[Review]Bakemonogatari เรื่องเล่าที่เธอไม่รู้
posted on 12 Oct 2009 10:24 by nighty in memoriesการนำเสนอที่แปลกประหลาด การเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล การจัดศิลป์ที่สวยงาม การเผางานแบบเนียน ๆ เนื้อหาที่มีเสน่ห์ และ ตัวละครที่น่าสนใจ เราจะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้อนิเมชั่นเรื่อง บาเกะโมโนกาตาริ เป็นอนิเมชั่นที่โดดเด่นและเป็นอนิเมชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในซีซั่นนี้
เรื่องราวของบาเกะโมโนกาตาริเริ่มขึ้นเมื่อ เซนโจกาฮาระ ฮิตากิ ร่วงหล่นมาจากบันไดวนความสูงราวสิบกิโลเมตร แล้วก็ได้ อารารารากิ โคโยมิ รับไว้อย่างพอดี แต่ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่แปลกไป นั่นก็คือร่างกายของ เซนโจกาฮาระ ฮิตากิ นั้นเบาโหวงราวกับไม่มีน้ำหนัก หลังจากนั้น อารารากิ โคโยมิ ก็เริ่มสนใจในตัว เซนโจวกาฮาระ ฮิตางิ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตัวของเขาก็ถูกเซนโจกาฮาระข่มขู่ว่าให้เลิกยุ่งกับเรื่องนี้โดยการเอาคัตเตอร์จ่อช่องปากส่วนกระพุ้งแก้มของอารารากิแล้วก็โดนที่เย็บกระดาษเย็บช่องปาก แต่อารารากิดูจะไม่สนใจหลังจากนั้นเค้าวิ่งไปหาเซนโจกาฮาระพร้อมเสนอตัวช่วยเหลือด้วยอีกทั้งยังบอกว่าเมื่อก่อนนั้นเค้าเคยเป็นผีดูดเลือด!
ในตอนแรกนั้นมคิดว่าบาเกะโมโนกาตาริจะกลายเป็นอนิเมชั่นสยองขวัญบู๊แหลกแทงสะบัดแต่กลับกันว่าในช่วงแรกของเรื่องนั้นกลับแทบไม่มีฉากแอคชั่นเลย จะเรียกว่าเป็นความเข้าใจผิดส่วนบุคคลก็เป็นได้ แต่กลับกันสิ่งที่ผู้ชมอย่างผมได้รับก็คือเนื้อเรื่องที่น่าสนใจแทน
ว่ากันตรง ๆ แล้วตัวอนิเมชั่นของบาเกะโมโนกาตารินั้น "พูดมากชะมัด" สมมติว่าตัวเวลาทั้งหมดมีเวลา 24 นาที จะมีบทพูดทั้งหมดประมาณ 18 นาทีก็ไม่ปาน หลายคนเชื่อว่าถ้าฟังภาษาญี่ปุ่นออกแค่หลับตาฟังแต่เสียงไม่ต้องดูภาพก็สนุกแล้ว อ้าวเฮ้ย แล้วอย่างงี้จะเป็นอนิเมชั่นไปทำไมกันล่ะเนี่ยซึ่งจะว่าไปแล้วนั่นเป็นสิ่งที่คิดกันไปเองก็เป็นได้ เพราะถึงแม้ภาพในเรื่องนี้หลายภาพจะเป็น ภาพนิ่ง ภาพแช่ ภาพตัวอักษร ภาพข้อความขนาดยาวสิบบรรทัดโผล่ขึ้นมาติดต่อกันสิบภาพภายในห้าวินาที(ใครมันจะไปอ่านทัน) ภาพคอลลาจ ภาพอะไรก็ไม่รู้ แต่ภาพทั้งหมดก็สามารถที่จะทำให้การเล่าเรื่องลื่นไหลอีกทั้งยังกลายเป็นการเพิ่มความน่าสนใจและสไตล์ให้กับตัวอนิเมชั่นกลาย ๆ อีกทั้งถึงแม้ทางสตูดิโอ SHAFT จะใช้เทคนิคที่กล่าวไปข้างต้นเยอะจนบางทีเหมือนกับอู้งาน แต่ก็ทำให้งานส่วนอื่น ๆ มีคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พูดกันตามตรงว่าถ้าเอาอนิเมชั่นที่มีการเคลื่อนไหวทั้งหมดของทั้ง 12 ตอนมาเรียงกันแล้ว สามารถทำให้ได้งานขนาดอนิเมชั่นแบบฉายโรงภาพยนตร์ได้เลยทีเดียว (แต่นี่ก็เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว)
