[NDS game review] Kirby Super Star Ultra, เหล้าเก่าเอามาปรุงรสใหม่ในขวดใหม่และไฉไลกว่าเดิม
posted on 12 Nov 2008 19:19 by nighty in NDS
เมื่อพูดถึง เคอร์บี้
นักเล่นเกมไทยหลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหู
แต่หากเป็นเกมเมอร์ต่างชาติหรือแฟนนินเทนโดตัวจริงแล้วก็คงจะเป็นไปไม่ได้
ที่จะไม่รู้จักเข้าตัวกลมป๊อกสีชมพูตัวนี้ที่สามารถดูดกลืนทุกอย่างลง
กระเพาะได้ หลังจากสิ้นสุึดของยุคซุปเปอร์แฟมิคอม หลาย ๆ
คนก็อาจจะแทบไม่เคยสัมผัสกับเจ้าตัวสีชมพูนี้อีก จนกระทั่งถึงยุคของ Wii
และ Nintendo DS
ที่ทุกอย่างได้เปิดกว้างมากขึ้นและทำให้คนส่วนใหญ่ได้สัมผัสเจ้าอ้วนชมพูตัว
นี้อีกครั้ง

Hoshi no Kirby เป็นชื่อภาษาญี่ปุ่นของเกมนี้หรือที่คนต่างชาติเรียกว่า Kirby Star อาจจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับของเกมตลุยเดินข้างที่สามารถดึงศัตรูมาโจมตี ได้ โดยแต่เดิมเคอร์บี้สามารถโจมตีได้ด้วยการสไลด์เท่านั้น แต่หากเมื่อใดที่มันอมศัตรูเข้าไปด้วยพลังตะกละของมัน มันก็สามารถพ่นออกมาเป็นฟลังโจมตีได้ (ลองนึกถึง Kaze no Klonoa ดู) และเมื่อเคอร์บี้กลืนศัตรูบางตัวลงท้อง ก็สามารถที่จะใช้ความสามารถพิเศษของศัตรูตัวนั้นได้ด้วย
และนั่นเป็น สิ่งที่ทำให้เคอร์บี้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป มีศัตรูร่วมยี่สิบชนิดที่เคอร์บี้สามารถกลืนได้และการควบคุมและจุดเด่นก็แตก ต่างกันไปทำให้การละเล่นเต็มไปด้วยความหลากหลายจนผู้เล่นสามารถพูดได้เต็ม ปากว่ามันช่างสนุกเหลือเกิน
สำหรับ Kirby Super Star Ultra นี้ แท้ที่จริงแล้วเป็นภาครีเมคของ Kirby Super Star บนเครื่องซุปเปอรืแฟมิคอมเมื่อปี 1996 โดยภาคนี้มีจุดเด่นคือสามารถนำศัตรูมาเป็นพาร์ทเนอร์ได้ และมีโหมดให้เล่นถึง 8 โหมด
สำหรับคนทั่วไปจะเห็นว่าเจ้าตัวสีชมพู กลมป๊อกนี้เหมาะเป็นเกมสำหรับสาว ๆ มากกว่า เพราะนอกจากตัวเอกที่แสนจะดูบ๊องแบ๊วยังเต็มไปด้วยศัตรูน่ารัก ๆ ฉากสีหวาน ๆ แต่อย่าให้ความน่ารักหลอกคุณ เคอร์บี้ไม่ใช่เกมหมู ๆ ที่สักแต่เล่นก็ผ่าน คุณอาจต้องทำความเคยชินเสียหน่อยถึงจะผ่านได้แบบสบาย ๆ แม้ว่าความยากของภาครีเมคนี้จะไม่ค่อยมาก แต่คุณจะไม่เบื่อตอนเล่นเกมนี้แน่นอน
Kirby Super Star Ultra นี้ ได้พัฒนาด้านกราฟฟิคให้สวยงามเหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น มีฉาก CG คั่นกลางเป็นระยะ (สามารถกดข้ามและกดชมทีหลังได้) ฉากหลังมีความละเอียดและสวยงามมากขึ้น ทางด้านเพลงประกอบก็เพราะและยังคงสไตล์ดั้งเดิมเอาไว้ (เพลงเกมนี้เป็นที่นิยมขนาดไหนก็ไ่ม่รู้ แต่ก็มีชาวอินเตอร์เน็ตมากมายนำเพลงของเกมนี้ไปรีมิกซ์มากมาย)

