ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

จขบ.=เจ้าของบลอค
บลอคเกอร์=นักเขียนบลอค

 

ปัญหาใหญ่ของคนเขียนบลอคหลาย ๆ คนคือน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีคนอ่านคนตอบบลอคที่ตัวเองเขียน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้เขียนได้ตั้งใจเขียนบทความอะไรซักอย่างนึง ทุ่มแรงกายแรงใจเขียนมันออกมา โพสต์ด้วยความภาคภูมิใจแล้วก็รอดูปฏิกิริยา...

แต่พอเวลาผ่านไป กลับไม่มีคนตอบเลยซักคน

สามชั่วโมงผ่านไป... อ๊ะ มีตอบมาแล้วหนึ่งคน

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งขึ้นหากไปเปิดดูบลอคของคนอื่นแล้วมีคนเม้นเป็นสิบ ๆ โดยที่เนื้อหาก็เป็นแค่ไดอารี่ธรรมดา ข้อความบ่นเรียกร้องความสนใจ

ไม่ใช่แค่เกิดกับบลอคเท่านั้น เหตุการณ์นี้ยังเกิดกับนักเขียนที่โพต์งานลงบนอินเตอร์เน็ตหลายคน ทั้งบทความ อาจจะรวมถึงผลงานอย่างการวาดหรือการแปล

นักเขียนบางคนอาจจะเกิดอาการน้อยใจกับผู้อ่านจนถึงขนาดมีการขู่ผู้อ่านก็มี

ยกตัวอย่างที่เคยเห็นมา

"ถ้าไม่มีใครตอบเราจะเลิกเขียนแล้วนะ"

เวลาผ่านไปก็ยังไม่มีใครตอบ

"เราเอาจริง ๆ นะ"

....

 

....

เห็นแล้วรู้สึกขำปนอเน็จอนาถใจ

 

อันนี้ยังรวมถึงข้อความเรียกร้องความเห็นใจหรือความสงสารต่าง ๆ ที่ชวนให้คนอ่านรู้สึกเห็นใจแล้วเข้ามาปลอบ ซึ่งเป็นการหลอนตัวเองชนิดหนึ่งเพื่อให้มีกำลังใจเขียนงานลงอินเตอร์เน็ตต่อไป (จขบ.ก็เคยทำ)

ถ้าถามว่าเสียงตอบรับหรือคอมเม้นเป็นสิ่งที่สำคัญมั้ย คงต้องบอกว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะว่าถ้าไม่มีคนอ่านก็จะไม่มีคนเขียนน่ะสิ

 

แม้แต่นักเขียนมืออาชีพยังแอบมาหากระแสตอบรับบนอินเตอร์เน็ต ยังแอบมาตั้งกระทู้หน้าม้าขอเสียงตอบรับจากผู้อ่าน

แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีทางเลยที่นักอ่านจะสามารถอ่านงานทุกงานที่ถูกสร้างขึ้นมาและโพสต์ลงบนอินเตอร์เน็ตได้

และความจริงก็ขัดกับความต้องการของนักเขียนหลายคนที่อยากให้ผลงานของตัวเองมีคนอ่านมากที่สุด

แต่ความเป็นจริงก็ไม่สอดคล้องกับความหวัง 100%

 

คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า "ต้องทำยังไงถึงจะมีคนอ่าน"

แต่เราควรจะย้อนกลับไปคำถามเริ่มแรกสุดว่า "เราเขียนเพื่อใคร"

"เราเขียนเพื่อใคร"

ท่ามกลางผู้อ่านที่แสดงตัวและไม่แสดงตัวบนโลกอินเตอร์เน็ตและบนโลกแห่งความเป็นจริงจำนวนประมาณ 12 ล้านคน (คิดจากคน 20% ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้) เราเขียนเพื่อใคร

 

พูดจากใจจริงว่า จขบ. ลืมไปหมดแล้วว่าความรู้สึกเขียนเพื่อใครนั้นเป้นอย่างไร

นับวันตั้งแต่จขบ.เขียนบลอคมาจนถึงบัดนี้ กลายเป็นว่าจขบ.กลายเป็นพวกทำอะไรแล้วต้องได้ประโยชน์ ถ้าอันไหนเหนื่อยเปล่าจขบ.จะไม่ทำ

อันนี้อาจจะเ้กิดมาจากการที่จขบ.ได้ คุยกับบลอคเกอร์ชื่อดังคนหนึ่ง ท่านผู้นั้นบอกว่า "ถ้าเสียแรงทำแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรก็ไม่รู้จะทำไปทำไม"

จขบ.รู้สึกเห็นด้วยคนบลอคเกอร์ท่านนั้นอย่างเต็มที่ จขบ.เลยวิ่งไปสมัคร adsense (ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนกด) แล้วกลายเป็นว่า จขบ.กลายเป็นคนที่ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจะไม่ทำ

ขนาดจขบ.จะเขียนไดอารี่ยังเกิดความรู้สึกว่า ไม่รู้จะเขียนไปเืพื่ออะไร เสียด้วยซ้ำ

อันที่จริง บลอคเกอร์ท่านนั้นคงไม่อยากให้จขบ.เดินมาเส้นทางนี้ แต่คงเป็นเพราะจขบ.นั้นอ่อนด้วยประสบการณ์เอง

จนมากระัทั่งผ่านมาครึ่งปี จขบ.ถึงได้รู้สึกตัวว่า "การทำอะไรที่ไร้ประโยชน์นั้นมีอยู่ทุกที่"

ย้อนกลับไปตอนเด็กทืี่จขบ.ยังเด็ก จขบ.ชอบวาดรูปมาก วาดรูปเป็นพัน ๆ แผ่น รวมถึงวาดการ์ตูนต่าง ๆ แต่จขบ.ไม่เคยให้ใครดูเลย แต่น่าแปลกที่จขบ.ยังสร้างสรรค์อะไรบ้าบอได้ทุก ๆ วัน

แต่หากกลับมาวันนี้หากจขบ.จะเขียนเรื่องสั้นหรือเขียนบทความ จขบ.จะต้องมีความหวังหรือคาดหวังในด้านใดด้านหนึ่ง

 

หากไปมองดูคนอื่นก็เห็นว่ามีคนหลายคนที่เขียนไดอารี่ส่วนตัวทุกวัน เขียนนิยายและไม่ได้ให้คนอื่นอ่าน วาดการ์ตูนในสมุดส่วนตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย

