Films

"ข้าไม่กลัวหน้าตาที่น่าเกลียดของท่าน สิ่งที่น่าหวาดหวั่นคือจิตใจอันบิดเบี้ยวของท่านต่างหาก"

แ ฟนท่อม คือ เรื่องเล่าจากนิยาย.. สืบต่อเป็นละครบรอดเวย์อันโด่งดัง และ ยังคงสืบเล่าต่อ ๆ กันมา แต่ในนามของฆาตกรปีศาจในโรงละคร มิใช่บุรุษผู้อัปลักษณืที่โหยหาความรัก
บุรุษผู้อยู่ภายในโรงละครด้วยใบหน้าที่น่าเกลียดชัง เขาคือความมืด แต่สำหรับ คริสติน เขาคือเทพแห่งดนตรี
เธอเคารพเขา แต่เธอไม่ได้รักเขา
เขารักเธอ และเขาโหยหาเธอ
บทเพลงทุกบทเพลงเขาร่ำร้องให้แก่เธอ
แต่เธอทุกบทเพลงเธอร่ำร้องให้ทุกคน... ไม่ใช่ให้เพียงเขาผู้เดียว
แ ฟนท่อมผู้น่าเศร้า ผู้ที่ไม่รู้จักโลกกลม ๆ ผู้ที่ไม่รู้จักมนุษย์ ผู้ไม่รู้จักแสงสว่าง เพียงรู้จักแต่ความมืดสลัว กับ ความโหดร้าย ผู้ที่สามารถได้มาโดยการแย่งชิง

เดอะ แฟนท่อม ออฟ ดิ โอเปร่า ผลงานในรูปแบบภาพยนตร์ชิ้นล่าสุดนี้ แม้ตามสายตาของหลายคนอาจจะเทียบไม่ได้กับแบบต้นฉบับดั้งเดิม แต่ก็ไม่เลวร้ายนัก
บทเพลงโอเปร่าถูกขับร้องตลอด และ เป็นการขับร้องตอบโต้กันเป็นบทสนทนา นัยหนึ่งทำให้มันดูลึกล้ำและสวยงามกว่าคำพูด แต่อีกนัยมันก็ทำให้ดูเยิ่นเย้อจนเกินความพอดีเช่นกัน หลายคนอาจจะพลาเบื่อจนหลับกันได้ง่าย ๆ
บทเพลงเดี่ยวหลายครั้งที่ขึ้นต้น ด้วยทำนองเอื่อยเชื่อยเชื่องช้าดูน่าหลับไหล และ ถูกเล่นบ่อยซ้ำไปซ้ำมาเพียงเปลี่ยนเนื้อร้องเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าตื่นใจก็คือการร้องคู่ และ ร้องหมู่ ที่ถึงแม้อาจจะยังไม่ดีมาก แต่ก็ยังฟังดูไพเราะ
ศิลป์ที่งดงามและตระการตา สีหมองหม่นเหมาะกับความมืดมิดและหม่นหมองของหนัง
เพียงแค่นี้อาจจะเพียงพอสำหรับการฟังบทเพลงอลังการและภาพอันสวยงาม แล้วเนื้อเรื่องละ...
แ ฟนท่อมในรูปแบบนี้อาจจะเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับผู้ที่เคยชมผลงานสมัยก่อ น หลายคน แฟนท่อมที่ใบหน้าดูหล่อเหลา น่าหลงใหลและน่าเกรงขราม กว่าราอูล พระเอกของเรื่อง
ความสัมพันธ์ของทั้งสามที่คลุมเครือ บางครั้งก็ดูไร้เสน่ห์ ต่างจากตัวละครประกอบหลายคนที่เป็นเสน่ห์คอยเติมให้หนังเรื่องนี้ไม่น่าเบื่ อจนเกินไป ฉากที่สนุกที่สุดคือฉากที่ตัวละครหลายตัวได้รับจดหมายจากแฟนท่อม ส่วนฉากที่ควรจะซาบซึ้งก็ไม่สามารถที่จะทำได้ดีพอ แต่ทว่าความตื่นเต้นในหลายฉากก็สามารถจะทำได้ดี
น่าเสียดายที่น่าจะมีบรยากาศของความสยองขวัญอยู่อีกเสียหน่อย

