ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

จขบ.=เจ้าของบลอค
บลอคเกอร์=นักเขียนบลอค

 

ปัญหาใหญ่ของคนเขียนบลอคหลาย ๆ คนคือน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีคนอ่านคนตอบบลอคที่ตัวเองเขียน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้เขียนได้ตั้งใจเขียนบทความอะไรซักอย่างนึง ทุ่มแรงกายแรงใจเขียนมันออกมา โพสต์ด้วยความภาคภูมิใจแล้วก็รอดูปฏิกิริยา...

แต่พอเวลาผ่านไป กลับไม่มีคนตอบเลยซักคน

สามชั่วโมงผ่านไป... อ๊ะ มีตอบมาแล้วหนึ่งคน

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งขึ้นหากไปเปิดดูบลอคของคนอื่นแล้วมีคนเม้นเป็นสิบ ๆ โดยที่เนื้อหาก็เป็นแค่ไดอารี่ธรรมดา ข้อความบ่นเรียกร้องความสนใจ

ไม่ใช่แค่เกิดกับบลอคเท่านั้น เหตุการณ์นี้ยังเกิดกับนักเขียนที่โพต์งานลงบนอินเตอร์เน็ตหลายคน ทั้งบทความ อาจจะรวมถึงผลงานอย่างการวาดหรือการแปล

นักเขียนบางคนอาจจะเกิดอาการน้อยใจกับผู้อ่านจนถึงขนาดมีการขู่ผู้อ่านก็มี

ยกตัวอย่างที่เคยเห็นมา

"ถ้าไม่มีใครตอบเราจะเลิกเขียนแล้วนะ"

เวลาผ่านไปก็ยังไม่มีใครตอบ

"เราเอาจริง ๆ นะ"

....

 

....

เห็นแล้วรู้สึกขำปนอเน็จอนาถใจ

 

อันนี้ยังรวมถึงข้อความเรียกร้องความเห็นใจหรือความสงสารต่าง ๆ ที่ชวนให้คนอ่านรู้สึกเห็นใจแล้วเข้ามาปลอบ ซึ่งเป็นการหลอนตัวเองชนิดหนึ่งเพื่อให้มีกำลังใจเขียนงานลงอินเตอร์เน็ตต่อไป (จขบ.ก็เคยทำ)

ถ้าถามว่าเสียงตอบรับหรือคอมเม้นเป็นสิ่งที่สำคัญมั้ย คงต้องบอกว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะว่าถ้าไม่มีคนอ่านก็จะไม่มีคนเขียนน่ะสิ

 

แม้แต่นักเขียนมืออาชีพยังแอบมาหากระแสตอบรับบนอินเตอร์เน็ต ยังแอบมาตั้งกระทู้หน้าม้าขอเสียงตอบรับจากผู้อ่าน

แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีทางเลยที่นักอ่านจะสามารถอ่านงานทุกงานที่ถูกสร้างขึ้นมาและโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตได้

และความจริงก็ขัดกับความต้องการของนักเขียนหลายคนที่อยากให้ผลงานของตัวเองมีคนอ่านมากที่สุด

แต่ความเป็นจริงก็ไม่สอดคล้องกับความหวัง 100%

 

คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า "ต้องทำยังไงถึงจะมีคนอ่าน"

แต่เราควรจะย้อนกลับไปคำถามเริ่มแรกสุดว่า "เราเขียนเพื่อใคร"

"เราเขียนเพื่อใคร"

ท่ามกลางผู้อ่านที่แสดงตัวและไม่แสดงตัวบนโลกอินเตอร์เน็ตและบนโลกแห่งความเป็นจริงจำนวนประมาณ 12 ล้านคน (คิดจากคน 20% ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้) เราเขียนเพื่อใคร

 