แม่ที่ทำกับข้าวให้ลูก ๆ ทุกวัน มีอาหารสูตรลับเฉพาะแต่ไม่ม่ีใครเคยกินนอกจากคนในครอบครัว

นักเรียนที่เตรียมตัวรายงานเป็นวัน ๆ เพื่อพูดเพียงแค่ห้านาที

คนหลายคนที่ฝึกเต้นฝึกร้องเพลงอยู่คนเดียวแต่ไม่เคยแสดงโชว์ใครซักที

เรานั่งตั้งหน้าตั้งตาทำของขวัญมาทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่มอบไปให้แค่คนคนเดียว

 

จขบ.ก็เลยมองย้อนกลับไปตัวเอง แล้วรู้สึกอนาถใจชอบกล

 

แท้ที่จริงแล้ว ในการที่เราทำอะไรซักอย่าง

ผู้ชมคนแรกก็คือตัวเราเองนั่นเอง

 

แค่นั้นยังไม่เพียงพออีกหรือ?

 

มีคนกล่าวว่า... ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ที่แท้จริง ถึงแม้จะมีผู้ชมแค่คนเดียว พวกเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ฺต่อไป

 

มันกลายเป็นว่าทุกวันนี้เรานั้นละโมภเกินไป ทั้งด้านเงินตราหรือด้านชื่อเสียง เราละโมภมากเกินไปแล้วจนลืมไปว่า

 

เราเขียนบลอคเพราะอะไร

 

บางทีเราอาจจะเหนื่อยเกินไปที่จะคิดหรือจะทำ

จขบ.เข้าใจแล้วว่า ทำไมมีนักเรียนนักศึกษามากมายก็อปปี้ข้อมูลหรืองานจากอินเตอร์เน็ตมาส่ง

นั่นคงเป็นเพราะเขาพวกนั้นอาจจะคิดเหมือนจขบ. จะทุ่มเทแรงกายไปเพื่ออะไรกัน

 

 

เรามักจะเห็นในหนังหรือการ์ตูนว่า การแสดงครั้งแรกและครั้งเดียวเป็นสิ่งที่น่าวิเศษและประทับใจแค่ไหน

แต่ไฉน พอถึงตัวเราเองกลับไม่สามารถที่จะทำการแสดงครั้งเดียวเพื่อตัวเองได้

 

 

คงจะถึงเวลาแล้วที่จขบ.หันมากลับมาถามตัวเองเสียที

ว่าเราเขียนบลอคเพื่อใคร เราเขียนบลอคทำไม เราเขียนบลอคเพราะอะไร

edit @ 7 Feb 2009 19:45:27 by nighty

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทุกวันนี้ผมยังสนุกกับการอ่านงานของตัวเองครับ สนุกกับการค้นหาและแก้ไขคำผิด (บางงานอ่านมาหลายรอบ ยังอุตส่าห์เจอคำผิดในสัปดาห์ถัดไปก็มี) สนุกกับการเขียนเนื้อหาเดิมในรูปแบบใหม่ที่ถูกใจตัวเองยิ่งขึ้น สนุกว่าเราจะก้าวข้ามมาตรฐานที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้หรือไม่ ฯลฯ

ส่วนผู้อ่าน เป็นผลพลอยได้ที่ตามมาครับ confused smile

#1 By chubby on 2009-02-07 19:56

Hot!
อยากให้คนอื่นได้อ่านบ้างครับ

หลายๆคนจะได้มีกำลังใจเขียน+สร้างผลงานต่อไป
^^~

#2 By ถ้วยน้อย on 2009-02-07 20:01

เขียนเพื่อใครสะจวาม confused smile open-mounthed smile

#3 By fuxsuxlux on 2009-02-07 20:04

เราทุกคนก็คงจะมีคำตอบของตนเอง ไม่ว่าจะสนใจมันหรือไม่ก็ตาม ขอให้คุณจขบ.พบคำตอบที่ค้นหานะคะ big smile
ผมเคยเจอปัญหาที่ว่านี้มาแล้ว
ผมเคยรู้สึกว่าทำไมไม่มีคนอ่าน
ทำไมไม่มีคนมาคอมเม้น
ทำไมไม่มีคนมาคุยในบลอก ทั้งๆที่เรื่องที่เราเอามาอัพมันทั้งน่าสนใจ
บางอย่างเอาคิิดเองทำเองด้วยแรงของเราเองว่าเจ๋งมากแต่ไม่มีคนเห็น
ในขณะที่บลอกชาวบ้านมีคนคอมเม้นมากมาย คุยกันสนุกสนาน ไม่เงียบเหงาเดียวดายเหมือนบลอกเรา
ทั้งๆที่เรารู้สึกว่าบลอกของเค้าช่างกากไร้สาระ

คำตอบที่ผมได้คือ "สังคม"
ผมไม่ใช่หนึ่งในคนส่วนใหญ่ในสังคม ผมจึงต้องทำใจยอมรับ
ว่าสิ่งที่ผมว่าดีว่าเจ๋ง อยากบอกต่อ มันคือสิ่งที่สังคมไม่ต้องการ
แล้วจะเขียนบลอกไปทำห่าอะไร ในเมื่อไม่มีคนอ่าน (แม้เลขคนเข้าชมบลอกวันละประมาณ200แต่ผมว่าเลขมันหลอกชัดๆ แทบไม่มีคนมาคอมเม้นบลอกผมเลย)

ผมได้คำตอบว่า "เพื่อใครซักคนที่คล้ายกับเรา"

หลายครั้งหลายคราผมสนใจอะไรบางอย่าง และออกค้นหา บางครั้งเจอ บางครั้งไม่เจอ
ทุกครั้งที่เจอแหล่งที่ผมอยากรู้อยากเห็นผมจะดีใจมาก และรู้สึกขอบคุณที่มีแหล่งข้อมูลนั้นๆ ที่มี ที่หา ที่คิด ในสิ่งที่เราต้องการ ในสิ่งที่เราอยากรู้ ในสิ่งที่เราชอบ

เพราะสิ่งที่ผมชอบนั้น มันก็ไม่ใช่อะไรที่สังคมหลักเขาชื่อนชอบและนิยม ถามใครไป100คน อาจจะไม่ได้คำตอบเลย

