ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยได้ดูการ์ตูนพวกทีวีซี่รี่ยส์นักหรอกครับ รวมไปถึงพวกละครหรือซีรี่ยส์รายสัปดาห์ด้วย สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะว่ากลัวมันจะติด แต่เพราะกลัวว่าดูแล้วจะเบื่อ สื่อรายสัปดาห์ส่วนใหญ่ผมมักจะลืมติดตามทุกที ถ้าหากเป็นแผ่นก็มักจะเบื่อกลางคันแล้วก็ไม่ได้ดูต่อ จะดูรวดเดียวแค่ระยะหนึ่งเท่านั้น

อย่างอนิเมชั่นล่าสุดที่ผมดูจนจบไปก็คือ Sousei no Aquarion ที่จบไปแล้วตั้งกะปี 2004 ถ้าก่อนหน้านั้นก็คือ Toradora! ที่ทำให้ผมติดกับดักจนต้องตามสปอยแล้วโหลดดูทุกอาทิตย์ แต่ก็นั่นแหละ ยังเหลืออนิเมชั่นตกค้างอีกมากมายที่ผมยังไม่ได้ดูอย่าง Darker than Black หรือ Eureka Seven ก็ยังอยู่ในหลุมดองจนผมยังไม่ได้ดู จึงไม่ต้องพูดถึงอนิเมชั่นชุดใหม่ของซีซั่นนี้ ที่ยังไม่ได้ติดตามอะไรจริง ๆ จัง ๆ เรียกได้ว่าถ้าไม่ลืมก็จะโหลดมาดูแค่นั้นเอง

คราวนี้มากล่าวถึง K-ON! อนิเมชั่นสุดป๊อบของค่าย Kyoto Animation บ้าง ผมเคยดูงานของเคียวอนิมาบ้างอย่าง สึซึมิยะ ฮารุฮิ,ลัคกี้ สตาร์,AIR และ คาน่อน

AIR เป็นงานที่ติดใจมากที่สุด กี่ปีมาแล้วก็ไม่อาจจะทราบได้ ส่วนฮารุฮิก็ชอบในด้านเนื้อเรื่องออริจินัลที่น่าสนใจดี ถ้ามีซีซั่นสองก็คงจะดู ส่วนลัคกี้ สตาร์และคาน่อนขอไม่พูดถึงใด ๆ แต่ ลัคกี้สตาร์แบบ OVA นี่สนุกดี

ด้วยคุณภาพงานและชื่อเสียงที่สะสมมานานของค่าย Kyoto Animation จึงไม่แปลกที่จะทำให้ K-ON! โด่งดังระเบิดระเบ้อ ประมาณว่าเหมือนค่ายหนังที่ชื่อว่า GTH ออกหนังใหม่เมื่อไหร่ก็ต้องมีคนกรี๊ดเมื่อนั้น ด้วยความยอดนิยมและความฮิตระเบิดระเบ้อรวมถึงกระแสอันท่วมท้นจากแฟน ๆ นี่เองจึงไม่แปลกที่จะก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสีย แต่นั่นก็หาใช่ความผิดของตัวผลงานไม่

จนวันหนึ่งผมก็เลยลองโหลด K-ON! มาดูสองตอนแบบไวด์สกรีน หลังจากนั้นสามสี่วันก็ค่อยหาดูแบบออนไลน์จนหมดตอนที่หก หลังจากนั้นก็ย้อนกลับไปดูฉบับแบบมังงะ

สำหรับ K-ON! นี้เรียกได้ว่าเป็นงานที่ดัดแปลงจากต้นฉบับได้ดีจนน่าตกใจ เพราะไม่น่าเชื่อว่าต้นฉบับจะเป็นแค่การ์ตูนสี่ช่องที่พออ่านดูแล้วก็ช่างห้วนเหลือเกิน