พูดจากใจจริงว่า จขบ. ลืมไปหมดแล้วว่าความรู้สึกเขียนเพื่อใครนั้นเป้นอย่างไร

นับวันตั้งแต่จขบ.เขียนบลอคมาจนถึงบัดนี้ กลายเป็นว่าจขบ.กลายเป็นพวกทำอะไรแล้วต้องได้ประโยชน์ ถ้าอันไหนเหนื่อยเปล่าจขบ.จะไม่ทำ

อันนี้อาจจะเ้กิดมาจากการที่จขบ.ได้ คุยกับบลอคเกอร์ชื่อดังคนหนึ่ง ท่านผู้นั้นบอกว่า "ถ้าเสียแรงทำแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรก็ไม่รู้จะทำไปทำไม"

จขบ.รู้สึกเห็นด้วยคนบลอคเกอร์ท่านนั้นอย่างเต็มที่ จขบ.เลยวิ่งไปสมัคร adsense (ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนกด) แล้วกลายเป็นว่า จขบ.กลายเป็นคนที่ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจะไม่ทำ

ขนาดจขบ.จะเขียนไดอารี่ยังเกิดความรู้สึกว่า ไม่รู้จะเขียนไปเืพื่ออะไร เสียด้วยซ้ำ

อันที่จริง บลอคเกอร์ท่านนั้นคงไม่อยากให้จขบ.เดินมาเส้นทางนี้ แต่คงเป็นเพราะจขบ.นั้นอ่อนด้วยประสบการณ์เอง

จนมากระัทั่งผ่านมาครึ่งปี จขบ.ถึงได้รู้สึกตัวว่า "การทำอะไรที่ไร้ประโยชน์นั้นมีอยู่ทุกที่"

ย้อนกลับไปตอนเด็กทืี่จขบ.ยังเด็ก จขบ.ชอบวาดรูปมาก วาดรูปเป็นพัน ๆ แผ่น รวมถึงวาดการ์ตูนต่าง ๆ แต่จขบ.ไม่เคยให้ใครดูเลย แต่น่าแปลกที่จขบ.ยังสร้างสรรค์อะไรบ้าบอได้ทุก ๆ วัน

แต่หากกลับมาวันนี้หากจขบ.จะเขียนเรื่องสั้นหรือเขียนบทความ จขบ.จะต้องมีความหวังหรือคาดหวังในด้านใดด้านหนึ่ง

 

หากไปมองดูคนอื่นก็เห็นว่ามีคนหลายคนที่เขียนไดอารี่ส่วนตัวทุกวัน เขียนนิยายและไม่ได้ให้คนอื่นอ่าน วาดการ์ตูนในสมุดส่วนตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย

แม่ที่ทำกับข้าวให้ลูก ๆ ทุกวัน มีอาหารสูตรลับเฉพาะแต่ไม่ม่ีใครเคยกินนอกจากคนในครอบครัว

นักเรียนที่เตรียมตัวรายงานเป็นวัน ๆ เพื่อพูดเพียงแค่ห้านาที

คนหลายคนที่ฝึกเต้นฝึกร้องเพลงอยู่คนเดียวแต่ไม่เคยแสดงโชว์ใครซักที

เรานั่งตั้งหน้าตั้งตาทำของขวัญมาทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่มอบไปให้แค่คนคนเดียว

 

จขบ.ก็เลยมองย้อนกลับไปตัวเอง แล้วรู้สึกอนาถใจชอบกล

 

แท้ที่จริงแล้ว ในการที่เราทำอะไรซักอย่าง

ผู้ชมคนแรกก็คือตัวเราเองนั่นเอง

 

แค่นั้นยังไม่เพียงพออีกหรือ?