ผมก็เลยตั้งใจว่าจะเขียนต่อไป
เพื่อผู้อ่านอย่างน้อยที่สุด 1 คน ต่อ 1 เรื่อง
เพื่อผู้อ่านที่ต้องการที่จะอ่าน ผู้ที่สนใจอย่างแท้จริง
แค่1คน ต่อ1เรื่อง ผมก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จแล้ว

และผมเชื่อว่า มันคงมีบ้างแหละ ซักคนนึง ที่ชอบงานเขียนของเราบ้าง
เหมือนเรา ที่ชอบงานเขียนของคนอื่นเช่นกัน
ผมเลยพยายามทำบลอกให้อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการมาเยือนสำหรับคนผู้นั้นเสมอ (เมื่อไม่ขี้เกียจจนเกินไปนัก)

ป.ล. ผมก็ไม่ได้อ่านบลอกคุณทุกเรื่องหรอก บางทีอ่านก็ไม่ได้คอมเม้น แต่ผมก็มาอ่าน อย่างน้อยก็เรื่องที่ผมสนใจsad smile

#5 By blackholesun on 2009-02-07 20:13

ผมเห็นสมควรว่าน่าจะโหวตHot!

#6 By blackholesun on 2009-02-07 20:18

"ถ้าไม่มีใครตอบเราจะเลิกเขียนแล้วนะ" << อึม ขำจริง ๆ ด้วย (แบบว่าฉันมีตัวประกันนะ!)

ผมถือว่า "เม้นต์น้อยไม่เป็นไร เม้นต์เหมือนไม่อ่านสิเศร้าใจ"
ผมเขียนเพราะมีเรื่องจะเขียน ถ้าใครอ่านแล้วมีความสุขนั่นก็เป็นแค่การเพิ่มข้อดีอีกข้อของบลอคผมเท่านั้นแหละ

ตกลงถั่วยังเศร้าที่มีคนเข้าน้อยอยู่เป็นระยะใช่มะ? (หรือเศร้าที่ไม่มีใครคลิก ad? - อ่ะ คลิกให้ทีนึง)

#7 By กระรอกโฉด on 2009-02-07 20:33

ต่อให้สินค้าชิ้นนั้นมีมีประโยชน์ หรือดีแค่ไหน

แต่ขาดการประชาสัมพันธ์ ขาดการตลาดไป

มันก็ไร้ค่า.. ครับ

อยากให้คนอื่นเข้ามาอ่านงานเราเยอะๆ?
ผมว่าใน exteen นี่ไม่ยากเลย ง่ายมากๆ

- ลองเปิดตัวเอง เข้าไปอ่านงานคนอื่น แสดงความคิดเห็นบ้างไหม? (เราอยากให้คนอื่นอ่าน เขาก็อยากให้เราอ่านเหมือนกัน)
- ลองร่วมกิจกรรม เว็บบอรด์ของ exteen ก็มี เคยไปร่วมตอบ ตั้งประเด็นคุยกันบ้างไหม?
- รู้จักโฆษณางานเขียนของเราบ้างไหม? มันดีตรงไหน ทำไมถึงควรอ่าน

ที่เหลือก็พัฒนางานตัวเอง ถ้ามั่นใจว่างานดีจริงๆ ก็พัฒนาเรื่อง "ความสะดวก" ในการอ่าน ตัดบรรทัด อ่านง่ายไหม สีตัวอักษรจางไปไหม ตัวเล็กไปไหม เว้นวรรค เว้นย่อหน้าพอเหมาะไหม

อ่อ อย่าลืมว่างานเราย่อยยากไปด้วยหรือเปล่า? กลุ่มเป้าหมายใน exteen ไม่ใช่นักวิเคราะห์ไปทั้งหมด บางทีเนื้อหาเน้นๆ แต่ตัวหนังสือเรียงเป็นตับ มันก็ย่อมจะขี้เกียจอ่านเป็นธรรมดา

ถ้างานคุณดีจริง คนที่เข้ามาอ่านเขาจะแอด fav ไว้ประจำเองนั่นแหละครับ ยิ่งถ้าอ่านสนุกด้วยนี่ยิ่งดี

.. จากบล็อกเกอร์คนหนึ่ง ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จด้านคนอ่าน แต่พอใจกับการทำบล็อกแล้ว..big smile

#8 By Media Eater on 2009-02-07 20:42

Hot! Hot! Hot! Hot!

นั้นสินะ งานหลายๆอย่างที่เราวาด เราสร้างสรรค์ออกมา
เราก็ไม่ได้ประกาศให้โลกรู้เสมอไปหรอก
.
.
.
จริงๆเคยมีความรู้สึกที่เรียกว่า'อยากให้มีคนอ่าน/คนเม้น'

ยิ่งยากมากเท่าไร ต่อให้มีคนเม้นเราก็จะคิดว่า'ไม่พอ'

แต่หากเราไม่หวังเลยเล่า นั้นล่ะคนเม้นถึงจะน้อยแค่ไหน

เราก็พอใจ

#9 By Prim-prim on 2009-02-07 21:56

ถ้าตั้งคำถามตัวเองว่าเราเขียนเพื่ออะไร เมื่อก่อนก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็คงเขียนเพื่อจะแชร์ประสบการณ์ เพราะวันหนึ่งอาจจะมีคนประสบปัญหาในชีวิตแบบเราก็ได้ แล้วเขาก็อาจจะใช้เซิร์จเอนจิ้นหาข้อมูลแล้วบังเอิญเจอหน้าที่เราเขียนเอาไว้ ทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเขา ทำให้เขาแก้ปัญหาได้ ทำให้เขามองเห็นแนวทาง

ส่วนเรื่องคนเข้ามาคอมเมนต์นั้น เมื่อก่อนเคยหวังจะมีคนมาคอมเมนต์สิ่งที่เราเขียนเยอะๆ เพราะถ้าเราเห็นการตอบรับมันก็รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ? แต่ตอนนี้มานั่งคิดใหม่อีกที ถ้าคอมเมนต์นั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับบล๊อกที่เราเขียนเลยล่ะ แค่เข้ามาเขียนทำนองว่าเข้ามาอ่านแล้วนะ อย่างนั้นตอนนี้ผมก็ไม่ยินดีที่จะมาให้ตอบบล๊อกผมหรอก

ส่วนตัวแล้วผมมีบล๊อกอยู่สามที่ แล้วแต่ว่าวันนี้อยากจะเขียนที่ไหนก็ไปเขียนที่นั้น บางทีเขียนเสร็จแล้วก็ก๊อปปี้ไปลงอีกที่นึงด้วย คนอ่านก็ไม่รู้ว่าเยอะอย่างที่ตัวเลขโชว์ไว้หรือเปล่า ส่วนคนคอมเมนต์นั้นก็ไม่ค่อยมีหรอก แต่อย่างน้อยเราก็ได้แบ่งปันสิ่งที่เรารู้ ความเห็นที่เรามี ให้กับสังคมแล้ว

Hot!