แต่สิ่งที่ดูล้ำลึกและน่าสนใจนั้นคือตัว และ จิตใจของแฟนท่อม และ ความสัมพันธ์ของเขากับตัวละครอื่นอย่างคริสทีน
แ ฟนท่อมสมควรจะเป็นปีศาจจริงหรือ สิ่งที่เขาทำไปน่าเห็นใจหรือเปล่า แล้วเขาสมควรที่จะได้รับความรักมาครอบครองไหม ความรู้สึกของเธอมีต่อเขาคืออะไร...
อาจจะด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่เล่าต่อกันมานานและยังไม่ลืมเลือนไป

แ ม้ว่าเขาอาจจะจิตใจไม่งดงาม เหมือนอสูรผู้ดูโหดร้ายใน Beauty and the Beast และ สุดท้ายอาจไม่สามารถที่จะกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามก็ได้ แต่หากว่าสิ่งที่เขาได้รับคือความรักและความอ่อนโยน อาจจะเปลี่ยนแปลงปีศาจผู้นี้ให้เป็นเจ้าชายสำเร็จก็เป็นได้

Crying out love , in the center of the world

posted on 24 Dec 2005 20:27 by nighty  in Films

ไปดูมาแล้ว... ไม่ได้เป็นหนังที่เมโลดราม่าจนเรียกน้ำตาได้ทุกวัย แต่สำหรับผมมันคือความประทับใจ...

อีก 10 ข้างหน้า ผมสัญญากับตัวเองว่าจะดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องในบลอคของผม

เพลงประกอบ Hitomi wo Tojite

ฉบับหนังสือ

เพลงที่ไม่มีชื่อ

บลอคอื่น
แคทคุง
merveillesxx

(spoiler)

ป ี 2003... วันนี้ก็เหมือนกับวันนั้นเลย ไต้ฝุ่นหมายเลข 29 ผ่านเข้ามา ทำให้การเดินทางเป็นอัมพาตหมด.. แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ต่างไป คนที่อยู่ข้างกายผมตอนนี้ไม่ใช่เธอคนนั้น...

ผมคิดว่าผมนั้นลืมเธอไปแล้ว... ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเท่าที่ผมกำลังยืนอยู่บนโลกใบนี้

ตอนนี้... สองหูของผมกำลังฟังเสียงของเธอ ผ่านทางเทปคาสเซตต์เก่า ๆ เสียงของเธอ และ เรื่องราวของเธอที่จากโลกใบนี้ไปแล้ว

ป ี 1986 ผมเจอเธอที่กำลังดักรอผมอยู่ที่บันไดหิน หลังจากนั้นวันหนึ่งในขณะที่กำลังจะกลับบ้านเธอบอกว่าให้ส่งไปรษณีย์บัตรแข่ งกันเพื่อชิงของรางวัลคือวอลค์แมนในรายการวิทยุมิดไนท์ เวฟ

ผมเขียนเรื่องโกหกลงไป... ผมคิดเสมอว่าเป็นเพราะไปรษณีย์บัตรแผ่นนั้น ที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมาน

มันเป็นความผิดของผมเองที่ทำให้ผมกับเธอไม่อาจจะอยู่เคียงข้างกันได้อีกแล้ว

ปี 2003 ก่อนวันแต่งงาน ฉันกำลังเก็บของเตรียมตัวย้ายบ้าน ในขณะที่ฉันกำลังเอาเสื้อในวัยเด็กมาดูเล่น ฉันก็พบบางสิ่ง

เทปคาสเซตต์ม้วนหนึ่ง ฉันอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่ามันคืออะไร... ฉันลองหาซื้อวอลค์แมนเล่นเทปคาสเซตต์มาฟัง

ทุกสิ่งหวนกลับมา... ฉันร้องไห้แล้วหลับตาลง

ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

世 界の中心で、愛をさけぶ (Sekai no chûshin de, ai wo sakebu) หรือ Crying out love in the center of the world (** เข้าใจผิดมาตลอดว่าความหมายของมันคือเรียกร้องหาความรัก แต่ที่จริงแล้วความหมายของมันคือตะโกนรักนั้นออกไป **) (ขอเรียกสั้น ๆ ตามฉบับญี่ปุ่นว่า "เซไค ไอ" ) สร้างจากหนังสือขายดี (เขาบอกว่า) ของประเทศญี่ปุ่น โดย เคียวอิจิ คาตายามะ ซึ่งสร้างทั้งเป็นภาพยนตร์ ละคร และ หนังสือการ์ตูน ซึ่งแต่ละอย่างต่างก็มุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่าง ๆ กัน ในหนังสือจะเน้นไปที่ "ความรัก" ภาพยนตร์จะเน้นที่ "ความทรงจำ" และ ละครจะมุ่งไปที่ "ชีวิต"