 

มีคนกล่าวว่า... ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ที่แท้จริง ถึงแม้จะมีผู้ชมแค่คนเดียว พวกเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ฺต่อไป

 

มันกลายเป็นว่าทุกวันนี้เรานั้นละโมภเกินไป ทั้งด้านเงินตราหรือด้านชื่อเสียง เราละโมภมากเกินไปแล้วจนลืมไปว่า

 

เราเขียนบลอคเพราะอะไร

 

บางทีเราอาจจะเหนื่อยเกินไปที่จะคิดหรือจะทำ

จขบ.เข้าใจแล้วว่า ทำไมมีนักเรียนนักศึกษามากมายก็อปปี้ข้อมูลหรืองานจากอินเตอร์เน็ตมาส่ง

นั่นคงเป็นเพราะเขาพวกนั้นอาจจะคิดเหมือนจขบ. จะทุ่มเทแรงกายไปเพื่ออะไรกัน

 

 

เรามักจะเห็นในหนังหรือการ์ตูนว่า การแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวเป็นสิ่งที่น่าวิเศษและประทับใจแค่ไหน

แต่ไฉน พอถึงตัวเราเองกลับไม่สามารถที่จะทำการแสดงครั้งเดียวเพื่อตัวเองได้

 

 

คงจะถึงเวลาแล้วที่จขบ.หันมากลับมาถามตัวเองเสียที

ว่าเราเขียนบลอคเพื่อใคร เราเขียนบลอคทำไม เราเขียนบลอคเพราะอะไร

edit @ 7 Feb 2009 19:45:27 by nighty

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เขียนเพื่อให้ตัวหนังสือมีที่อยู่คับ

#51 By the utopai party on 2009-02-08 21:24

ขอบคุณครับ ผมว่าหลังๆมาตราฐานการเขียนบล็อกของผมก็ดร็อปลงไปมาก บางทีโพสงานเขียนออกไปโดยตัวเองก็ยังไม่พอใจเต็มที่เหมือนคราวแรกๆที่เริ่มเขียนบล็อกเลย อ่านแล้วต้องกระตุ้นคุณภาพงานเขียนของตัวเองหน่อยแล้ว Hot!
เห็นด้วยคะ เราก็เหมือนกัน ตอนนี้.. เขียนเรื่องไร้สาระสุดๆอยู่

เราสมัครบล๊อคมาเพราะอยากมีบล๊อคเป็นของตัวเอง อยากลองทำบ้าง อยากดู อยากรู้ แต่พอสร้างปุ๊บ ความคิดต่างๆในหัวมันหายไปหมดเลย ไม่รู้จะสร้างอะไร เขียนอะไร ทำไปทำไม หรืออื่นๆ

แต่เห็นอย่างงี้กลับรู้สึกตรงกันข้าม อยากเขียน อยากให้คนอ่าน อยากทำอะไรที่มีคนเข้ามาเยอะๆ อย่างน้อยก็ 1 คน แค่นั้น เท่านั้น..

ขอบคุณสำหรับเอนทรีดีๆคะ

#53 By ฝ่ามือ on 2009-02-08 21:50

ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ สิ่งที่เราเขียน คือ สิ่งที่อยากเขียน
ซึ่งผลสะท้อนกลับมา ก็มีทั้งบวกและลบ surprised smile

หลายคนมาเขียนบล็อกเพื่อต้องการ สนทนา หาเพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เพื่อคุยกันอย่างเข้าใจ แต่ก็มีที่ต้องการแสดงผลงานเพื่อรอฟังคำวิจารย์ คำติ คำชม

หากมีการทักทายปราศัยการระหว่างบล็อกกับบล็อก ก็เป็นสิ่งที่ดี นะ big smile

#54 By ~ N ~ on 2009-02-08 22:18

เขียนเพราะ....อยากเขียน

แล้วก้อมีเพื่อนคนนึงที่เขียนบล็อกสนับสนุน

บอกให้ลองเขียนดู

สนใจ----ก้อลอง

แต่ในบล็อกก้อม่ายค่อยมีเรื่องอะไรให้เขียน


ออกแนวบ่นๆ ระบาย ซะมากกว่า


มีคนเข้ามาเม้นซักคนก้อโคตรดีใจเลยอ่ะ

เพราะหลังๆไม่ค่อยได้เขียน

ตอนเน้ ความถี่เริ่มบ่อย555++

#55 By izaa-ninan on 2009-02-08 22:42

Hot!