#10 By tenshi on 2009-02-08 00:42

Hot!โดนใจครับ
จะได้คอมเมนต์มันก็ขึ้นอยู่ว่าเนื้อหามันเข้าถึงผู้อ่านแค่ไหนน่ะนะ

บางทีเจอมีคนเมนต์เยอะแล้วก็ไม่อยากไปตอบซ้ำๆเหมือนกัน
แต่บางทีก็คอมเมนต์บ้างอย่างน้อยก็ให้คนเขียนได้รับรู้ว่า
"อ่านแล้วนะ confused smile"

#11 By Kyoki on 2009-02-08 02:41

ผมเขียนแต่เรื่องที่ตัวเองอยากอ่านครับ.

ถ้าอ่านแล้วผมไม่ชอบ ผมก็ไม่เอาออกมาโชว์หรอกครับ


^__________^

แต่ลึกๆแล้ว ถ้ามีคนอื่นอ่านก็ดีใจ

จะน้อยใจมากถ้าไม่ได้อ่านแล้วเม้น ผมรู้ครับ



แต่ผมชอบเขียน ถึงยังไงก็จะเขียนต่อไป ...

...ยืนยันว่าเพื่อตัวเอง big smile



(แวะไปอ่านด้วยน้า ถ้าไม่เลิกเขียนจริงๆนะ)

#12 By sansanae on 2009-02-08 03:22

big smile ...ได้คำตอบแล้วช่วยบอกด้วย
555
ส่วนเรา
ที่เขียนทุกวันนี้
เวลากลับมาอ่าน งานเดิมๆ มันก็มีความสุขทุกๆครั้งนะ
สุขใจ ทุกๆๆครั้ง จริงๆๆ

และยิ่งมี คนตอบแม้จะน้อยนิด
แสดงว่า มีคนที่มีความรู้สึกร่วม อืมมม ก็สุขใจขึ้นอีกนิดนึง 5555555
.
.
เขียนเพื่อความสุขของตัวเราเองคร๊าปปปปปปปconfused smile

#13 By Madaewee @ Hippie''60' s on 2009-02-08 03:23

เขียนเพราะเรารู้สึกสนุกกับการเขียนค่ะ แล้วก็อยากบอกเล่าเรื่องราวของเรา หรือความรู้สึกของเรา ให้คนอื่นๆได้รับรู้ถึงมุมมองของเราบ้างก็แค่นั้นเอง

ไม่รู้นะ เวลาเราเขียนบล็อคมันก็รู้สึกดีน่ะ เหตุผลก็มีเท่านั้นเองค่ะ

สำหรับเรา แค่รู้สึกชอบกับสิ่งที่ตัวเองชอบมันก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ

ไม่ได้สนใจว่าจะมีคนเข้าเท่าไร
ส่วนเรื่องคอมเมนต์เราก็ดีใจนะที่มีคนมาเมนต์ที่บล็อคเรา
แต่ถ้าถามว่าอยากได้เมนต์เยอะมั้ย เรากลับแค่อยากได้เมนต์ที่แบบว่าคุยกันในสิ่งที่เราสนใจเหมือนๆกัน หรือชอบอะไร หรือว่าคิดยังไงในมุมมองของคนอื่นๆน่ะค่ะ

ยังไงๆก็ขอให้สนุกกับสิ่งทีทำน่ะค่ะ เราว่ามันถึงจะเป็นการที่ทำสิ่งนั้นๆได้เต็มที่โดยที่เราจะไม่พยายามคาดหวังกับมัน
แต่ก็นะ นักแสดงแต่ละคนย่อมมีมุมมองในโลกแต่ละโลกไม่เหมือนกันค่ะ
ยังไงก็ขอให้หาคำตอบให้กับตัวเองให้ได้นะคะ
เพราะเราเองก็มีคำตอบในใจของเราล่ะ ว่าเราเขียนบล็อคเพื่ออะไร...big smile Hot!

#14 By dark_shochan on 2009-02-08 03:29





นี้แค่อัพที่อยากทำก็พอ
ไมค่อยได้สนใจอะไรเท่าไรนะ
คอมเม้นท์ถือเป็นผลพลอยได้แง่คิดอื่นๆ


เรื่องคอมเม้นท์นี้มันเหมือนกับว่า
ถ้าไม่โดนใจจริงๆก็ไม่เม้นท์อะ
บ้างอันอ่านก็ดีนะ แต่ไม่รุว่าจะเม้นท์ไรดี
จะคอมเม้นท์สิ้นคิดก็กะไรอยู่


บ้างบล็อคที่มีเม้นท์เยอะๆเพราะเจ้าของบล็อค
เค้าไปเม้นท์ให้กะที่อื่นๆประจำก็เลยมีคนมาเม้นท์กลับ


มันเหมือนกับทำอะไรก็ได้อย่างงั้นคืออะ
ยิ่งเม้นท์เยอะเม้นท์ให้คนอื่นเท่าไรก็ได้กลับมาเยอะเช่นกัน



แต่ยังไงเอ็นทรี่ก็สนองความต้องการตัวเองอยุ่แหละ



จะเขียนยาวไรแค่ไหนก็ความสุขเรา
คนอื่นจะคิดไงก็แล้วแต่เค้า
ถ้ามีเม้นท์เยอะรุแต่โครตดีใจ55
เคยมีสูงสุด60เม้นท์พอใจแหละ55
ที่เขียนไปแสดงว่ามันโดนใจหลายๆคนแล้ว
รุสึกไอ้สิ้งที่ตัวเองเขียนบ้าๆบอๆไปก็มีแง่ดีเหมือนกัน55

