[6 วิธี+1] การเตรียมตัวไปงานสัปดาห์หนังสือ [+4ช่องจบ]
posted on 26 Mar 2009 01:28 by nighty in 4koma-Strip-Comic, JustFreeTalkในที่สุดก็มาถึงอีกครั้งจนได้กำงานหนังสือ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันเป็นงานสัปดาห์หนังสือแห่งนานาชาติใครล่าสุด หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่ามหกรรมละลายทรัพย์
ในฐานะที่เป็นคนที่บ้านอยู่ใกล้สวนประชุมแห่งชาติฯ เลยทำให้ไปงานมาเกือบทุกครั้งมา 4-5 ปีแล้ว จึงขอแชร์เรื่องเล็ก ๆ น้ิอย ๆ เผื่อคนไหนยังไม่ได้ไปจะได้เตรียมตัวได้ถูก
1. จดรายชื่อหนังสือที่ต้องการ
ตรงตามตัวข้อ จดรายชื่อหนังสือที่อยากได้ ทั้งนี้ก็เผื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ลืมว่าอยากได้หนังสืออะไร จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาไม่ต้องเสียค่ารถบ่อย รวมถึงจดบู้ทที่ตัวเองอยากจะไปดูก็นับเป็นการย่นเวลาที่ดียิ่งสำหรับคนที่ไม่มีเวลามาเดินบ่อย ๆ
สำหรับขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 1 นาทีถึง1 สัปดาห์ตามความเหมาะสม หรือบางทีหลังจากจบงานสัปดาห์หนังสือ เวลาคุณเห็นหนังสือที่อยากได้แต่ยังไม่พร้อมที่จะซื้อก็ให้จดชื่อเอาไว้ตั้งแต่เสียตอนนั้น หรือถ่ายรูปหน้าปกเอาไว้โดยใช้โทรศัพท์มือถือ
(แต่ถ้าสามารถซื้อได้ก็ควรซื้อเลย จะได้ช่วยเหลือร้านหนังสือเล็ก ๆ)
2. นอนหลับให้พอ กินให้เต็มอิ่ม
จากการไปงานคอมมาร์ทที่สวนประชุมแห่งชาติฯ พบว่า เซเว่นอีเลเว่นกำลังปิดปรับปรุงนะจ้า ใครที่เคยพึ่งพาเซเว่นมาตลอดก็เตรียมตัวไว้ให้ดี
หากคุณคิดว่าร้านอาหารพวก Black Canyon แพงเกินไปสำหรับคุณ หรือ ไม่อยากจะทานอาหารทีมีขายในงานก็ควรทานข้าวมาให้อิ่มจากบ้าน ถ้าไม่งั้นถ้าอยากกินถูกก็สามารถเดินข้ามสะพานลอยไปหาอะไรทานที่ตลาดคลองเตยกันได้
อีกทั้งการเดินงานหนังสือเป็นอะไรที่ใช้พลังงานพอสมควร กรุณาเตรียมตัวไว้เสียดีกว่า
3. รองเท้าผ้าใบดีกว่า
เหตุผลง่าย ๆ คือ
ใส่ง่าย
ใส่สบาย
และไม่โดนเหยียบตีนนนน
ใส่รองเท้าแตะไปก็เจ็บหน่อยนะจ้ะ
4. เตรียมถุงเอาไว้ เผื่อแตก
ถุงผ้าหรือกระเป๋าอาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าคุณมีถุงผ้าขนาดเหมาะใบหนึ่งก็พับ ๆ มันเอาไว้แล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสัมภาระของคุณผู้หญิง
เวลาซื้อหนังสือในงานอาจจะไม่เอาถุงพลาสติกช่วยลดขยะ หรือเวลาที่หนังสือมีเยอะเกินไปก็จับลงถุงผ้าได้ถุงพลาสติกจะได้ไม่ขาด
หรือถ้าใครอยากจะใช้เป้ หรือกระเป๋าเดินทางก็ตามสะดวก แต่อย่าลืมคิดว่าหนังสือที่เราจะซื้อนั้นมีมากพอถึงขนาดต้องใส่กระเป๋าเดินทางจริงหรือเปล่า ไม่ใช่ซื้นิตยสารลดราคาแค่หนึ่งเล่้มแล้วเอาใส่ในกระเป๋าเดินทางแล้วเดินลัลล้าให้คนอื่นเตะล้อกระเป๋าเล่น