ทาง ด้านระบบควบคุมก็ไม่แย่เลย ระบบพาร์ทเนอร์ไม่งีเง่าและทำได้ดี แม้โดยหลักพาร์ทเนอร์จะมีเอาไว้ช่วยต่อสู้เป็นส่วนใหญ่ แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นข้อดีที่ไม่ต้องบังคับการใช้พาร์ทเนอร์ นอกจากนี้พาร์ทเนอร์ทำให้เรากระโดดสูงได้ และบางฉากต้องใช้พาร์ทเนอร์ในการเก็บของ และที่สำคัญภาครีเมคบน NDS ยังมีระบบรองรับผู้เล่นสองคนผ่านไวเลสได้ด้วย
และเพราะการใช้สองหน้า จอทำให้หน้าจอบอกเลือดของเคอร์บี้ไม่เกะกะและบังตา อยู่ข้างบนอีกต่อไป มันได้ย้ายไปข้างล่างและทำให้ผู้เล่นเห็นหน้าจอชัดเจนและดูสวยงามมากขึ้น
นอกจากโหมดเกมหลักตอนแรก 6 โหมดแล้ว ยังมีเกมย่อยอีก 3 เกมให้เล่น และสามารถไวเลสกันได้เช่นกัน
สเน่ห์ ของเกมสไตล์เคอร์บี้ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการหาทางลับเพื่อเก็บไอเท็ม เส้นทางลับ รวมถึงความลับหลายอย่างที่ผู้เล่นต้องเป็นคนค้นพบเองทำให้เคอร์บี้เกมนี้ สามารถเล่นได้นานและวางไม่ลง
ภาคนี้่อาจจะคล้ายภาค Squeak Squad แต่ก็ดีกว่าในส่วนของความหลากหลายทำให้ดูสนุกและไม่ค่อยน่าเบื่อ แต่ก็ไม่มีระบบผสมไอเท็ม หรือโหมดพิเศษต่าง ๆ และยังเป็นเคอร์บี้แบบตั้งเดิมและไม่แหวกแนวเกินแบบภาค Canvas Curse
สุด ท้ายแล้ว ผู้เล่นสามารถปลดล็อคโหมดได้อีก 4 โหมด รวมเป็นสิบโหมด ซึ่งโหมดลับทั้งสี่ต่างก็มีความหลากหลายแล้วก็ยากขึ้นด้วยเช่นกัน โดย เฉพาะโหมด THE ARENA และ Helper to Hero ซึ่งมีรูปแบบเป็นเกมแนว ไฟติ้ง ซึ่งจะให้ผู้เล่นต่อสู้กับบอสทุกตัวในเกมแบบ survival และยังมีเกมย่อยอีกสองเกม รวมถึงโหมดฟังเพลงให้ฟังเพลงเพราะ ๆ ได้เช่นกัน
Kirby ภาคนี้ยังคงมีเสน่ห์ให้เล่นต่อไปเรื่อย ๆ สำหรับผมแล้วคิดว่าคงจะเล่นให้ครบ 100% เสียก่อนถึงจะเลิกเล่นเกมนี้ได้ครับผม
*หมายเหตุ น่าแปลกที่เกมนี้เวอร์ชั่นภาษาอเมริกาออกก่อนภาษาญี่ปุ่นร่วมเดือนนึง*

Hoshi no Kirby เป็นชื่อภาษาญี่ปุ่นของเกมนี้หรือที่คนต่างชาติเรียกว่า Kirby Star อาจจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับของเกมตลุยเดินข้างที่สามารถดึงศัตรูมาโจมตี ได้ โดยแต่เดิมเคอร์บี้สามารถโจมตีได้ด้วยการสไลด์เท่านั้น แต่หากเมื่อใดที่มันอมศัตรูเข้าไปด้วยพลังตะกละของมัน มันก็สามารถพ่นออกมาเป็นฟลังโจมตีได้ (ลองนึกถึง Kaze no Klonoa ดู) และเมื่อเคอร์บี้กลืนศัตรูบางตัวลงท้อง ก็สามารถที่จะใช้ความสามารถพิเศษของศัตรูตัวนั้นได้ด้วย
และนั่นเป็น สิ่งที่ทำให้เคอร์บี้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป มีศัตรูร่วมยี่สิบชนิดที่เคอร์บี้สามารถกลืนได้และการควบคุมและจุดเด่นก็แตก ต่างกันไปทำให้การละเล่นเต็มไปด้วยความหลากหลายจนผู้เล่นสามารถพูดได้เต็ม ปากว่ามันช่างสนุกเหลือเกิน
สำหรับ Kirby Super Star Ultra นี้ แท้ที่จริงแล้วเป็นภาครีเมคของ Kirby Super Star บนเครื่องซุปเปอรืแฟมิคอมเมื่อปี 1996 โดยภาคนี้มีจุดเด่นคือสามารถนำศัตรูมาเป็นพาร์ทเนอร์ได้ และมีโหมดให้เล่นถึง 8 โหมด
สำหรับคนทั่วไปจะเห็นว่าเจ้าตัวสีชมพู กลมป๊อกนี้เหมาะเป็นเกมสำหรับสาว ๆ มากกว่า เพราะนอกจากตัวเอกที่แสนจะดูบ๊องแบ๊วยังเต็มไปด้วยศัตรูน่ารัก ๆ ฉากสีหวาน ๆ แต่อย่าให้ความน่ารักหลอกคุณ เคอร์บี้ไม่ใช่เกมหมู ๆ ที่สักแต่เล่นก็ผ่าน คุณอาจต้องทำความเคยชินเสียหน่อยถึงจะผ่านได้แบบสบาย ๆ แม้ว่าความยากของภาครีเมคนี้จะไม่ค่อยมาก แต่คุณจะไม่เบื่อตอนเล่นเกมนี้แน่นอน
Kirby Super Star Ultra นี้ ได้พัฒนาด้านกราฟฟิคให้สวยงามเหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น มีฉาก CG คั่นกลางเป็นระยะ (สามารถกดข้ามและกดชมทีหลังได้) ฉากหลังมีความละเอียดและสวยงามมากขึ้น ทางด้านเพลงประกอบก็เพราะและยังคงสไตล์ดั้งเดิมเอาไว้ (เพลงเกมนี้เป็นที่นิยมขนาดไหนก็ไ่ม่รู้ แต่ก็มีชาวอินเตอร์เน็ตมากมายนำเพลงของเกมนี้ไปรีมิกซ์มากมาย)

