Okuribito การแสดงที่มองไม่เห็น
posted on 15 May 2009 14:44 by nighty in Filmsเมื่อปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่อง Okuribito (Departures) อยู่ในชื่อผู้เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่มผมก็ดีใจมาก
ไม่ได้ดีใจเพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดีหรือมีผู้กำกับคนโปรด แต่ผมดีใจเพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังญี่ปุ่น เป็นเวลานานแล้วที่ผมไม่ได้เห็นหนังญี่ปุ่นขึ้นชิงรางวัลระดับโลก นับตั้งแต่ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Spirited Away ของสตูดิโอจิบลิ
แล้วที่ยิ่งดีใจรอบสองก็คือภาพยนตร์ที่บางคนยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเกี่ยวกับอะไร ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ชนะตัวเต็งจากทุกสถาบัน
ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น เพื่อเป็นการตอบรับกระแส รางวัล Japanese Acadamy ก็มอบรางวัลเกือบทุกรางวัลให้กับ Okuribito
แต่นั่นหาใช่สิ่งที่สามารถตัดสินความดีงามของภาพยนตร์ได้ ถึงแม้ว่าทั้งโลกจะสนใจหันมาจับตามองหรือเป็นภาพยนตร์ที่ถูกคนทั้งโลกมองข้าม ยังไงเสียความดีของมันก็ยังคงอยู่ในตัวของมันเองอยู่ดี
ไดโงะ เป็นนักดนตรีเซลโล่ตกงาน วงของเขาถูกยุบอย่างกระทันหัน เซลโล่ราคาสิบแปดล้านเยนของเขาถูกเอาไปขาย และเขาก็ตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่นางาตะพร้อมกับ มิกะ ภรรยาของเขา
วันหนึ่งเขาได้ไปสมัครงานตามโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ แต่หารู้ไม่ว่าข้อความประกาศนั้นพิมพ์ตก งานที่เขาสมัครก็คือคนจัดการกับศพที่รายได้ดีจนเขาไม่อาจจะบอกปัดมันไปได้
ไดโงะเริ่มทำงานโดยเริ่มจากการเป็นผู้ดู แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ปิดบังมิกะเกี่ยวกับอาชีพของเขา ความตายนั้นบางครั้งอาจจะสวยงามและบริสุทธิ์ แต่บางครั้งหากลับเป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะความตายหมายถึงความตาย ความสูญเสีย ความสูญสลาย
เราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นซีกมุมโลกไหน ความตายก็เป็นเรื่องทีทุกคนไม่อยากจะเกี่ยวข้อง ถึงแม้ Okuribito จะเต็มไปด้วยวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกันมันก็พูดถึงเรื่องที่เป็นสากลโลก โดยที่ไม่ต้องพูดจาอะไรมากนัก มันก็สามารถดึงผู้ชมให้เข้าไปยังจุดเดียวกันได้
ไดโงะบอกว่าตัวเขาเองไม่เคยเห็นคนตายเลย ญาติของเขาเสียไปตั้งแต่เด็ก ๆ ส่วนเขาก็ไม่ทันอยู่ดูใจแม่ ในขณะที่พ่อนั้นได้หนีไปยังไกลแสนไกล สำหรับไดโงะพ่อของเขาก็เหมือนกับคนที่ได้ตายไปแล้ว นั่นก็คือบุคคลที่เขาไม่สามารถที่จะพบกันได้อีก
เรามักจะเชื่อและปลอบประโลมในอยู่เสมอว่า "หากมีชีวิตอยู่เราคงได้พบกันอีก" แต่ในขณะเดียวกันนั้น มนุษย์เราทุกคนต่างผูกพันและัเชื่อมโยงกันด้วยความตาย ความตายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นำพาเรามาพบกัน มันทั้งน่ายินดีและน่าเสีัยใจ เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
หลังจากที่มิกะรู้ความจริง เธอขอร้องให้ไดโงะเลิกงานนี้เสีย แต่ไดโงะไม่ทำตามข้อตกลง ไม่ใช่เป็นเพราะว่างานนี้เป็นงานที่เงินดีสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ แต่เขาอาจจะหลงรักงานนี้แล้วก็เป็นได้ น่าแปลกใจที่การเล่นเซลโล่ที่เขาอยู่ร่วมกับมันหลายสิบปีเขายอมปล่อยมันไป แต่งานที่เกี่ยวกับความตายที่เขาเพิ่งทำได้ไม่นานเขากลับไม่กล้าที่จะปล่อยมันไป
มันอาจจะเป็นเพราะเรื่องราวมากมายและบุคคลหลากหลายที่เขาได้พบเจอ แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกครั้งที่เขาเฝ้ามอง หัวหน้าของเขาทำงาน ท่วงท่าพิธีต่าง ๆ มันช่างดูงดงามราวกับการแสดง มันจะทำให้เขาหลงไหล ในขณะเดียวกันมันเป็นงานที่น่ารังเกียจแต่ก็มีเกียรติในขณะเดียวกัน คำขอบคุณคำขอร้องจากผู้ที่มีชีวิตอยู่ มันคงทำให้เขาได้เห็นถึงอะไรบางอย่าง
ทุกครั้งที่มีฉากทำความสะอาดและทำพิธี เสียงเซลโล่ก็ดังขึ้น ราวกับว่าเขากำลังเล่นเซลโล่ คำวา Okuribito แปลว่าผู้ส่งวิญญาณ ไดโงะอาจไม่ได้แค่ส่งวิญญาณทางพิธี แต่ในใจของเขากำลังเล่นเซลโล่ให้แก่ผู้คนที่หวนไปไม่คืนกลับ
บางที... สิ่งที่เราต้องข้ามผ่านในขณะที่มีชีวิตอยู่คงไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตอย่างเดียว









#1 By ไทดี้ on 2009-05-15 19:35