(แต่สำหรับคนที่ซื้อหนังสือแบบยัดเต็มกระเป๋านี่ ถือว่าให้อภัย)
5.ช่วงเวลาที่คนน้อยที่สุดก็คือตอนเช้า
ตอนเช้าช่วงเปิดงาน คนจะน้อยมาก ยิ่งวันทำงานธรรมดา ผู้ใหญ่ก็เข้าออฟฟิศ เด็กก็ยังไม่ตื่น ถ้าใครอยากจะเดินสบาย ๆ ก็เชิญช่วงเวลานี้ได้เลย เจ้าของบลอคเคยไปลัลล้าตั้งแต่งานเปิด พบว่าคนโล่งเดินสบายมาก เหมาะสำหรับท่านที่อยากซื้อหนังสือที่ต้องการแล้วรีบกับ
6. กดเงิน, พกเงิน มาครั้งเดียว
ข้อนี้สำหรับทุก ๆ ท่านที่รักหนังสือแต่โนบัดเจ็ต พอเห็นหนังสือเยอะ ๆ แล้วหน้ามืด ซื้อจนเงินเดือนหมดหรือซื้อจนไม่เหลือตังค์ หากคุณสามารถควบคุมใจให้ซื้อตามรายชื่อหนังสือที่คุณอยากได้จริง ๆ แล้วก็นับว่าคุณเป็นคนเก่งที่น่าชื่นชม แต่หากทำไม่ได้ จงกดเงินไว้แต่พอดีเสีย แล้วก็สัญญากับตัวเองไว้ว่า อย่าวิ่งแจ้นไปกดเงินเพิ่ม ซื้อเท่าไหร่เท่านั้น อยากซื้ออีกไว้เงินหมุนมาแล้วค่อยซื้่อ มิฉะนั้นคุณอาจจะติดนิสัยเสียในการใช้เงินได้นะจ้ะ
สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าหนังสือเป็นอีกประตูหนึ่งที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เรา การที่เราลองอ่านและเปิดใจรับหนังสือแนวใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยอ่านมาก่อนไม่ใช่เรื่องเสียหาย
คนที่เคยซื้อแต่การ์ตูนก็สามารถลองซื้อไลท์โนเวลมาอ่านได้ คนที่อ่านแต่ไลท์โนเวลก็ลองซื้อหนังสือวรรณกรรม คนที่อ่านแต่วรรณกรรมก็ลองซื้อหนังสือปฏินกะหรือสารคดี
แต่อย่าซื้อหนังสือแค่ตามกระแสเลย
ถ้าคุณไม่ได้มีใจที่ต้องการอ่านมันจริง ๆ
หากไม่มีเงินซื้อ ก็ลองยืมจากคนรอบข้าง ยืมจากห้องสมุด เช่าอ่านจากร้าน หรือเข้าร่วมกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ที่เปิดให้คุณได้อ่านหนังสือที่หลากหลายได้อย่างเช่น book crossing เป็นต้น :D
แต่สุดท้าย ไม่ว่าคนขายหรือคนแต่งก็คงไม่สามารถบังคับใจคุณได้ หากคุณนั้นไม่ได้เป็นคนที่ต้องการมันเอง
...แล้วอีกข้อหนึ่งนี่มันอะไรกันล่ะ
หลายคนอาจจะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า การเตรียมตัวสำหรับการไปซื้อหนังสือใหม่ก็คือ...
การอ่านหนังสือเก่าให้จบนั่นเองงงงงงงง
edit @ 26 Mar 2009 02:32:21 by nighty
edit @ 26 Mar 2009 23:11:18 by nighty
edit @ 26 Mar 2009 23:13:31 by nighty
edit @ 28 Mar 2009 18:39:07 by nighty









ถ้าตื่นได้จะไปแต่เช้าละกันค่ะ จะได้มีเวลาเลือกซื้อหน่อย
(ไม่ได้ซื้อหนังสือมาอ่านเกือบครึ่งปีได้ละ มีแต่อะไรก็ไม่รู้)
#2 By saya chan on 2009-03-26 02:17