ทาง ด้านระบบควบคุมก็ไม่แย่เลย ระบบพาร์ทเนอร์ไม่งีเง่าและทำได้ดี แม้โดยหลักพาร์ทเนอร์จะมีเอาไว้ช่วยต่อสู้เป็นส่วนใหญ่ แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นข้อดีที่ไม่ต้องบังคับการใช้พาร์ทเนอร์ นอกจากนี้พาร์ทเนอร์ทำให้เรากระโดดสูงได้ และบางฉากต้องใช้พาร์ทเนอร์ในการเก็บของ และที่สำคัญภาครีเมคบน NDS ยังมีระบบรองรับผู้เล่นสองคนผ่านไวเลสได้ด้วย
และเพราะการใช้สองหน้า จอทำให้หน้าจอบอกเลือดของเคอร์บี้ไม่เกะกะและบังตา อยู่ข้างบนอีกต่อไป มันได้ย้ายไปข้างล่างและทำให้ผู้เล่นเห็นหน้าจอชัดเจนและดูสวยงามมากขึ้น
นอกจากโหมดเกมหลักตอนแรก 6 โหมดแล้ว ยังมีเกมย่อยอีก 3 เกมให้เล่น และสามารถไวเลสกันได้เช่นกัน
สเน่ห์ ของเกมสไตล์เคอร์บี้ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการหาทางลับเพื่อเก็บไอเท็ม เส้นทางลับ รวมถึงความลับหลายอย่างที่ผู้เล่นต้องเป็นคนค้นพบเองทำให้เคอร์บี้เกมนี้ สามารถเล่นได้นานและวางไม่ลง
ภาคนี้่อาจจะคล้ายภาค Squeak Squad แต่ก็ดีกว่าในส่วนของความหลากหลายทำให้ดูสนุกและไม่ค่อยน่าเบื่อ แต่ก็ไม่มีระบบผสมไอเท็ม หรือโหมดพิเศษต่าง ๆ และยังเป็นเคอร์บี้แบบตั้งเดิมและไม่แหวกแนวเกินแบบภาค Canvas Curse
สุด ท้ายแล้ว ผู้เล่นสามารถปลดล็อคโหมดได้อีก 4 โหมด รวมเป็นสิบโหมด ซึ่งโหมดลับทั้งสี่ต่างก็มีความหลากหลายแล้วก็ยากขึ้นด้วยเช่นกัน โดย เฉพาะโหมด THE ARENA และ Helper to Hero ซึ่งมีรูปแบบเป็นเกมแนว ไฟติ้ง ซึ่งจะให้ผู้เล่นต่อสู้กับบอสทุกตัวในเกมแบบ survival และยังมีเกมย่อยอีกสองเกม รวมถึงโหมดฟังเพลงให้ฟังเพลงเพราะ ๆ ได้เช่นกัน
Kirby ภาคนี้ยังคงมีเสน่ห์ให้เล่นต่อไปเรื่อย ๆ สำหรับผมแล้วคิดว่าคงจะเล่นให้ครบ 100% เสียก่อนถึงจะเลิกเล่นเกมนี้ได้ครับผม
*หมายเหตุ น่าแปลกที่เกมนี้เวอร์ชั่นภาษาอเมริกาออกก่อนภาษาญี่ปุ่นร่วมเดือนนึง*
Tags: kirby, nds2 Comments









#1 By merveillesxx (58.8.120.156) on 2008-11-13 00:51