ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์*

ย้อนไปปี 1998 การตายของฮิเดะ นักร้องนำวง X- Japan ก่อให้เกิดความสะเทือนใจทั้งต่อแฟนเพลงทั่วเกาะญี่ปุ่น ไม่เพียงแค่นั้นการตายของเขายังกลายเป็นที่เลียนแบบของแฟนเพลงอีกหลายคน การฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นต้องหันมาจับตาอีกครั้ง

จนมาในปี 2002 โซโนะ ชิอน เป็นผู้กำกับที่ก้าวขึ้นมาจากพิงค์ฟิลม์  Jisatsu Circle หรือ Suicide Club ไม่ใช่ผลงานเรื่องแรกของเขา แต่มันก็เป็นงานที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก Suicide Club สะท้อนถึงภาพของญี่ปุ่นยุคปี 2000 ทั้งดนตรีวงป๊อบ อินเตอร์เน็ท ครอบครัว สภาพจิตใจของผู้คน ส่วนในไทยก็มีทั้งแผ่น vcd และ dvd ลิขสิทธิ์ในไทย ในชื่อว่า วงจรอำมหิต นักเรียนพันธุ์โหด ซึ่งใครอยากชมไม่ต้องควานหาหรอก แนะนำให้ไปหาโหลดบนอินเตอร์เน็ตดีกว่า และอย่าดูมันเลยซับไทย ทนดูนั่งเปิดแปลซับอังกฤษจะดีกว่าเพราะแปลได้เกินบรรยายมาก (พันธมิตรพากย์ และซับเอามาจากบทพากย์ของพันธมิตร) บอกว่า จิซาสึ คลับ (คลับฆ่าตัวตาย) เป็น คลับซ่า ฆ่าตัวตาย นี่ก็สุดยอดแค่ไหนแล้ว ยิ่งบางช่วงนี่แปลออกมาคนละเรื่องกับซับอังกฤษเลย (ผมพอฟังภาษาญี่ปุ่นออก คำแปลภาษาไทยนี่ไม่มีเนื้อเค้าเดิมเลย)

 

 

Suicide Club เปิดตัวด้วยฉากสยองขวัญที่สะเทือนอารมณ์ทั้งผู้ชมและตัวละครในเรื่องไปพร้อมกัน เด็กสาวจำนวนห้าสิบกว่าคนกระโดดให้รถไฟทับจนทำให้สถานีรถไฟชินจูกุกลายเป็นทะเลเลือด นั่นเป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่จุดชนวนของเรื่องราวทั้งหมด

หลังจากการฆ่าตัวตายหมู่ที่ไม่แสดงให้เห็นถึงความสะทกสะท้านและความกลัวแม้แต่น้อย หนังก็แสดงให้เราเห็นถึงวงดนตรีป๊อบพร้อมกับเพลงหวานติดหูอย่างวง DESEART พร้อมกับภาพของนางพยาบาลสองคนกับการกระทำอันเป็นปกติจนไม่มีใครเชื่อว่าพวกเธอจะฆ่าตัวตายในเวลาถัดมา

(เป็นการกระทำที่ซึ่งขัดแย้งกับหลักจิตวิทยาอย่างยิ่ง เรามักจะเชื่อว่าคนที่มีอาการซึมเศร้ามักที่จะฆ่าตัวตาย คนก้าวร้าวมักจะมีอารมณ์รุนแรง หรือ ความเชื่อที่ว่าคนที่ฆ่าตัวตายจะไม่ลำบากลำบนไปซื้ออาหารจากที่ไกล ๆ หรือ ใส่ใจในการกระทำของตัวเอง แต่ใน Suicide Club เพิ่มความซับซ้อนโดยการหักล้างข้อสันณิฐานเหล่านั้นจนหมด)

 

จนถึงฉากต่อมา ตัวหนังก็แสดงให้เราเห็นถึงว่ามักจะมีกระเป๋าปริศนาปรากฏออกมาทุกครั้งเมื่อมีการฆ่าตัวตาย รวมถึงการเปิดตัวของเหล่านักสืบและตำรวจที่ทำการสืบสวนการตายของเหล่านักเรียนที่กระโดดให้รถไฟทับในช่วงต้น นี่คือฉากเปิดตัวละครหลัก ๆ หลาย ๆ ตัวทั้ง นักสืบคุโรดะ คุณตำรวจหนุ่มฃิบุซาว่า นักท่องอินเตอร์เน็ตสาโคมุริ การเชื่อมโยงไปถึงเว็บไซท์ปริศนา


ในกระเป๋าสีขาวนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าแผ่นหนังของมนุษย์ที่เอามาเย็บต่อกันจนเป็นเหมือนกงจักร (circle) นั่นเป็นสิ่งที่แสดงถึงตัวตนของลัทธิลัทธิหนึ่ง

 

