เราเขียนบลอคเพื่อใคร เราเขียนบลอคทำไม เราเขียนบลอคเพราะอะไร
posted on 07 Feb 2009 19:22 by nighty
จขบ.=เจ้าของบลอค
บลอคเกอร์=นักเขียนบลอค
ปัญหาใหญ่ของคนเขียนบลอคหลาย ๆ คนคือน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีคนอ่านคนตอบบลอคที่ตัวเองเขียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้เขียนได้ตั้งใจเขียนบทความอะไรซักอย่างนึง ทุ่มแรงกายแรงใจเขียนมันออกมา โพสต์ด้วยความภาคภูมิใจแล้วก็รอดูปฏิกิริยา...
แต่พอเวลาผ่านไป กลับไม่มีคนตอบเลยซักคน
สามชั่วโมงผ่านไป... อ๊ะ มีตอบมาแล้วหนึ่งคน
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งขึ้นหากไปเปิดดูบลอคของคนอื่นแล้วมีคนเม้นเป็นสิบ ๆ โดยที่เนื้อหาก็เป็นแค่ไดอารี่ธรรมดา ข้อความบ่นเรียกร้องความสนใจ
ไม่ใช่แค่เกิดกับบลอคเท่านั้น เหตุการณ์นี้ยังเกิดกับนักเขียนที่โพต์งานลงบนอินเตอร์เน็ตหลายคน ทั้งบทความ อาจจะรวมถึงผลงานอย่างการวาดหรือการแปล
นักเขียนบางคนอาจจะเกิดอาการน้อยใจกับผู้อ่านจนถึงขนาดมีการขู่ผู้อ่านก็มี
ยกตัวอย่างที่เคยเห็นมา
"ถ้าไม่มีใครตอบเราจะเลิกเขียนแล้วนะ"
เวลาผ่านไปก็ยังไม่มีใครตอบ
"เราเอาจริง ๆ นะ"
....
....
เห็นแล้วรู้สึกขำปนอเน็จอนาถใจ
อันนี้ยังรวมถึงข้อความเรียกร้องความเห็นใจหรือความสงสารต่าง ๆ ที่ชวนให้คนอ่านรู้สึกเห็นใจแล้วเข้ามาปลอบ ซึ่งเป็นการหลอนตัวเองชนิดหนึ่งเพื่อให้มีกำลังใจเขียนงานลงอินเตอร์เน็ตต่อไป (จขบ.ก็เคยทำ)
ถ้าถามว่าเสียงตอบรับหรือคอมเม้นเป็นสิ่งที่สำคัญมั้ย คงต้องบอกว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะว่าถ้าไม่มีคนอ่านก็จะไม่มีคนเขียนน่ะสิ
แม้แต่นักเขียนมืออาชีพยังแอบมาหากระแสตอบรับบนอินเตอร์เน็ต ยังแอบมาตั้งกระทู้หน้าม้าขอเสียงตอบรับจากผู้อ่าน
แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีทางเลยที่นักอ่านจะสามารถอ่านงานทุกงานที่ถูกสร้างขึ้นมาและโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตได้
และความจริงก็ขัดกับความต้องการของนักเขียนหลายคนที่อยากให้ผลงานของตัวเองมีคนอ่านมากที่สุด
แต่ความเป็นจริงก็ไม่สอดคล้องกับความหวัง 100%
คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า "ต้องทำยังไงถึงจะมีคนอ่าน"
แต่เราควรจะย้อนกลับไปคำถามเริ่มแรกสุดว่า "เราเขียนเพื่อใคร"
"เราเขียนเพื่อใคร"
ท่ามกลางผู้อ่านที่แสดงตัวและไม่แสดงตัวบนโลกอินเตอร์เน็ตและบนโลกแห่งความเป็นจริงจำนวนประมาณ 12 ล้านคน (คิดจากคน 20% ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้) เราเขียนเพื่อใคร
พูดจากใจจริงว่า จขบ. ลืมไปหมดแล้วว่าความรู้สึกเขียนเพื่อใครนั้นเป้นอย่างไร
นับวันตั้งแต่จขบ.เขียนบลอคมาจนถึงบัดนี้ กลายเป็นว่าจขบ.กลายเป็นพวกทำอะไรแล้วต้องได้ประโยชน์ ถ้าอันไหนเหนื่อยเปล่าจขบ.จะไม่ทำ
อันนี้อาจจะเ้กิดมาจากการที่จขบ.ได้ คุยกับบลอคเกอร์ชื่อดังคนหนึ่ง ท่านผู้นั้นบอกว่า "ถ้าเสียแรงทำแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรก็ไม่รู้จะทำไปทำไม"