#15 By ฿฿- Try -฿฿ on 2009-02-08 03:30

Hot! ตอบคำถามเจ้าของบล็อคละกัน

เขียนบล็อคเพื่อคนที่รู้จักตัวเราจะได้รู้ข่าวคราวว่า ตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ เครียดบ้าง เฮบ้างไปตามประสา จะเม้นท์ไม่เม้นท์ จะนานๆ มาทีหรือ เข้ามาทุกวันก็ดีใจทั้งนั้นค่ะ

ส่วนนิยายเขียนให้คนเดียวอ่าน แต่ตอนนี้คนเดียวที่ว่าเริ่มไม่อ่านนิยายที่ตัวเองเขียนแล้ว

#16 By Lily Pixel on 2009-02-08 03:56

บางครั้งเราคาดหวังสิ่งที่เราตั้งใจหมาย
แต่กลับไม่ได้อย่างที่คิดฝัน

แต่บางที เราคิดทำในสิ่งที่ไม่เคยคาดหวัง
แต่ก็เกิดปราฎิหาร

ผมขอเอาใจช่วย และขอเป็นหนึ่งแรงที่เป็นกำลังใจให้
สู้ๆ ต่อไปนะครับ อย่างน้อย ผมคนหนึ่งก็ยังคงติดตาม

หากเรามีเวลา ลองใช้เวลาอันน้อยนิด สร้างสรรสิ่งต่างๆ หรือศึกษาข้อมูลที่รัก ทำงานที่ชอบ ฝึกในสิ่งที่อยากจะเป็น

ก็อาจจะสร้างสิ่งที่เกินกว่าใครจะทำได้ก็เป็นได้

ปล.ผมขอ add blog ด้วยนะครับ
เผื่อถ้ามีโอกาส ได้คุยกัน

#17 By ruji on 2009-02-08 05:05

เขียนสนองนี้ดตัวเองค่ะ แม้การ comment จะมีผลในเรื่องจิตใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก เพราะบางทีเวลาท้อที่ไม่มีใคร comment กลับมาเลย เราก็ยังอัพบลอกต่อไปอย่างสนุกสนาน open-mounthed smile open-mounthed smile

เพราะบลอกเราต่อให้ไม่มีคนเม้นท์ แต่ก็มีคนแวะเวียนเข้ามาตลอดเวลา แถมดูจากสถิติคนแวะก็มากขึ้นด้วย จุดนี้ทำให้มีกำลังใจเขียนได้ส่วนหนึ่ง ถือซะว่าเป็นนิสัยคนไทยที่ชอบอ่าน ชอบดึง แต่ไม่ชอบเม้นท์ แค่นี้ก็สบายใจได้ส่วนหนึ่ง
big smile

#18 By พู่ไหม on 2009-02-08 06:34

Hot! เขียนให้แฟนอ่านคะopen-mounthed smile

#19 By หมูน้อย on 2009-02-08 07:53

ขอบคุณทุกคอมเม้นและทุกดาวครับ ผมอ่านหมดเรียบร้อยแล้ว (แต่คงตอบได้ไม่หมด)

อันที่ จขบ.ก็เป็นคนที่ชอบอ่านแต่ผลงานของตัวเอง
ซึางมันก็กลายเป็นนิสัยเสียอย่างหนึ่งที่ไม่ยอมรับผลงานของคนอื่นโดยปริยาย (แต่แก้แล้ว)

คำตอบของคุณ blackholesun อาจจะตรงที่สุด จขบ.อาจจะอยากเขียนเพื่อให้คนที่เหมือนจขบ.
จขบ.ก็อยากจะคิดไปไกลถึงขนาดชักจูงคนอื่นให้มามีรสนิยมเหมือนจขบ.ด้วย

หวังสูงไปชัด ๆ (ฮา)

จขบ.ยังมัวแต่หลงระเริงและติดแหง่กอยู่อะไรบางอย่าง
การที่มาเขียนแฉตัวเองแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกและคงจะทำให้จขบ.เปลี่ยนไปบ้างล่ะครับ

จขบ.ก็เคยอยากได้คอมเม้นเยอะ ๆ แต่พอเห็นแต่ละคอมเม้นก็กลับรู้สึกไม่พอใจว่าแต่ละคอมเม้นเหมือนไม่ตั้งใจอ่านบลอคเราเลย (ฮา) แบบนี้จะเรียกว่าเอาแต่ใจได้มั้ย

สติถิมันหลอก << อันนี้รู้สึกนิด ๆ เหมือนกัน เพราะแสตทใน google analystic มันออกมาคนละแบบกันเลย แต่ไม่เป็นไรเห็นแสตทเยอะ ๆ แล้วรู้สึกดี เหมือนกันหลอนตัวเองชนิดหนึ่ง (อันที่จริงเขาอาจจะวัดกันคนละแบบ)

#20 By nighty on 2009-02-08 08:46

เคยคิดเหมือนกันว่าเขียนเรื่องมีสาระแล้วทำไม ไม่มีคนอ่านเหมือนกัน ตอนนั้นก็แอบเซ็ง.... นั่งหาข้อมูลอยู่ตั้งนาน

แต่ตอนนี้ไม่ค่อยคิดแล้วหล่ะ เพราะตอนนี้ที่เขียนไปก็เขียนให้ตัวเองอ่ะ แบบว่าอนาคตก็ได้กลับมาย้อนดูความคิดของตัวเองในอดีต ช่วงต่างๆ ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ทำอะไรอยู่มากกว่า

แต่ก็อดดีใจไม่ได้นะทุกคร้งที่มีคนมาคอมเมนท์อ่ะsurprised smileHot!