กลับไปยังนักสืบคุโรดะ คุณพ่อประจำบ้านพร้อมด้วยมีลูกสองคน เขาเป็นชายวัยกลางคนที่เห็นได้ตามสังคมทั่วไป คุณพ่อที่ไม่มีอำนาจแม้ว่าเขาต้องการที่จะประชุมครอบครัวแต่ลูก ๆ ก็ไม่ได้สนใจจนทำให้เขาต้องปล่อยเลยตามเลย


จนถึงฉากถัดมาฉากในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง นี่เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการ พฤติกรรมลอกเลียนแบบ (copycat) การกระทำอันบ้าระห่ำแบบปราศจากความยั้งคิดของกลุ่ม และ พฤติกรรมแบบพวกมากลากไป จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในเวลาถัดมา (ฉากนี้แสดงให้ถึงความขัดแย้งเช่นเดียวกันแบบข้างบนว่าไม่มีใครติดจริง ๆ หรอกว่าพวกนี้มันจะกระโดดลงไปจริง ๆ)

 

ต่อมาเป็นการเปิดตัวของ มิสึโกะ สาวขวางโลก แฟนหนุ่มของเธอกระโดดลงมาใส่เธอพอดี ศพของแฟนหนุ่มมีแผลของเนื้อที่ถูกขูดไปอยู่ ตำรวจสอบถามเธอแต่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยและเธอก็ไม่ได้มีแผลหมือนแฟนหนุ่มของเธอ

 

ตัดมาฉากของนักสืบคุโรดะ ลูกชายของเขาเข้าไปยังเว็บไซท์ปริศนาตอนต้นเรื่องได้ คุโรดะใส่ข้อมูลของตนเองลงไปและต่อมาก็มีการติดต่อมาจากเด็กปริศนา พวกเขาเชื่อว่าเด็กพวกนี้คงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร เด็กในโทรศัพท์บอกว่าที่สถานีเดิมจะมีคนอีกห้าสิบคนกระโดดลงไปอาจจะเป็นใครก็ได้ โดยมีคำใบ้คือโซ่ที่หก พวกเขาย้อนไปดูกงจักรหนังมนุษย์ชิ้นที่หกเป็นรอยสักของใครบางคน พวกเขาตามหาและพยายามหยุดยั้ง สังเกตและหาเบาะแสก่อนที่จะรู้ว่าถูกปั่นหัว เมื่อถึงเวลาแล้วกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


จนมาถึงช่วงถัดมาพร้อมกับเพลงประกอบ "Sore de Minna-san Sayonara" (ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ลาก่อนนะทุกคน) ที่แสดงให้ถึงผู้คนมากมายหลายกลุ่ม ทุกคนล้วนแต่ดูปกติแต่ใครจะรู้เล่าว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น คนบางคนถือป้ายที่เขียนว่า "กระโดดตรงนี้" ตามท้องถนน พร้อมกับการฆ่าตัวตายของผู้คนมากมาย นี่อาจจะเป็นคนห้าสิบคนที่เด็กเหล่านั้นบอกไว้ก็ได้

แต่ที่สิ่งที่นักสืบคุโรดะต้องเจ็บช้ำมากที่สุดคือเมื่อเขากลับบ้านแล้ว ลูกสาวทักทายเขาจากข้างหลัง หากเพียงเขาหันไปมองเพียงนิดเขาคงจะเห็นว่าลูกสาวของตัวเองเปื้อนไปด้วยเลือด แต่พอเขาหันหลังไปก็สายไปเสียแล้ว เลือดเต็มไปทุกที่ มีตัวอักษรเขียนว่า "แทรคที่ 6 กระโดดตรงนี้" อยู่กลางฝาผนัง (ตรงนี้หมายถึงชื่อเพลงในอัลบั้มและยังเป็น โซ่ที่หก ที่เด็กปริศนาบอกด้วย)

ต่อมาเป็นฉากที่คนหลายคนเริ่มจะงงงวยกับการเปิดตัวของ จีเนซิส ผู้อ้างตัวว่าเป็นผู้ก่อตั้ง Suicide Club โคมุรินักท่องเน็ตสาวถูกจับตัวไปโดยไม่รู้จุดประสงค์อันแน่ชัด แต่ถ้ามองให้ลึกเข้าไปแล้ว จีเนซิสและ Suicide Club ของเขาเป็นตัวอย่างของการ copycat (เด็กในตอนต้นบอกว่า มันไม่มีหรอก suicide club น่ะ)  ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ฉากนี้ยังแสดงุถึงซึ่งที่เรียกได้ว่าความเสื่อมทรามของมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด เพราะในฉากนี้มนุษย์ถูกกระทำไม่ต่างจากสัตว์เพื่อเป็นการสร้างความบันเทิง(อันแสนอนาถ)ให้แก่โคมุรินั่นเอง