กลับมาว่าส่วนของเนื้อเรื่องกันต่อ ดังเรื่องย่อที่พิมพ์ไว้ข้างต้น เรื่องราวของเซนโจกาฮาระ ฮิตากิ ที่ไม่มีน้ำหนัก แต่ทว่าเรื่องของเซนโจวกาฮาระมีทั้งหมดแค่สองตอนเท่านั้น ฮ่ะ อะไรนะ สองตอนเองเรอะ ที่เหลืออีกสิบตอนจะเป็นเรื่องราวของตัวละครอื่น ๆ ที่อารารากิพบเจอและประสบปัญหาเกี่ยวกับ "ปีศาจ" และ "เรื่องลึกลับ" ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นไอ้เรื่องความสัมพันธ์ที่น่าสนใจแบบสาวไร้น้ำหนักกับไอ้หนุ่มผีดูดเลือดน่ะ ไม่มีเลยซักนิด แต่กลับกันเราจะได้เรื่องราวความสัมพันธ์ของเซนโจกาฮาระ ฮิตากิ กับ อารารากิ โคโยมิ เข้ามาแทน เพราะแม้ว่าเซนโจกาฮาระจะหมดเนื้อเรื่องของตัวเองแล้ว แต่เธอก็ยังคงดำเนินตำแหน่งเป็นนางเอกของเรื่องที่ไม่โดนตัดบทง่าย ๆ
ก็คือ เนื้อเรื่องของบาเกะโมโนกาตาริ จะแบ่งเป็นภาค แต่ละภาคก็จะเป็นปัญหาของตัวละครนั้น ๆ แต่ถึงแม้ว่าตัวเอกจะแก้ปัญหาให้กับตัวละครนั้นได้แล้วก็ใช่ว่าพวกเธอจะหมดบทไปเสียทันที พวกเธอยังอยู่ในโลกเดียวกับตัวเอกและยังมีบทบาทและเรื่องราวเชื่อมโยงกันอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากว่าตัวละครแต่ละตัวแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้วตัวบททิ้งเหมือนอนิเมชั่น เกม หรือ นิยาย ทั่วไปนั่นก็คงจะไม่ทำให้เกิด การพัฒนาของตัวละครได้ (ตัวละครที่ว่าคือ เซนโจกาฮาระ และ อารารากิ) แต่ก็เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นมีความเชื่อมโยงกันจึงทำให้ตัวละครเกิดการพัฒนาและสร้างความลื่นไหลให้่กับเนื้อเรื่อง
โลกในเรื่องของบาเกะโมโนกาตาริเป็นโลกที่ส่วนตัวมาก เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นที่ไหนซักแห่งในญี่ปุ่นแต่เราไม่สามารถหาจุดพิกัดได้ ถนนที่ร้างผู้คน โรงเรียนที่ว่างเปล่า ทั้งหมดนั้นราวกับพวกเขาถูกทิ้งไว้ที่ไหนซักแห่ง ดังนั้นมันจึงคงไม่แปลกที่ผมจะพูดว่า บาเกะโมโนกาตาริ เป็นเรื่องราวที่อ้างว้างมาก ๆ บ่อยครั้งมันเป็นความรู้สึกที่อยู่ในห้วงราวกับเวลาที่เราปิดวิทยุหลังฟังเสร็จแล้วได้ยินแต่เสียงความเงียบให้ห้องที่ว่างเปล่าหรือเวลาที่เราหลุดภวังค์หลังจากอ่านหนังสือแล้วก้พบว่ารอบกายเรามีแต่ความเงียบ
บาเกะโมโนกาตาริ ดูเป็นอนิเมชั่นที่มีความส่วนตัวและเฉพาะกลุ่มมาก เวลาที่ผมดูอนิเมชั่นเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้งที่ผมคิดว่านี่ผมกำลังดูวีดีโออาร์ต (video art) อยู่หรือเปล่า ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมดูอนิเมชั่นจากสตูดิโอ SHAFT (ที่มีผลงานเก่า ๆ อย่าง Negima!? , Sayonara Zetsubou Sensei หรือ ef) แต่วิธีการใช้ศิลปะแบบต่าง