[FANFIC] EDGE OF TOMORROW - Edge of Memory [Cage-Skinner]

posted on 18 Jun 2014 11:46 by nighty in Fiction

สิ่งที่ข้าสามารถเชื่อใจได้มีเพียงแค่ตัวข้าเองเท่านั้น ถึงแม้ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไร แต่คนอื่นก็คือคนอื่น มันไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่าข้าเคยเจ็บปวดเพียงใด เจอความทรมานแค่ไหน และแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างไร


ไม่จำเป็นเลยที่พวกมันต้องรู้ พวกมันเองก็เช่นกัน แม้ว่าพวกเราจะเป็นสหายร่วมศึก แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้เรารักกันปานจะกลืนกิน พวกเราต่างมากันที่นี่เพราะมีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้น และด้วยเหตุผลนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องหันไปมองในอดีตของคนอื่น


และไม่มีความจำเป็นที่ต้องพูดถึงเรื่องอนาคต ทุกอย่างมันดำสนิทไปเนิ่นนาน เหตุผลที่เรามีอยู่ตอนนี้คือปัจจุปัน ข้าไม่เคยคิดที่จะหลบหนี เพราะสำหรับข้าแล้วที่ที่ข้าเหยียบนี้คือโลกใบเล็กๆ ของข้า เป็นที่ที่ข้ามีชีวิตอยู่ และมันจะเป็นเช่นนั้นไปจนตาย


ดังนั้นข้าจึงเกลียดไอ้คนที่ดีแต่หนีเป็นที่สุด โดยเฉพาะพวกสำอางหรือลูกผู้ดีตะแคงตีเดินที่ดีแต่เสวยสุขในผืนแผ่นดินที่คนอื่นสร้างขึ้นมา เห็นแบบนั้นแล้วข้าอยากจะที่จะฉุดลงมาอยู่ที่เดียวกับพวกข้าเหลือเกิน


เพราะงั้นข้าจึงดีใจไม่น้อยที่เห็นเจ้าทหารใหม่ที่ดูผู้ดีนัก เห็นบอกว่าเป็นพวกหนีทหารและยังเอาชุดของยศที่สูงกว่ามาใส่ พอข้าเห็นแบบนั้นแล้วก็ยิ้มเยาะในใจ


ต่อมาเจ้านั่นเริ่มทักทายทุกคนในหมู่ ท่าทีเป็นมิตรจนน่าขนลุกของมันเห็นแล้วทำให้ข้ายิ่งหมั่นไส้ นึกภาพไม่ออกว่ามันใช้คำพูดไปประจบสอพลอเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นมามากมายขนาดไหน หลังจากทักทายคนอื่นเสร็จแล้วมันก็หันมาทักทายข้า ข้าจับมือกับมันพอเป็นพิธี แต่ที่แปลกคือมันดูจะใช้เวลากับข้ามากเป็นพิเศษ


“คุณคงจะเป็นสกินเนอร์”


ใช่แล้ว ข้าคือสกินเนอร์ ถึงมันจะชวนประหลาดใจที่มันรู้จักชื่อข้าแต่ข้าก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมากนัก ผ่านไปไม่นานก็ได้เวลาไปออกกองซ้อมตามตารางเวลา สำหรับเจ้ามาใหม่นั่นข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะไปได้ซักกี่น้ำ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็พบว่ามันทำได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้ไม่เลวเหมือนกัน


“ใช้ได้เหมือนกันนี่หว่าไอ้ไก่อ่อน” ข้าพูดจาท้าทายมันไป มันเลยตอบกลับมาว่า อ่อนไม่อ่อนก็ถามแม่นายดูสิ เมื่อได้ยินแบบนั้นข้าก็ยัวะจัดจะเข้าไปซัดมันแล้ว แต่แนนซ์ห้ามเอาไว้เพราะเดี๋ยวถ้าเจ้าฟาร์เรลมาเห็นก็จะพาซวยกันหมด


ข้าเลยบอกให้มันมาเจอข้าที่ด้านหลังค่ายอย่างเงียบๆ ไม่ให้คนอื่นรู้เพราะขืนรู้พวกผีพนันมันจะเอิกเริกแห่กันมาให้โดนจับได้อีก ข้าอยากที่จะสั่งสอนมันเงียบๆ จนต้องนอนจุกไปทั้งคืน


มันเดินมาที่นัดหมายโดยที่ไม่รู้สึกเกร็งหรือกลัว ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างมันจะชกต่อยเป็นกับเขาไหม เมื่อมันมาแล้วข้าก็ตั้งท่าพร้อมและพุ่งเข้าไปหามัน