กลับมายังนักสืบคุโรดะอีกครั้ง ทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยสีแดงฉานเพียงเพื่อที่จะทำให้เขาได้รู้ว่าที่แท้แล้ว รอยสักที่อยู่บนผิวหนังแผ่นที่หกที่พวกเขาสังเกตกันนั้น มันเป็นของลูกชายเขานั่นเอง นั่นเป็นสิ่งที่สะเทือนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้เป็นพ่อ ที่ไม่รู้เลยว่าลูกชายของตนเองไปสักรอยสักมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เด็กปริศนาติดต่อมาหาคุโรดะอีกครั้งพร้อมกับถามว่า "คุณเชื่อมต่อกับครอบครัวหรือเปล่า" "คุณเชื่อมต่อกับลูก ๆ หรือเปล่า" "คุณเชื่อมต่อกับตัวเองหรือเปล่า"

สายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ผู้กำกับโซโนะ ชิอน ชอบเล่นอยู่บ่อย ๆ ในเรื่องนี้ก็เช่นกัน สิ่งที่พวกเด็ก ๆ ต้องการจะสื่อคือการตั้งคำถามเชิงอุปมาที่มีความหมายว่า ทำไมมนุษย์ถึงต้องมีความสัมพันธ์ ซึ่งนั่นแปลได้อีกความหมาย "หากมนุษย์นั้นไม่มีความสัมพันธ์แล้ว... เราจะอยู่เพื่ออะไรกัน"

ฉากต่อมาทำให้เราเข้าใจถึงพฤติกรรมของ จีเนซิส มากขึ้น แท้ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่เจ้าลิทธิ Suicide Club แต่เป็นพวกอยากดังและพวกสมอ้าง (ลองนึกถึงพวกที่ชอบเอาผลงานของคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตัวเองดู) การที่เขาจับตัวโคมุริมาและปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่คงเป็นเพราะอยากให้เธอเป็น "สื่อ" ที่บอกกับโลกภายนอกว่าเขาคือใครนั่นเอง (โคมุริเป็นคนดังในโลกอินเตอรืเน็ต)

หลายคนคงจะนึกว่าเรื่องราวคงจะจบลงได้แล้ว แต่ตัวหนังก็ตัดไปยังมิสึโกะสาวขวางโลกอีกครั้ง เธอไปยังบ้านของแฟนหนุ่ม แล้วเธอก็ได้พบกับเบื้องหลังที่แท้จริง... โดยบังเอิญ

แท้ที่จริงแล้ววง DESERT ที่เป็นวงป๊อบชื่อดังที่เราเห็นตั้งแต่ต้นเป็น "สื่อ" ที่ชักนำผู้คนนั่นเอง

มิสึโกะไปพบกับ "ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง" ทั้งหมด เหล่าเด็ก ๆ ตั้งคำถามเธอต่าง ๆ มากมายจนสุดท้ายเธอก็ถูกนำไปลอกหนังเช่นเดียวกับพวกอื่นนี่เอง

 

ฉากสุดท้าย กงจักรหนังมนุษย์ปรากฏมาอีกครั้ง นักสืบชิบุซาว่าพบว่าผิวหนังหนึ่งในนั้นเป็นของมิสึโกะ เพราะเขาจำรอยสักของเธอได้ วันต่อมาตัวเธอไปยังสถานีรถไฟพร้อมกับนักเรียนหญิงจำนวนมาก ริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นไม่ขาด เป็นเพลงฮิจของวง DESERT ชิบุซาว่าคว้าตัวเธอ เขาพยายามที่จะห้ามเธอ แต่เธอทำสีหน้าสงสัย จนถึงเวลารถไฟมาทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ใครคิด ไม่มีใครกระโดดลงไป พวกเธอเหล่านั้นเดินขึ้นรถไฟไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ต่อมา DESERT ก็ประกาศยุบวง ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าอะไรเกิดขึ้นกันแน่ แต่ที่รู้แน่อย่างหนึ่งคือทั้งมิสึโกะ (และอาจรวมถึงนักเรียนหญิงเหล่านั้น) เลือกที่จะ "มีชีวิตอยู่" และนั่นเป็นการที่บอกเราว่า ไม่ว่าจะเป็นการ มีชีวิตอยู่ต่อไป หรือ การที่จะไม่มีชีวิตอยู่ นั้น เป็นสิ่งที่แต่ละคนเลือกได้ ไม่ต้องให้ใครบีบบังคับ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เด็กปริศนาเหล่านั้นต้องการบอกก็เป็นได้ แท้ที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้บีบบังคับใด ๆ เพียงแต่ทุกคนเลือกที่จะทำอย่างนั้นเอง

ในฉากจบอาจจะเป็นเหมือนความหวัง โศกนาฏกรรมคงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าทุกคนเลือกที่จะมีชีวิตอยู่

 