หลังจากดูมา 6 ตอนแล้ว สิ่งที่ชอบใน เคออง ก็คงจะเป็นความตลกที่ออกมาอย่างธรรมชาติ ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกัน แต่พอสี่สาวมารวมตัวกันแล้วเคมีและพฤติกรรมของแต่ละคนมารวมกันแล้วก็ตลกดี บางฉากที่ผมได้ดูเคอองทำให้ผมนึกถึงเวลาที่อยู่กับเพื่อน ๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบางอย่างเค้าตั้งใจให้เป็นมุกหรือเปล่า แต่ผมก็ขำไปเสียแล้วสิ

อีกส่วนที่ผมชอบในเคอองช่วงแรกนี้ก็คือการที่แสดงให้ถึงการเติบโตของตัวละคร ยูอิตัวละครที่แสนเอื่อยเฉื่อยและไม่เคยจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เริ่มหัดทำอะไรขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นอัน พร้อมกับเพื่อน ๆ ที่ก้าวไปพร้อมกลับเธอ นี่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจทีดีให้ใครหลาย ๆ คนได้

ผมรู้สึกว่าตัวอนิเมชั่นใช้เวลาให้เป็นประโยชน์กับตัวละครมากขึ้น แม้จะผ่านช่วงเวลาสั้น ๆ มาแค่หกตอน แต่เราก็ได้เห็นความเติบโตเล็กน้อยการตัวละครแต่ละคน รวมการที่พวกเธอก้าวไปสู่ความฝันและจุดหมายที่ตั้งเอาไว้ ผมชอบฉากที่ยูอิเล่นกีตาร์ที่ชายทะเลและก็ฉากที่พวกเธอคุยกันเรื่องพลุ สิ่งที่พวกเธอพูดคุยกันมันไม่ได้เป็นแค่คำพูด แต่มันดูเหมือนแฝงอะไรมากกว่านั้น นั่นอาจเป็นสิ่งที่คนดูและมิโอะเท่านั้นที่รู้สึก

มาถึงส่วนที่ไม่ชอบกันบ้าง มันคงไม่ใช่ข้อเสียแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ผมรู้สึกว่าดูเคอองแล้วมันเหนื่อย ความเหนื่อยจากการดูสื่อเกิดขึ้นได้หลายแบบ สำหร้บเคอองนี้อาจจะเป็นเพราะการเหนื่อยเพราะตัวอนิเมชั่นพยายามที่จะทำอะไรให้มากเกินไปหน่อย มันเหมือนกับข้าวผัดที่ใส่น้ำมันหรือเครื่องปรุงจนเกินพอดี ผมไม่รู้เหมือนกันว่า เคอองนั้นใส่ โมเอะ แฟคเตอร์ เยอะเกินไปหรือเปล่า และผมรู้สึกบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปตอนที่ ซาวะจัง ปรากฏตัวออกมา ความจริงซาวะจังเป็นตัวละครที่น่าสนใจคนหนึ่งแต่บางทีสุดท้ายเธออาจจะเป็นแค่ตัวละครประกอบธรรมดาทั่วไป

ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเคอองนั้นมีจุดยืนที่น่าเห็นใจระหว่างอนิเมชั่นที่ขายได้กับอนิเมชั่นที่ดี ความก้ำกึ่งและเหลื่อมล้ำเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย แต่สำหรับผู้ชมอย่างเราก็คงเพียงทำได้แค่เฝ้าดูว่าสุดท้ายอนิเมชั่นเรื่องนี้จะเดินไปยังทิศทางไหนกันแน่

edit @ 21 May 2009 01:35:57 by nighty

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรื่องนี้ดูเอาฮาอย่างเดียวอะconfused smile

#1 By ไทดี้ on 2009-05-21 06:14

เค้าม่ายเคยดูอ่า sad smile

#2 By PUMP201 on 2009-05-21 08:55

ไม่ถนัดเลยครับ sad smile

#3 By Seam - C on 2009-05-21 10:15