#21 By cherried on 2009-02-08 09:37

คุณไนท์ตี้ครับ ผมพูดแล้วอาจจะเหมือนให้กำลังใจอะไรได้บ้าง ผมอยากจะบอกว่าผมรู้จัก exteen เพราะบล๊อกของคุณนี่แหละครับ ตอนนั้นผมเข้าไปในเว็บอะไรสักอย่างของชุนจิอิวาอิหรือหนังเรื่อง love letter และมันจะมีให้สมัครลงชื่อตามประเทศและคุณเป็นคนไทยคนเดียวในนั้นผมเลยได้เข้ามาดูในบล๊อกนี้ และก็สมัครสมาชิก เริ่มเขียนแบบไม่รู้จะเขียนอะไรและไปทำไมมาเรื่อย จนนี่ก็น่าจะร่วม ๆ สามปีได้แล้ว ผมก็ยังเขียนอยู๋ แบบที่โพสรูปบ้างเขียนยาวแบบมีสาระแต่ไม่มีคนเม้นท์บ้าง
เอาจริง ๆ ก็เคยมีอาการน้อยใจว่าเขียนแล้วไม่มีใครโพสคอมเม้นท์เลย แต่ลึก ๆ ผมเชื่อว่ายังมีคนอ่านอยู่(แม้จะดูเหมือนหลอกตัวเอง) เพราะผมชอบเข้าไปอ่านของคนอื่น แต่ไม่รู้จะโพสคอมมเม้นท์อะไร และจะโพสไปทำไม บางทีเห็นเขาโพสกันเยอะแล้วก็ไม่ค่อยอยากโพสก็มี
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็อ่าน อ่านมันจนจบ แค่ผมเชื่อว่ามีคนอ่านบล๊อกผมสักคนแล้วไม่ได้โพสคอมเม้นท์หรือให้ฮ๊อตผม แต่เขาอ่านทุกอย่างที่ผมเขียนก็โอเคแล้วครับ บางทีอ่านคอมเม้นท์ที่เขามาโพสกันแล้ว ยังนึกอยู่เลยครับว่าเขาอ่านหมดหรือเปล่า อย่างนี่ต่อให้มีเยอะผมก็คงไม่แฮปปี้เท่าไหร่ครับ
big smile
เราเปิดบล็อกเพื่อสนองความต้องการของตัวเองล้วนๆเลยล่ะ

บางทีเหนื่อยนะ

บล็อกเรามีคนมาดูเยอะแต่คนเม้นท์น้อยชะมัด

เราบางทีก้อต้องไปสร้างสัมพันธ์กะคนอื่นก่อน ไม่งั้นก้อจะไม่มีพวกอะนะsad smile
เขียนเพื่อ?...อยากเล่าเรื่องที่ตัวเองเจออ้ะฮ่ะbig smile

#24 By Mango Hotel on 2009-02-08 11:08

การที่แอ๊ปเขียนบล๊อค

คงเพราะตัวเองและมั้ง

บล๊อคเหมือนพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆของเรา

ทั้งวันเจอเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์

บล๊อคเหมือนที่ปลดปล่อยความเครียด

เหมือนที่พักเหนื่อยให้แอ๊ป

#25 By ❤ABITA on 2009-02-08 11:23

เห็นด้วยกับคอมเมนต์หนึ่งด้านบนๆนะ
"ไม่เมนต์ไม่เป็นไร แต่เมนต์เหมือนไม่อ่านสิเศร้าใจ"
หลายคนมาบ่นกับผมประเด็นนี้แหละ
(ไม่ว่าจะประเภท "มาเยี่ยมนะจ๊ะ", "เม้นแล้ว" หรือพวกที่ด่าคนเขียนโดยที่จับประเด็นสาระผิดไปหลายกิโล)

#26 By nanoguy on 2009-02-08 11:54

ad favolite

commentttttttt

coment

commmentttt





ผลที่ตามมาจะรู้ด้วยตนเอง


บอกขนาดนี้แล้วนะโว้ยยยยยย

#27 By ~Lemon~cicerO~ on 2009-02-08 11:55

"ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ไม่ว่านานเท่าไรก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป.."
** เพลงพื้นที่เล็กๆ -บอย ตรัย ภมิรัตน์

ที่จริงก็พึ่งมาทำบล๊อคค่ะ ความรู้สึกว่าเขียนบลอคเพื่อใคร เราเขียนบลอคทำไม เราเขียนบลอคเพราะอะไร ก็เลยยังกรุ่นๆอยู่ คือ

1. อยากเขียนถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แล้วเราอยากให้เป็น(ประมาณว่า ขอได้เขียนถึงก็ยังดีsad smile )
2. เขียนถึงสิ่งประหลาดที่เจอเพราะอยากรู้ว่าใครที่ไหนเป็นแบบเราบ้างเนี่ย...ไม่อยากเชื่อembarrassed
3. ไม่รู้จะบอกใครเขียนไว้ในบล๊อคเนี่ยแหละ เผื่อมีใครเป็นอย่างเราบ้าง
4. อยากบอกเล่า ถ่ายทอดส่งดีๆให้แก่กัน เป็นการสร้างมิตรภาพที่ช่วยให้โลกน่าอยู่ค่ะbig smile
5. ฯลฯ

สรุปรวมๆคงเป็นเพราะเจ้าความคิด จินตนาการเนี่ยแหละค่ะตัวการเลย จุดประสงค์อื่นๆเลยตามมาเพียบ...

#28 By | เ พ ลิ น * | on 2009-02-08 12:16

Hot! Hot! Hot!

#29 By kumapanda on 2009-02-08 12:21

" ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ที่แท้จริง ถึงแม้จะมีผู้ชมแค่คนเดียว พวกเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ฺต่อไป "

ชอบประโยคนี้มากค่ะ

ไม่รู้ทำไมแต่เราซึ้งมากอ่ะ T --- T
Hot! Hot! Hot!

#30 By Milkiiz❤ on 2009-02-08 12:33

ผมว่าคนเขียนบล๊อกทุกคนน่าจะเคยผ่านจุดวิกฤตนี้มาแล้วกันทัึ้งนั้นนะครับ

ผมชอบคำตอบของคุณ blackholesun เพราะคิดเห็นเหมือนกันเลย เขียนเพื่อใครสักคนที่ต้องการมัน ในยา่มที่เค้าต้องการ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนใน exteen หรอก ใครก็ได้ที่สามารถนำของสิ่งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

ผมอยากให้เราคิดเหมือนว่าเราเป็นครูคนหนึ่ง ที่ยินดีจะถ่ายทอดความรู้ ให้กับใครก็ได้ที่เค้าอยากเรียน แม้มีคนตั้งใจเรียนหนึ่งคน แต่ที่เหลือทั้งห้องนั่งหลับ ก็ยังจะสอนต่อไป

#31 By เจ้าชายน้อย on 2009-02-08 12:45

"เราเขียนเพราะเราอยากจะเขียน เราไม่ได้เขียนเพราะอยากให้ใครมาชื่นชมงานที่เราเขียน" เป็นคำพูดสมัยเด็กๆ

แต่ตอนนี้ "เราอยากจะใช้การเขียนเป็นการสื่อสารความคิดของตัวเองให้ผู้อื่นรับรู้"

