนหลับอยู่ ลาฮาลพบว่าพ่อตัวเองที่เป็นราชันย์ปีศาจได้ตายไปแล้วเพราะขนมปังกรอบติดคอ ลาฮาลจึงเตรียมตัวที่จะสถาปนาตนเองเป็นราชันย์คนใหม่ แต่แน่นอนใคร ๆ ก็วางแผนจะเป็นราชันย์กันทั้งนัั้น

หลังจากนั้น ฟลอน นางฟ้าฝึกหัดก็ได้รับมอบหมายให้มาสังหารราชันย์ปีศาจ ฟลอนจึงลงมายังโลกปีศาจ แล้วทั้งคู่ก็ได้เจอหน้ากันครั้งแรกกับชายหนุ่มที่ผู้รู้จักแต่ความชั่วกับหญิงสาวผู้รู้จักแต่ความรัก รวมถึงการเข้ามาของมนุษย์โลก

 

จุดเด่นหลักของ Disgaea ที่เห็นได้ชัดเป็นอันดับแรกคือ เนื้อเรื่อง ถ้าหากคุณเล่นโดยไม่สนใจเนื้อเรื่องของเกมนี้ เกมนี้ก็คงเป็นเกมอะไรที่พูดยาวชะมัด แต่หากได้ลองอ่านเนื้อเรื่องแล้วจะพบว่าถึงแม้เนื้อเรื่องของเกมนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและมุกขำ ๆ มากมาย ตั้งแต่เนื้อเรื่องยังคำอธิบายไอเท็ม

ด้านระบบเกมก็เป็นแบบใส่คำสั่งเดินลุยธรรมดา แต่ทวีความซับซ้อนด้วยระบบต่าง ๆ เช่น ระบบโยนเพื่อน โยนสัตรู ระบบคอมโบต่อเนื่อง ระบบลูกน้อง การเก็บเลเวลให้กับสกิลเพื่อที่จะใช้ท่าที่แรงขึ้น รวมถึงระบบอย่าสภาที่เอาไว้ยื่นคำร้องต่าง ๆ เพื่อขอโบนัสพิเศษ หรือ เปิดฉากใหม่ ๆ, ระบบการสร้างตัวละครเอาไว้ใช้ต่อสู้, ระบบการเกิดใหม่เพื่อค่าสเตตัสที่ดีกว่าเดิม หรือระบบไอเท็มเวิลด์ และอื่น ๆ อีกมากมายหลายสิ่ง

เรียกได้ว่าเกมนี้มีความซับซ้อนทางด้านระบบไม่น้อย ซึ่งหากจะเล่นจนเข้าใจทะลุถ่องแท้คงใช้เวลานาน และที่สำคัญเกมนี้เก็บเลเวลค่อนข้างช้า จึงต้องรู้และเข้าใจระับบหากจะเล่นให้เคลียร์ทุกด่านลับ โดยเฉพาะบอสที่มีชื่อว่า Baal ที่ผมขนาดใช้ิอำนาจมืดใส่สูตรเพิ่ม exp 24เท่า เลเวลประมาณสี่พัน ก็ยังโดนมันตบตายหง่อยกระรอก

มาว่าถึงเรื่องการพอร์ตบ้าง ผมว่าอย่างแรกเกมแนว STG เหมาะสำหรับการเล่นบนเครื่องพกพาไม่น้อย โดยเฉพาะเกมนี้ เพราะเล่นนานมากกกกก เวลานั่งเบื่อก็เข้าไปตบกับศัตรูเลเวลสูง ๆ กว่าจะสู้กับเสร็จก็เกือบครึ่งชั่วโมง (เล่นจนลืมว่าตอนนี้ในเกมเนื้อเรื่องถึงไหนแล้ว)และอีกอย่างการที่ Nintendo DS มีสองจอก็ช่วยให้เกมนี้เล่นง่ายขึ้น เพราะ Disgaea DS ไม่ได้ใช้อีกจอนึงเพื่อเรื่องไร้สาระอย่างเกมบางเกม แต่มันช่วยโชว์แผนผังบ้าง ปุ่มคำสั่งบ้าง หน้าจอสเตตัสบ้าง เรียกว่าช่วยทำให้สะดวกในการเล่นขึ้นบ้าง

ถึงแม้ว่าด้านภาพและเสียงจะถูกตัดทอนลงไป โดยเฉพาะด้านเสียงซึ่งก็คงจะ full voice เหมือนต้นฉบับไม่ได้ แต่บน DS ก็ยังมีของแถมอย่างตัวละครลับ สาวน้อยหูกระต่ายโมเอะ ให้เล่น หรือ ออฟชั่น Prinny Comment ที่เวลาอ่านเนื้อเรื่องไป พรินนี่ก็จะโผล่ออกมาจากจอข้างบนแล้วก็บ่นอะไรไร้สาระไปซึ่งก็ตลกดี รวมถึง multi ending อีกมากมายที่มีให้คุณเลือก

สำหรับข้อเสียคือตัวเกมก็ยังมี glitch อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้กระทบอะไรกับการเล่นมาก และการที่ต้องวนเวียนแต่อยู่ในปราสาทก็ทำให้ดูอุดอู้ไปหน่อย 

Disgaea เดิมทีก็เป็นเกมที่สนุกอยู่แล้ว ทั้งด้านระบบที่ดึงดูด เนื้อเรื่องที่ทั้งสนุกและน่าติดตาม ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เสียงพากย์อังกฤษก็ทำได้ดีจนนึกว่าบางเสียงเป็นเสียงญี่ปุ่น (แต่ก็น่าจะมีคนทำ undub นะ) และไม่รู้ว่าเป็นแค่เวอร์ชั่นอังกฤษหรือเปล่า แต่เพลงจบนั้นกลับไม่มีเสียงร้อง แต่ถึงยังไงสำหรับชาว DS นี่ก็เป็นเกมดี ๆ อีกเกมนึงที่น่าเล่น

 

Disgaea เป็นอีกเกมที่ทำให้ผมประทับใจ ผมชอบประทับใจกับอะไรที่มีการเติืบโตของตัวละคร เกมนี้ก็เหมือนกัน ตัวละครหลักต่างก็เติบโตและเรียนรู้ในการเป็นผู้ใหญ่และการเปิดกว้างทัศนคติอันคับแคบของตัวเอง ความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละคนที่นำพาไปสู่ทั้งความวุ่นวายและการเดินหน้า ผมชอบฉาก good-end ของเกมนี้นะ แต่ชอบฉาก normal-end มากกว่า เพราะถึงแม้ว่าบางทีคนเราจะโง่เขลาจนสูญเสียอะไรบางอย่างจะไม่มีทางไขว่ขว้ากลับคืนมาได้ แต่เราก็ยังอาจจะมีโอกาสแก้ไขใหม่ถึงแม้ว่าจะต้องรอนานและนานเสียเหลือเกิน

ภาคนี้มีฉบับอนิเมชั่นด้วยแต่เนื่องจากคุณภาพที่แย่กว่ามูฟวี่ openning ทำให้ผมไม่ค่อยอยากจะดูต่อซักเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่ายังไงก็คงจะดูให้หมดซักวัน แล้วในขณะนี้ ภาคสองก็พอรืตลงมาเครื่อง PSP แล้ว ก็รออยู่ว่าคราวนี้ DS จะได้อานิสงค์ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่เช่นนั้นก็คงจะต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเล่นภาคนี้บน PS2 แทน