แปลกจังวะ


ข้ารู้สึกแปลกใจมากที่มันสามารถหลบหมัดของข้าได้หมดจนข้าเหนื่อยหอบ ทั้งๆ ที่มันยังไม่ได้ลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ แต่ตัวข้ากลับเจ็บตัวด้วยการล้มลุกคลุกคลานมาหลายรอบ


“พอได้แล้วน่า” มันพูด และนั่นทำให้ข้าเดือดและวิ่งกระโจนเข้าไปหามัน มันเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายเหมือนเดิมหนำซ้ำระหว่างนั้นยังออกหมัดเข้าที่ท้องของข้าอย่างจัง


ข้าจุกจนขดตัวงอลงที่พื้น ไอ้เวรตะไลนั่นอัดซะเต็มแรง เมื่อเห็นข้าล้มลงไปอย่างนั้นมันเลยเดินเข้ามาใกล้ๆ คงเพื่อที่จะมากระทืบซ้ำ แต่กลับไม่ใช่ มันยื่นมาที่ข้าเหมือนจะช่วยให้ข้าลุกขึ้น เมื่อเห็นแบบนั้นข้าเลยพยายามจะลุกขึ้นมาเองแต่เมื่อไม่ไหว มันยังคงยื่นมืออยู่มาหาข้าอยู่ ข้ากัดฟันด้วยความเจ็บใจก่อนที่จะคว้ามือมันเพื่อให้มันช่วยดังตัวข้าขึ้นมา


“ไม่เลวนี่หว่า” ข้าพยายามเค้นเสียงพูดออกมา เมื่อข้าพูดอย่างนั้นมันก็ตอบรับด้วยการยักไหล่


“นายมือตกไปเยอะเลยนะสกินเนอร์”


“ทำไมแกพูดเหมือนรู้จักข้าเลยวะ” ข้าถามด้วยความสงสัย มันเลยให้คำตอบข้าด้วยคำตอบง่ายๆ แต่ข้าเชื่อสนิทเพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้


“ไม่จริงน่า” ข้าแทบไมเชื่อในสิ่งที่ได้ยินแต่พอหลังจากนั้นข้าก็เค้นเสียงหัวเราะออกมาแล้วก็เดินหันหลังกลับไป ก่อนหน้านั้นมันก็พูดเรื่องของข้าอีกครั้งแต่ข้าก็ไม่ได้หันกลับไป


วันรุ่งขึ้นที่ชายหาด มันเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และความตาย ศัตรูมากมายบุกเข้ามาอย่างไม่ยั้ง ข้าเคลื่อนที่ไปกับหมู่โดยตั้งสมาธิกับการต่อสู้ตรงหน้า แต่ศัตรูกลับเหนือชั้นกว่ามากนัก เพราะนอกจากจะหลบซ่อนอยู่ทุกที่มันยังโจมตีอย่างไร้ซุ่มเสียง และโดยไม่ทันตั้งตัวพวกเราทั้งหมู่ก็อยู่ในสภาพสาหัส เหลือข้าคนเดียวที่ยังพอสู้ไหว ข้าตะโกนกู่ร้องชื่อเพื่อนแต่ละคนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา


ไอ้เจ้าตัวประหลาดนั่นเองก็ยังไม่ตาย ข้าประเคนอาวุธทั้งหลายเข้าไปเพื่อทำลายล้างมัน แต่สุดท้ายแล้วกระสุนของข้าหมด หนวดแหลมของมันพุ่งเข้ามาหาข้า แต่ในตอนนั้นเองเสียงปืนก็ดังลั่น เจ้าตัวประหลาดนั่นฝ่อเป็นซากไป ทำให้ข้ารอดจากการโดนแทงหวุดหวิด


เจ้าไก่อ่อนยื่นหน้าเข้ามา ดูเหมือนว่าเมื่อกี้จะเป็นฝีมือมัน ถึงจะเจ็บใจแต่ข้าก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเอ็งใช่ย่อยเลยว่ะ


ข้ารู้สึกได้ว่าขาของข้ารวมถึงกระดูกหลายที่หัก ข้าทรุดลงเดินต่อไม่ไหว ในตอนนั้นเองมันก็เดินเข้ามานั่งข้างๆ ข้า


“ไม่นึกเลยว่าที่แกพูดมันจะถูก” ข้าพูดแล้วหัวเราะในความน่าเวทนาของตัวเอง ในตอนนี้ข้ามองไม่เห็นแล้วว่ามันทำสีหน้ายังไง