เคยเขียนนิยายแล้วท้ออยู่ช่วงนึงเหมือนกันค่ะ(ไม่ใช่อะไรหรอก คนอ่านไปเตรียมเอนท์กันหมด) โชคดีที่มีน้องคนอ่านอยู่คนนึงคอยเม้มเป็นระยะๆ ก็มีความรู้สึกว่า เอาเหอะ คนเดียวก็คนเดียววะ ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็มีคน"รับรู้"เรื่องของเราบ้าง

...เรียกว่าตอนเด็กๆเราเขียนเพื่อตัวเอง
ตอนนี้พัฒนาขึ้นเป็นเขียนเพื่อคนอื่นบ้างแล้วล่ะค่ะ (แต่ก็ยังสนองนี้ดตัวเองอยู่ดี)

...มีใครเข้าใจเม้มนี้บ้าง?sad smile

#32 By ReNile on 2009-02-08 13:06

โดนใจครับ confused smile

#33 By LostOfCTRL on 2009-02-08 13:27

โดยทั่วไปแล้วผมว่าธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม ทำอะไรก็ต้องการให้คนอื่นยอมรับแหละครับ

จะพูดว่าเราทำเพื่อตัวเองคนเดียวเท่านั้น สำหรับผมก็ยังไม่ได้เป็นขนาดนั้นอยู่ดี ยากครับ ถ้จะมีรูปแบบความคิดที่เป็นอุดมคติแบบนั้น (แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้)


แต่คำถามนี้ก็ยังเป็นคำถามที่ดีอยู่ดี เขียนบล็อกทำไม ผมว่าคำตอบไม่ตายตัวหรอกครับ สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือขอให้เราเองมีคำตอบที่เป็นตัวเรา คำตอบที่ไม่เกิดจากการที่มีใครมายัดเยียด

มันไม่ผิดถ้าเราจะเขียนเพื่อเราอ่านเอง ถ้าเรามั่นใจจะทำแบบนั้นโดยที่ไม่แคร์ใคร

มันไม่ผิดที่เราจะเขียนเพื่อต้องการให้คนอ่านเยอะๆด้วย ถ้าเรารู้สึกมีความสุขกับการได้มาแบบนั้น

ความสุขของเราอยู่ตรงไหน ถ้าตอบตัวเองได้ ผมว่าเราน่าจะมีความสุขกับการเขียนบล็อกได้ครับ
เพราะนั่นคือคำตอบว่าเราเขียนเพื่ออะไร


ส่วนตัวแล้วผมถือว่าที่บล็อกนี้มีไว้เพื่อพักผ่อนแล้วทำให้รู้สึกดีนะ เพราะมันไม่เกี่ยวกับคะแนน ไม่เกี่ยวกับงาน ไม่เกี่ยวกับเงิน ... ดังนั้นจุดเริ่มน่าจะอยู่ที่ตัวเองแหละครับbig smile


อ้อ เรื่องที่มีคนตอบน้อยนั้น ไม่ใช่ว่าคนอื่นเค้าจะไม่อ่านนะ เพราะบางทีมันก็ไม่รู้จะตอบอะไรจริงๆ แต่อย่างน้อยถ้าบทความดี มันก็เก็บไว้เป็นเครดิตดีๆสำหรับเจ้าของบล็อกไปแล้ว และมันก็จะสะสมไปเรื่อยๆ

สักวันคนที่หลบมุมอยู่อาจจะมาเม้นต์ครั้งหนึ่งที่ทำให้คุณประทับใจไปได้อีกนานได้นะ

#34 By โคค่อน on 2009-02-08 13:52

สำหรับผมนะ การเขียนบล็อกผมเีขียนเพราะสนุกที่จะัเล่า

ยิ่งเล่ายิ่งสนุก คนอ่านก็สนุกสนานตามไปด้วย

และคนที่อ่านสิ่งที่้เราเล่า แล้วเขาชอบ ผลลัพธ์ที่ำได้
ก็คือคอมเม้นท์ที่จะตามมาครับ

ผมว่านั่นเป็นผลพลอยได้จากความสนุกของเราครับ

#35 By พงคุง on 2009-02-08 15:14

เจ็บจี๊ดเข้ากลางใจbig smile

Hot! Hot!
เราเริ่มต้นการเขียนเพราะอยากเขียน

การคิดแต่ผลประโยชน์อยู่เสมอ ชีวิตก็ไม่มีความสุขครับ มัวแต่ระแวงว่าเห้ยลงทุนไปเท่านี้ผลกไรจะเท่าไร กูเขียนไปสิบแปดย่อหน้า มีคนเมนท์ 8 คน ขาดทุนไปสิบย่อหน้าไม่คุ้มนะเนี่ย

มันก็เกินไป

กระแสตอบรับเป็นเรื่องสำคัญในเรื่องของกำลังใจ
แต่ในขณะที่เราไม่ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเลย เราจะมุ่งหวังอะไรจากการปฏิสัมพันธ์จากผู้อื่นล่ะครับ

คนที่ไม่เคยแอดใคร หรือคอมเมนท์ใครเลย ก็น้อยนักที่จะมีคนกลับมาเยี่ยมเยือนเรา เป็นหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงครับ
อ่านบทความนี้แล้วดีจังมันเป็นความในใจและความจรงใจที่เขียนออกมา และทำให้เราที่พึ่งฝึกทำบล๊อคได้ความคิดดีดี และรู้สึกว่าอยากเป็นเพื่อนและมีเพื่อนดีดี แบบนี้กับเค้ามั่ง เราชอบเขียนข้อความที่มันเกี่ยวกับกำลังใจ ความสุข และเราก็มีความสุขที่ได้เขียน และ ได้อ่านเอง เพราะเราทำด้วยความสุขที่ได้ทำ Hot! Hot!

#38 By sangphet on 2009-02-08 15:21

บางทีก็แอบนึกนะ
เราก็นักเขียนบล็อกมือใหม่นี่นา
อยากให้ใครแวะมาชมบ้าง
แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส
เราทำเพื่อความสุขของเราดีกว่า
มีความสุขที่ได้เขียน..แค่นี้ล่ะมีความสุขแล้วHot!