แ ม้ เซไค ไอ จะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาแน่น เข้มข้น นัก หลายอย่างที่ควรจะมีในหนังสือกลับไปอย่างน่าเสียดาย (แต่ก็ได้หลายสิ่งเข้ามาแทน) แต่เรื่องบรรยากาศหนังเรื่องนี้ไม่แพ้ใครรวมทั้งภาพที่สวยงามราวกับความทรงจ ำ

เซไค ไอ เต็มไปด้วยภาพแห่งความทรงจำ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับเด็กหรือวัยรุ่น เช่นเดียวกับ แฟนฉัน ที่ผู้ชมอายุน้อยไม่อาจที่จะเข้าถึงได้เท่ากับผ้ชมที่เคยผ่านประสบการณ์มา เซไค ไอ เช่นเดียวกัน ผู้ที่ชมควรจะเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือ ความทรงจำที่เจ็บปวด เพราะตัวละครในเรื่องไม่ว่าจะเป็น ซาคุทาโร่ หรือ ริทซึโกะ ต่างก็เคยเจ็บปวดกับความทรงจำแสนสุขที่เคยมี

เพราะมีความทรงจำจึงเจ็บปวด... แต่ทุกคนก็อยู่ได้ด้วยความทรงจำ

ฉ ากที่ผมชอบฉากหนึ่งคือฉากในโรงยิม ราวกับว่าอากิยังคงอยู่ถึงตรงนั้น... แม้ว่าความจริงมันอาจเป็นแค่ความคิด หรือ ภาพอันเพ้อฝัน แต่ว่า เสียงของเธอ ตัวตนของเธอนั้นปรากฏอย่างเด่นชัด ความเจ็บปวด... ซากุทาโร่พยายามจะหลีกหนีจากความทรงจำ บางทีเขาอาจจะลืมมันได้แล้ว และ เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองช่างโง่เขลาเพียงใดที่ลืมสิ่งที่มีค่าที่สุดไป

แต่ว่า...

ชีวิตจะคงดำเนินต่อไป โดยมีความทรงจำเป็นเส้นทางที่เราเดินผ่านมา

ค วามทรงจำจะคงอยู่กับเราตลอด เราไม่สามารถหลีกหนีมันพ้นไปได้ แต่หากเรายอมรับมัน... มันก็จะกลายเป็นเส้นทางใหม่ที่คอยถมทางที่ขรุขระหรือขาดหายไปให้เราก้าวต่อไ ป

 

ใจกลางโลก.. คือที่ไหน?
คำของร้องสุดท้ายของอากิคือช่วยเถ้านำกระดูกของเธอไปโปรยที่ใจกลางโลกที
แต่ว่า... ใจกลางโลกของอากิคืออุลูรู
ผมคิดว่าซาคุทาโร่กับริทซึโกะคงจะคิดเหมือนผม หากอุลูรูคือใจกลางโลก ใจกลางของโลกก็คือความตาย
หากเป็นเช่นนั้น... อากิก็คงจะตายไปจริง ๆ

ภาพยนตร์อาจจะทำให้ผมร้องห่มร้องไห้ไม่ได้ แต่ตอนที่ผมดูจบผมก็รำลึกขึ้นกับตัวเอง
ทั้งความเหงา ทั้งความทรงจำ
ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่เจ็บปวด หรือ ทรมาน แต่ท้ายที่สุดมันก็คือความงดงาม
ทั้งซาคุทาโร่ และ ริทซึโกะ ต่างก้ได้เรียนรู้จากมันแล้ว


หมายเหตุ :
ซับไตเติ้ลฉบับหนังโรงแปลได้โครตห่วย
ฟิลม์ภาพในโรงอนาถามาก...
หนังสือ ภาพยนตร์ และ ละคร ต่างกันราวกันเหมือนเป็นคนละเรื่อง