“แกก็ไปได้แล้ว อยู่ที่นี่ก็มีแต่จะตาย”


“ยังไงพวกเราทุกคนก็ต้องตายอยู่แล้วสกินเนอร์ จะช้าหรือเร็ว”


ข้าหัวเราะกับความจริงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การที่ข้าได้มีชีวิตจนถึงตอนนี้มันเป็นเรื่องสุดยอดที่สุดที่พระเจ้าได้ประธานให้แล้ว ข้าคงไม่หวังอะไรไปมากกว่านั้นอีก


“แกว่าชาติหน้าจะมีจริงไหมวะ” ข้าเริ่มพูดอะไรไร้สาระ มันตอบกลับมาว่าไม่รู้เหมือนกัน สิ่งที่มีแน่นอนก็คือวันนี้กับวันพรุ่งนี้เท่านั้น


แต่วันพรุ่งนี้คงจะไม่มาถึง


เสียงการต่อสู้ยังคงดังก้อง พวกเรานอนนิ่งในชุดเกราะโดยไม่ได้ขยับไปไหน ข้ารู้สึกว่าเลือดกำลังไหลออกจากบาดแผลเรื่อยๆ


ข้าเงยหน้ามองทั้งที่เริ่มมองไม่เห็น ถ้าหากมองเห็นข้าเองก็หวังว่าอยากเห็นท้องฟ้าสีฟ้า มีเมฆและสายลม ไม่ใช่เครื่องบินรบ ระเบิด และเปลวเพลิงแบบนี้


ในตอนนั้นเองเสียงของมันก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง


“เล่าเรื่องของนายให้ฟังบ้างสิ”


“อะไรนะ”


“ไหนๆ เราก็ไม่รอดไปจากที่นี่อยู่แล้ว เราก็ควรจะหาอะไรทำฆ่าเวลาใช่ไหม”


“แล้วทำไมข้าต้องเป็นคนเล่า”


“เพราะว่านายคงไม่อยากฟังที่ฉันพูด”


ข้าหัวเราะเพราะว่ามันพูดถูก อีกทั้งในตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้สึกติดใจกับมันแล้ว ข้าจึงเริ่มพูดเรื่องเรื่อยเปื่อยตั้งแต่บ้านเกิด ชีวิตธรรมดา เรื่องความรัก เรื่องความสูญเสีย เรื่องชีวิต และความตาย


ทั้งๆ ที่มีเวลามากมายแต่ข้าเหมือนได้ใช้เวลาเล่านิดเดียว ในตอนนั้นร่างของสัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจก็ได้ผุดขึ้นจากกองทรายอีกครั้ง ถึงข้าไม่เห็นแต่ข้าก็สัมผัสได้ แต่ข้าเองก็ไม่ได้กลัวแต่อย่างไร


“....ไม่ต้อ…. แล้วสกินเนอร์ ทุกคน…. นาย… ทหาร… ยอด...”


คำพูดจากคนข้างๆ ท่ามกลางเสียงระเบิดดังก้อง ข้าหัวเราะโดยที่ปากไม่ขยับ เสียงของข้าขาดหายไปแล้ว ข้าได้ยินเสียงระเบิดและเสียงปืนที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในตอนนั้นภาพมากมายก็ย้อนเข้ามาในหัว อืม ค่อยๆ ตายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน


และในที่สุดมันก็ลุกขึ้น ตั้งท่าอาวุธแล้วเริ่มการต่อสู้ ข้าไม่มีปฏิกิริยาใดๆ อีกต่อไป เพียงแต่คำพูดสุดท้ายของมันยังคงดังแว่วเข้ามาในหัวของข้า


“ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วสกินเนอร์ ทุกคนรู้แต่แรกแล้วว่านายคือทหารที่ยอดเยี่ยม...”


ใต้ท้องฟ้าแห่งสมรภูมิ สิ่งที่ข้าเห็นในตอนนี้มีเพียงแต่ความดำมืด อีกไม่นานข้าคงจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ข้าก็หวังเหลือเกิน หากลืมตาขึ้นมาแล้วข้าจะได้เห็นท้องฟ้าอีกครั้ง


ท้องฟ้าที่สีฟ้าที่สว่างสดใส ถ้าหากข้าได้ตื่นขึ้นในสถานที่ที่สวยงามขนาดนั้นแล้วล่ะก็ ต่อให้โดนวิดหมื่นครั้งข้าก็ยินดี

Comment

Comment:

Tweet