จขบ.รู้สึกเห็นด้วยคนบลอคเกอร์ท่านนั้นอย่างเต็มที่ จขบ.เลยวิ่งไปสมัคร adsense (ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนกด) แล้วกลายเป็นว่า จขบ.กลายเป็นคนที่ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจะไม่ทำ
ขนาดจขบ.จะเขียนไดอารี่ยังเกิดความรู้สึกว่า ไม่รู้จะเขียนไปเืพื่ออะไร เสียด้วยซ้ำ
อันที่จริง บลอคเกอร์ท่านนั้นคงไม่อยากให้จขบ.เดินมาเส้นทางนี้ แต่คงเป็นเพราะจขบ.นั้นอ่อนด้วยประสบการณ์เอง
จนมากระัทั่งผ่านมาครึ่งปี จขบ.ถึงได้รู้สึกตัวว่า "การทำอะไรที่ไร้ประโยชน์นั้นมีอยู่ทุกที่"
ย้อนกลับไปตอนเด็กทืี่จขบ.ยังเด็ก จขบ.ชอบวาดรูปมาก วาดรูปเป็นพัน ๆ แผ่น รวมถึงวาดการ์ตูนต่าง ๆ แต่จขบ.ไม่เคยให้ใครดูเลย แต่น่าแปลกที่จขบ.ยังสร้างสรรค์อะไรบ้าบอได้ทุก ๆ วัน
แต่หากกลับมาวันนี้หากจขบ.จะเขียนเรื่องสั้นหรือเขียนบทความ จขบ.จะต้องมีความหวังหรือคาดหวังในด้านใดด้านหนึ่ง
หากไปมองดูคนอื่นก็เห็นว่ามีคนหลายคนที่เขียนไดอารี่ส่วนตัวทุกวัน เขียนนิยายและไม่ได้ให้คนอื่นอ่าน วาดการ์ตูนในสมุดส่วนตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย
แม่ที่ทำกับข้าวให้ลูก ๆ ทุกวัน มีอาหารสูตรลับเฉพาะแต่ไม่ม่ีใครเคยกินนอกจากคนในครอบครัว
นักเรียนที่เตรียมตัวรายงานเป็นวัน ๆ เพื่อพูดเพียงแค่ห้านาที
คนหลายคนที่ฝึกเต้นฝึกร้องเพลงอยู่คนเดียวแต่ไม่เคยแสดงโชว์ใครซักที
เรานั่งตั้งหน้าตั้งตาทำของขวัญมาทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่มอบไปให้แค่คนคนเดียว
จขบ.ก็เลยมองย้อนกลับไปตัวเอง แล้วรู้สึกอนาถใจชอบกล
แท้ที่จริงแล้ว ในการที่เราทำอะไรซักอย่าง
ผู้ชมคนแรกก็คือตัวเราเองนั่นเอง
แค่นั้นยังไม่เพียงพออีกหรือ?
มีคนกล่าวว่า... ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ที่แท้จริง ถึงแม้จะมีผู้ชมแค่คนเดียว พวกเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ฺต่อไป
มันกลายเป็นว่าทุกวันนี้เรานั้นละโมภเกินไป ทั้งด้านเงินตราหรือด้านชื่อเสียง เราละโมภมากเกินไปแล้วจนลืมไปว่า
เราเขียนบลอคเพราะอะไร
บางทีเราอาจจะเหนื่อยเกินไปที่จะคิดหรือจะทำ
จขบ.เข้าใจแล้วว่า ทำไมมีนักเรียนนักศึกษามากมายก็อปปี้ข้อมูลหรืองานจากอินเตอร์เน็ตมาส่ง
นั่นคงเป็นเพราะเขาพวกนั้นอาจจะคิดเหมือนจขบ. จะทุ่มเทแรงกายไปเพื่ออะไรกัน
เรามักจะเห็นในหนังหรือการ์ตูนว่า การแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวเป็นสิ่งที่น่าวิเศษและประทับใจแค่ไหน
แต่ไฉน พอถึงตัวเราเองกลับไม่สามารถที่จะทำการแสดงครั้งเดียวเพื่อตัวเองได้
คงจะถึงเวลาแล้วที่จขบ.หันมากลับมาถามตัวเองเสียที
ว่าเราเขียนบลอคเพื่อใคร เราเขียนบลอคทำไม เราเขียนบลอคเพราะอะไร
edit @ 7 Feb 2009 19:45:27 by nighty

แต่อายุยังไม่ถึง รอไปอีก 1 ปีละกัน









#51 By the utopai party on 2009-02-08 21:24