ๆ ทำให้ผมนึกถึงหนังยุโรปหลาย ๆ เรื่องรวมถึงหนังคัลท์ที่ผู้กำกับใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบแหวกแนวโดยไม่สนใจชาวบ้าน ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดทั้งผลดีผลเสีย ผลดีคือสร้างเอกลักษณ์อันไม่เหมือนใครและสามารถดึงดูดผู้ชมมาชมได้ แต่ผลเสียคือเป็นการกีดกันผู้ชมที่ไม่เคยชินออกจากผลงานนั้น ๆ ซึ่งบาเกะโมโนกาตาริก็คงไม่ต่างจากเคสดังกล่าวเท่าไหร่นัก แต่ดูเหมือนว่าผลที่ได้รับจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย น่าแปลกใจที่ถึงแม้ตัวเนื้อเรื่องและการเล่าเรื่องจะเป็นการส่วนตัว (เนื้อหาในอนิเมชั่นบาเกะโมโนกาตาริเต็มไปด้วยการเล่นคำและการใช้คำภาษาญี่ปุ่น) แต่ผู้ชมทั้งหลายก็ยินดีที่จะปรับตัวให้เข้ากับมัน
หลังจากที่ดูจบทั้งหมดสิบสองตอน สิ่งที่รู้สึกได้ชัดก็คือบาเกะโมโนกาตาริเป็นอนิเมชั่นที่น่าประทับใจหลาย ๆ ต่าง ถึงแม้ว่าหลายช่วงจะดูน่าเบื่อเพราะมีแต่บทพูดแต่ก็น่าเบื่อแบบสนุกตามประสาเวลาอ่านนิยาย ซึ่งผมเชื่อว่าถึงแม้ฉบับนิยายจะสนุกในแบบของมัน แต่พอมันกลายเป็นอนิเมชั่นแล้วมันก็สนุกในแบบของอนิเมชั่น ตัวละครอย่างเซนโจกาฮาระ ฮิตากิ ก็มีเสน่ห์มาก ๆ ถึงแม้ตอนแรกดีไซน์จะออกมาค่อนข้างดูธรรมดา แต่พอดูเธอไปหลายตอนทำให้เธอเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์แบบตัวของตัวเอง ทั้งสวย ทั้งโหด ตรงไปตรงมาและเมื่อมาอยู่กับอารารากิ โคโยมิ นั่้นก็ทำให้เรื่องราวของทั้งคู่ดูน่าสนใจขึ้น อีกทั้งในเรื่องนี้ยังมีบทพูดหลายฉากที่ชอบ มันไม่ใช่บทพูดที่ซึ้งกินใจ เรียกได้ว่าธรรมดาด้วยซ้ำ แต่พออยู่ในฉากนั้น ๆ แล้วมันสามารถส่งผ่านเข้ามาในใจของผู้ชมได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการใช้พลังของการเล่าเรื่องหลาย ๆ อย่างที่ไม่บอกคนดูตรง ๆ และไม่บอกด้วยว่าตัวละครรู้หรือไม่ (เช่น SPOILER: อารารากิบอกกับเซนโจกาฮาระในช่วงแรกของเรื่องว่า ตัวเขาชอบดูดาวและมีความรู้เรื่องดาราศาสตร์ ดังนั้นพอท้ายเรื่องเซนโจกาฮาระจึงพาอารารากิไปดูดาว อีกทั้งเรายังจะเห็นได้ว่า เซนโจกาฮาระรู้เรื่องของดาวด้วยการที่ชี้และอธิบายดวงดาวแต่ละตัว นั่นเป็นฉากที่ผมคิดไปเองว่าเซนโจกาฮาระนั้นไปศึกษาเรื่องดาวมาเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้ใกล้กับอารารากิมากขึ้น) ทั้งหมดนั่นคงเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าทำให้บาเกะโมโนกาตาริเป็นอนิเมชั่นที่มีความโดดเด่นในแง่ทั้งอนิเมชั่นที่มีคุณภาพ อนิเมชั่นที่ขายได้ และศิลปะที่ดีอีกเรื่องหนึ่งในซีซั่นนี้
Bakemonogatari Promotion Video









ส่วนไอ้ภาพประกอบในเนื้อเรื่องนี่ยิ่งทำให้น่าสนใจนะ
แล้วก็ เพลงจบสุดยอด
#1 By เม็ดบ๊วย on 2009-10-12 12:54