Suicide Club เต็มไปด้วยการกระทำที่ปริศนา เรื่องราวที่หาเหตุผลแน่ชัดไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเพราะแม้แต่ตัวผู้กำกับ โซโนะ ชิอน ยังรู้ตัวเลยว่าหนังเรื่องนี้ของเขางงงวยเกินไป แต่สิ่งที่เขาสามารถสื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ได้คงจะไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่าความล่มสลายของสังคม และไม่แปลกเลยที่คนหลายคนจะรู้สึกเศร้าและหดหู่กับภาพยนตร์เรื่องนี้มากกว่าความสยองขวัญหรือตื่นเต้นแบบหนังสยองขวัญทั่วไป

หลังจาก Suicide Club ปี 2005 โซโนะ ชิอน ก็ได้นำ Noriko's Dinner Table ออกมาให้โลกเห็น พร้อมกับ Strange Circus ในปีเดียวกัน Noriko's Dinner Table ซึ่งเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังมาจากนิยายที่โซโนะ ชิอน เขียนเองที่มีชื่อว่า Suicide Circle Kanzenban (ฉบับสมบูรณ์)


หลายคนอาจจะเคยเห็นหนังสือการ์ตูนเรื่อง Suicide Club และเคยได้ยินมาว่าหนังเรื่องนี้สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนก็คงต้องบอกว่าคุณได้ยินข้อมูลมาผิด ๆ เสียแล้วล่ะ แท้ที่จริง โซโนะ ชิอน ต้องการที่จะออกหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งที่เป็นเนื้อเรื่องขยายของตัวหนัง นั่นก็คือหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นนั่นเอง โดยเนื้อหาเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์กระโดดให้รถไฟทับจากในตัวหนังของ Suicide Club นั่นเอง

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Jisatsu circle (Suicide club) ทำไมถึงต้องตาย ?

 

edit @ 13 Dec 2008 21:53:00 by nighty

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากดูเรื่องนี้จัง เคยหาเจอในveohแต่ไม่มีเวลาดู
พอจะดูอีกที veohก็ดูไม่ได้ซะแล้ว แย่จัง

#1 By LonelyFairy on 2008-12-13 21:14

โอ้ น่าสนใจดีคับ แต่ดูแล้วกลัวจิตหดหู่ เป็นคนเซ้นสิ(โดน)ถีบ sad smile

#2 By Nerd de Scriptorus on 2008-12-13 21:14

แจ๋วอีกแล้ว..

ขอบคุณขอรับ

Hot!

#3 By ppao on 2008-12-13 21:21

อยากดูT________T

#4 By EyukiZ ; TiTii on 2008-12-13 22:09

ชอบเรื่องนี้มากจริงๆค่ะ
มีเว็บหรือบิทที่ให้โหลดบ้างมั้ยคะ?

เคยดูเมื่อตอนยังเรียน
แต่ดูไปได้ครึ่งเรื่องเองต้องรีบกลับบ้าน อดดูเลย

ดูแล้วหดหู่จริงๆด้วย แต่มันได้อะไรหลายอย่างเลยนะ ชอบๆ

#5 By อูฐดารา on 2008-12-13 23:43

เคยดูแต่ฉากเปิดตัว

แต่ยังไม่ได้ดูทั้งเรื่องเลย กลัวจิตตกsad smile

#6 By εїз.moni on 2008-12-14 08:45

อยากให้รีวิวเรื่อง Noriko's Dinner Table ด้วยจังค่ะ

#7 By *cinnamoroll on 2008-12-14 17:57

สำหรับคนที่อยากดูบนเน็ตใน youtube มีคนอัพเอาไว้ครับผม ลองเชิจหาดูได้โดยชื่อเรื่อง

ส่วนเว๋บบิทให้โหลดลองหาที่เว็บ mininova ดูนะครับ (ถ้าซี้ดยังไม่ตาย)

ส่วนเรื่อง Noriko's Dinner Table ถ้ามีโอกาสคงได้พูดถึงกันแน่ครับผม

ขอบคุณครับ

#8 By nighty on 2008-12-14 21:53

สารภาพว่าดูไม่รู้เรื่องครับ หนังเรื่องนี้sad smile

#9 By P.S. on 2008-12-28 10:55

ขอบคุณครับ อธิบายได้ละเอียดมากจริงๆ เข้าใจหลายๆเรื่องขึ้นอีกเยอะเลย

แต่ส่วนตัวก็รู้สึกว่าหนังอันตรายเกินไป เพราะถ้าคนคิดตามหนังและรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสัมพันธ์กับใครเข้าจริงๆ อาจฆ่าตัวตายอย่างในหนังก็ได้

หลายๆคนอาจเข้าถึงเนื้อหายากเพราะไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับหนัง

#10 By Jujai (58.9.153.194) on 2009-03-19 11:11