ปีไหม่เขียนบล๊อคเพราะ .. อยากเล่าเรื่องตัวเอง ..
ไม่ไช่เพื่อไคร .. แต่ก็เพื่อตัวเองอีกอ่ะค่ะ ..


ปีไหม่ชอบเขียน .. แต่ไดอารี่มันไม่พอน่ะ 5555555

#56 By filtduo on 2009-02-08 22:44

เราเฉยๆกับคอมเมนต์นะ แต่ถ้ามีก็ดี

ที่เขียนเพราะอยากเขียน อยากเอามาลงเพื่อมีคนผ่านมาอ่าน แต่ว่าก็รับคนที่มาเมนต์แบบไม่ได้อ่านก็ไม่ค่อยดีHot!
อยากให้ใครอ่านของเราก้ออ่านของเค้าก่อน
อยากให้ใครเม้นก้อเม้นของเค้าก่อน
big smile

เราว่าอ่านแล้วไม่คอมเม้นไม่เป็นไร แต่อย่าเม้นมั่วๆเหมือนไม่ได้อ่าน

ม่ายชอบ

#58 By ชุน on 2009-02-08 23:13

ู^_^
เราต้องเขียนเพื่อตัวเอง.... บราโว่ Hot!

#59 By Elta_kung on 2009-02-09 01:08

ผมสนุกกับการวาดและเขียนหละ ถ้าผู้ชมจะ enjoy ไปด้วย เราก็ยินดี

#60 By on 2009-02-09 01:36

ขอบคุณมากครับ

ผมเกือบลืมไปแน่ะว่าเขียนบล๊อคทำไม

ผมเขียนเพื่อค้นหาตัวเองครับ

#61 By Mol (125.63.160.137) on 2009-02-09 06:18

โดนใจค่ะ !big smile
เขียนเพราะเราอยากเขียน confused smile
เราสนุกในสิ่งที่เราทำ big smile

Hot! Hot!

#62 By ☂ CHOI MISOH' on 2009-02-09 06:42

เคยฟังเพลงนี้กันไหมค่ะ"ด้วยหัวใจ" โดย ตรัย ภูมิรัตน
มีประโยคประโยคหนึ่งที่ฉันฟังแล้วรู้สึกดีมากๆเลย

"สิ่งที่ทำด้วยหัวใจ อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่
แต่เชื่อไหมว่ามีความหมายมากมาย
สิ่งที่ทำด้วยความรักและไม่หวังว่ามันจะคืนกลับมาสักแค่ไหน
ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยสักเท่าไหร่
แต่ฉันก็สุขใจที่ได้ทำ"

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าความฝันที่หลายๆคนหวังไว้......จะกลายมาเป็นความจริงได้หรือไม่แต่ถ้าเราได้ลองทำด้วยสองมือ ด้วยกำลัง ด้วยความหวัง ด้วยความฝัน ด้วยหัวใจ แล้วละก็ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาใครๆ แต่ตัวเราเองนี้แหละจะรู้สึกภูมิใจ ทุกครั้งที่นึกถึงมัน

ลองหาฟังดูนะค่ะ
blog ของฉันมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
แต่ก็สุขใจมากค่ะที่ได้เขียนอะไรดีดีเอาไว้อ่าน


http://www.youtube.com/watch?v=1r0lF_MUexQ&eurl=http://www.insidezentrady.com/blog/&feature=player_embedded

#63 By หมื่นไมล์ on 2009-02-09 09:15

เขียนเพื่อระบายความในใจค่ะ ไม่มีใครเมนต์ก็ไม่เป็นไรหรอก

blog ก็เหมือนบ้านของเราน่ะแหละsurprised smile

#64 By hobbyburn on 2009-02-09 09:53

เขียนเพราะอยากเขียนไงคะ


^^

#65 By s.mile on 2009-02-09 09:56

เขียนเพื่อพัฒนาตัวเอง เพื่อความสนุกสนาน เพื่อหาเพื่อนคุยเพื่อนกรี๊ดที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน นอกนั้นเป็นผลพลอยได้และผลพลอยเสียค่ะbig smile

#66 By talalan on 2009-02-09 10:20

เอาไปเลย Hot! Hot! Hot!