#39 By Phai on 2009-02-08 16:17

ความทะยานเห็นได้ทั่วไปในหมู่มนุษย์
ผมว่า...
ทำอะไรเพื่อตัวเองน่าจะสุขใจมากกว่าจะหวังผลอะไรนะครับbig smile

#40 By Doru-Kun™ on 2009-02-08 16:24

ไอ๊ย่ะ!!!!!Hot! cry โดนๆ
เป็นคนเขียนไม่ค่อยเก่ง ก็ได้แต่วาดรูปโพสไปวันๆ
คนเม้นท์ก็น้อยนิด
แต่ก็ก็จะโพสต่อไป....แค่อยากจะระบายความคิด อยากจะระบายความฝัน....
big smile

#41 By Army_WhiteMonkey on 2009-02-08 16:40

จะอัพบล็อกแต่ละครั้ง เราค่อนข้างคิดมาก ว่าเรื่องนั้นมันอยู่ในกระแสรึเปล่า จะมีคนสนใจหรอ ฯลฯ ตอนนี้มีเอนทรีย์ที่เซฟไว้แล้วก็ลบทิ้งหลายครั้ง จนตอนนี้ยังไม่มีเอนทรีย์ที่3ซักที --

#42 By ฉัน ชื่อ ยีน on 2009-02-08 16:51

เขียนเพราะสนุกค่ะ เอนทรี่เก่า ๆ ที่เคยเขียนไว้ถึงจะไม่มีใครมาคอมเม้นท์แต่ก็มีคนอ่าน ตั้งใจทำเพราะว่าชอบในสิ่งที่ตัวเองรักแล้วก็อยากจะทำเก็บไว้ เขียนเพื่อคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันค่ะ ถึงจะมีน้อยแต่ก็สนุกเฮฮาได้ จะไปซีเรียสทำไม

#43 By Daughter Of Sparda on 2009-02-08 17:36

เราเขียนบล็อดเพราะเราอยากเขียน
เราเขียนบล็อดเพราะเราอยากเขียน
จะสนทำไมถ้าไม่มีใครมาอ่าน...
Hot! Hot!
น่าสนใจมาก โอเค เยียมHot!

#45 By M-Blog on 2009-02-08 18:00

Hot!

ก็จริงค่ะ ถ้าเขียนแล้วไม่มีคนอ่าน ไม่มีคนเม้น มันก็เศร้าใจอยู่

ก็คิดว่า เขียนเพราะอยากเขียน

แต่บางที พอเห็นว่าเขียนแล้วไม่ได้กำลังใจกลับมาก็หมดกำลังใจจะเขียนต่อจริงๆแหละค่ะ

จนตอนนี้หันกลับมาเขียนไดให้ตัวเองอ่านคนเดียวแล้ว sad smile
แต่ก็มีความสุขกว่าเยอะ
Hot!
เคยถามตัวเองว่าเขียนบล็อก เขียนไดอารี่ทำไม?
คงเป็นเพราะเขียนเรพาะอยากเขียน อะไรที่ล้นหัวก็เอาออกมาซะบ้าง คงจะมีซักคนบนโลกที่เข้าใจสิ่งที่เราเขียน

คอมเม้นต์/คนอ่าน มีอิทธิพลเหมือนกันนะ ถ้าคนเม้นต์น้อยเราก็เซ็ง แต่ก็ยังเขียนเพระามีเรื่องจะเขียน
55

แต่ก่อนเขียนที่เว็บอื่นแล้วคนอ่านมันไม่มีน่ะ คือวิวมันเพิ่ม แต่คอมเม้นต์ไม่กระดิก เลยไม่รุ้ว่าสรุปว่าฉันเขียนห่วย อ่านไม่รุ้เรื่อง เลยไม่เม้นต์ หรืออะไร ยังไง? หรือไม่มีใครเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขียน เพราะหาคนที่เข้าใจเรา ชอบอะไรเหมือนกันเรา หรือมีวุฒิภาวะพอๆกับเราได้?

บางทีสังคมในเว็บนั้นๆมันก็กำหนดด้วยนะว่าจะมีคนสนใจผลงานเรามั้ย
ไปอยุ่สังคมเด็ก แล้วเขียนเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพยุคปัจจุบัน .. แบบนี้ไม่มีใครอ่านจริงจังแน่ๆ แต่ถ้าลองย้ายมาเขียนที่เว็บที่คนเล่นโตขึ้นมาหน่อย พอจะรู้จักเทคโนโลยีชีวภาพบ้าง...แน่นอนว่าคนที่สนใจผลงานเราย่อมมีมากขึ้น อาจจะได้ดิสคัสกันในประเด็นต่างๆ ได้เพื่อนใหม่อีกต่างหาก

big smile

อีกอย่างคือเราน่าจะลองออกนอกบ้าน ไปแจมคนนั้นคนนี้ เปิดหูเปิดตาดูบล็อกคนอื่นเขามั่ง แล้วจะได้อะไรดีๆเยอะ (เหมือนโฆษณาตัวเองไปด้วยว่ายังมีเราอยู่บนโลกนี้)

แต่สำหรับเรา .. เราย้ายมาเขียนที่นี่แล้วคนอ่านตอบสนองมากขึ้น มีคนสนใจมากขึ้น มีความสุขกว่าเขียนที่เก่านะ ^^ เลยคิดจะมาเขียนที่นี่ถาวรเลย 55

ถึงยังไงก็จะเขียนต่อไป ตราบใดที่ยังมีเรื่องให้เขียน
confused smile

#47 By HeDw!g on 2009-02-08 19:09

ชอบมากเอนทรี่นี้ โดยเฉพาะท่อนแรกๆ Hot!

เวลาเห็นคนโพสเอนทรี่แบบนั้นแล้วมันหงุดหงิดปนขำระกำสมเพชอนาถจริงๆ

ปรัชญาที่เรียนมาสร้างความคิดให้คนเราได้เฉพาะตอนที่เรียน.. ไม่ได้ซึมซับพอที่จะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ล่ะมั้ง ก็ต้องรณรงค์กันต่อไป confused smile

#48 By Temp on 2009-02-08 19:13

สุดยอดครับ Hot!
โดนมากๆๆ

#49 By samta on 2009-02-08 20:40

ที่จริง แต่ก่อนเป็นคนไม่ชอบเขียน-อ่านบล็อกเลย
พอมาเริ่มทำก็คิดแต่แรกแล้วว่าเขียนเพื่ออะไร
คำตอบก็เขียนเพื่อตัวเองแหละค่ะ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็เป็นผลพลอยได้มา

จะทำเพื่อใครหรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำนะคะ

#50 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-02-08 20:41