#67 By Cherchy on 2009-02-09 14:07

ชอบค่ะ เขีียนได้ดีมากๆ ชอบสำนวนการเีขียนด้วยค่ะ surprised smile

นักเรียนที่เตรียมตัวรายงานเป็นวัน ๆ เพื่อพูดเพียงแค่ห้านาที
ูู^
^

#68 By Melancholic Me * on 2009-02-09 14:07

ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตัวเองกัน ได้อะไรมาจากคอมเม้นของทุก ๆ คนเยอะเลย big smile

#69 By nighty on 2009-02-09 20:57

Hot! น่าสนใจดีครับ....big smile

บางที ในชีวิตมนุษยืคนเราต้องการถ่ายทอดเรื่องราว
ความเป้นไปในชีวิตประจำวันที่อยู่ในนี้

ผลกลับไม่เป็นที่คาดคิดก็จริง...
อย่างในกรณีที่ผมเขียนอยู่ในวันนี้

มันเป็นความรู้สึก น้อยเนื้อต่ำใจอยู่ลึกๆ ที่สั่งสมมานานอยู่....

ทุกครั้งที่ผมคิด แล้วใช้สองมือกดลงแป้นพิมพ์เพื่อสะท้อยความคิดของเรานั้น...
พอส่งข้อมูลไปยังบล็อคตัวเอง สิ่งที่ภาคภูมิใจ ก็คือเรา
แต่เราไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่อ่าน แต่ก็ทำเพื่อคนที่ผ่านเข้ามาอ่านด้วยเช่นกัน

ในส่วนการเรียบเรียงความคิดของคุณถือว่า เข้าท่ามากกก...น่าสนใจ และเป็นอะไรที่มีแง่คิดดีๆ ให้กับผมมากมายจริงๆ ผมรู้สึกชื่นชมคุณนะ ที่คุณคิดในแง่ของสัจธรรมที่แท้จริงทั้ง จขบ. และ บล็อคเกอร์

ผมจึงให้ Hot! อีกครั้ง ....เพราะถึง entry นี้จะโพสท์นานพอสมควร แต่มันเป็น "พลัง" ที่สร้าง "ความคิด" ให้เกิด "แรงจูงใจ" อย่างไม่น่าเชื่อ


ขอบคุณจริงๆ ครับ surprised smile

#70 By 'เนิ้ร์ด' on 2009-02-15 16:51

อื้ม . . เขียนแต่ในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขละกัน จะได้เขียนยาว ๆ big smile
ขอบคุณที่ทำให้ฉุกคิดน่ะครับ เขียนแต่ในสิ่งที่ทำให้มีความสุขไว้ big smile

ปล. จะลง Adsense เหมือนกัน แต่อายุยังไม่ถึง รอไปอีก 1 ปีละกัน open-mounthed smile

Hot!

#71 By ToBIDaSoU on 2009-02-18 17:42

ได้คำตอบให้ตัวเองยังคะ

คำถามนี้น่าสนใจ และถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าเขียนทำไมหว่า ...

รู้แต่ว่า ขณะเขียนและตอบ comment เป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง ... ที่หาไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ได้เขียน blog big smile big smile

#72 By Initmate on 2009-03-07 07:26

มันคือความสุขที่ได้เขียนครับ

ถ้าเราคิดแต่ว่าให้คนมาเมนท์ คือการยึดติดกับอะไรบางอย่าง

#73 By !!! L[0]ui5 ::: on 2009-03-08 17:19

ขอบคุณครับ ได้ข้อคิดดีเลย ^ ^ Hot!

#74 By Rozen on 2009-03-26 08:48