ผู้หญิง(มีอายุ)ในหนังมีหลายแบบ แล้วคุณเป็นแบบไหน? - ครึ่งแรก
posted on 06 May 2008 15:23 by nighty in Filmsถ้ามีเวลา สะดวก เน็ตแรง ควรจะเปิดชมคลิปประกอบด้วยครับ
ลองแบ่งครึ่งให้แล้วนะครับ น่าจะสะดวกขึ้น
เมื่อคุณสุภาพสตรีทั้งหลายเห็นคำว่าผู้หญิงมีอายุหรือวัยกลางคนคงจะร้องกรี๊ดพลางพูดบ้างนี่ฉันแก่ขนาดนั้นเชียวหรือ แล้วพลางนึกถึงคุณหญิงแม่ในละครเรื่องบ้านทรายทอง หรือ ป้าแก่ ๆ ที่เป็นคนรับใช้ พร้อมทั้งคิดว่า วัยกลางคนของผู้หญิงนั้นช่างมืดมนสิ้นดี
อันที่จริงใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นเหมือนในละครที่พออายุมากแล้วจากที่เคยได้แสดงเป็นนางเอกสาววัยสดใสต้องเปลี่ยนมารับบทเป็นแม่นางเอก แต่อันที่จริงบทบาทของผู้หญิงวัยกลางคนในภาพยนตร์ก็มีได้หลากหลายกว่าที่คุณเห็นในละครหรือในรายการโทรทัศน์ อีกทั้งหลายต่อหลายเรื่องยังเล่าถึงผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ จนไปถึงวัยกลางคนได้อย่างน่าสนใจ
ถึงแม้จะมีคนบอกว่าช่วงวัยกลางคนตอนต้น (ประมาณ 30 กว่าขึ้นไป และเป็นผู้ใหญ่เกินตัวแล้ว) จะเป็นช่วงที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมที่สุด ทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือ ความรัก ตัวละครหญิงในเรื่อง Sex and the City พูดว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่สามารถหาความสุขได้มากที่สุด
แก่แล้วจะทำไมยะ
แต่ในความจริงนั้นวัยกลางคนก็สามารถที่จะพบเจอปัญหาได้มากที่สุดเช่นกัน ทั้งภายนอกและภายใน วัยกลางคนถึงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่จะเข้าวัยทองและหลุดออกมาจากวัยรุ่นและผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง เป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเผชิญหน้ากับความแก่ชรา ความไม่เที่ยง และ ความสั่นคลอนของชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีที่ต้องรับภาระมากกว่าผู้ชายที่เป็นวัยกลางคนเหมือนกัน ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้สังคมจะเปลี่ยนมุมมองของผู้หญิงไปบ้างแล้ว แต่ค่านิยมและภาพลักษณ์ของผู้หญิงต่อสังคม ที่ว่าผู้หญิงพอถึงเวลาสมควรแล้วก็ควรที่จะแต่งงานมีเหย้ามีเรือน ไม่เช่นนั้นก็ควรที่จะมีหน้าที่การงานที่มั่นคง (อันที่จริงปัจจุบันนี้ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนมากมายที่ยังครองตัวเป็นโสด) และที่สำคัญ สุดท้ายแล้วผู้หญิงวัยกลางคนจะต้องเผชิญก็คือการหมดระดู ซึ่งเรียกว่าเป็นประตูบานสุดท้ายที่เตือนถึงว่าหมดสิ้นเวลาแห่งวัยกลางคนแล้ว (ในขณะที่ผู้ชายไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ทางธรรมชาติอย่างแน่ชัด)
ดังที่กล่าวไปข้างต้น ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะมีความสุขไปเสียทุกเรื่อง และผู้หญิงวัยกลางคนในภาพยนตร์เหล่านี้ก็เช่นกัน พวกเธอต่างก็ต้องพบกับปัญหาในช่วงชีวิตวัยกลางคนของเธอและบางทีพวกเธอก็สามารถผ่านมันไปได้แต่บางคนก็ผ่านไม่ได้
ถ้าหากว่าคุณเป็นแบบพวกเธอ และได้ลองรู้จักหรือได้เห็นพวกเธอในภาพยนตร์ คุณอาจจะมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้นก็เป็นได้
ขอบอกไว้ก่อนว่าแต่ละหัวข้อที่จะพูดถึงนั้นไม่มีข้อดีใด ๆ ทั้งสิ้น พวกเธอต่างก็เป็นตัวละครที่มีปัญหาด้านใดด้านหนึ่ง และการรู้จุดด้อยแล้วไปปรับปรุงก็ย่อมดีกว่ารู้ข้อดีแล้วมัวแต่นั่งเชยชมตัวเอง
ผู้หญิงที่ยังยึดติดกับความงาม
สังขารคือสิ่งที่ไม่เที่ยง ความงามก็เช่นกัน มันกลายเป็นสิ่งที่สังคมกำหนดและตรึงเอาไว้ถาวรแล้วว่าผู้หญิงนั้นต้องเคียงคู่กับความงาม และพวกเธอมีหน้าที่ต้องรักษาความงามนั้นไว้ให้ผู้ชายเชยชม มิฉะนั้นหากเธอสูญเสียความงามไปผู้ชายเหล่านั้นก็จะไปแสวงหาความงามจากที่อื่น ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่จะมีสถาบันความงามและผลิตภัณฑ์ความงามเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงการพยายามสร้างความนิยมแปลก ๆ อย่าง "ใช้ครีมหน้าขาวแล้ว สามีจะกลับมารักในเจ็ดวัน" เป็นต้น
แต่หลายต่อหลายครั้งที่การแสวงหาความงามที่เกินพอดีนั้นทำร้ายตัวเองจนบางครั้งยังทำร้ายคนอื่น
ในภาพยนตร์เรื่อง Death becomes her เมดเดอลีนเป็นดาราดังที่ต้องการความงามอันเป็นนิรันดร์ เธอภูมิใจกับความงามของเธอที่ต้องแลกกับการไปสถาบันความงามราคาแพงหูฉีกเพื่อคงความงามไว้ แต่ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความงามนั้นไม่เที่ยง ไขมันส่วนเกินที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ยอมหายขาด รอยย่นที่ดึงยังไงก็ไม่ดึง และ เครื่องสำอางที่หลุดลอกเมื่อโดนน้ำ เธอกรีดร้องโวยวาย และ ร่ำไห้ เมื่อรู้ว่าความงามและชีวิตของเธอไม่เป็นนิรันดร์ และสุดท้ายเธอก็จะต้องกลายเป็นยายแก่หนังเหี่ยวและตายไปพร้อมกับความอัปลักษณ์ ในขณะเดียวกันการปรากฏตัวอีกครั้งของ เฮเลน ที่เปลี่ยนจากสาวอัปลักษณ์กลายเป็นสาวร้อนแรงสามารถดึงความสงใจของทุกคนรวมทั้งสามีของเธอ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เธอจะตัดสินใจรับข้อเสนออย่างง่ายดายกับน้ำยาประหลาดที่จะทำให้เธอคงความสาวไว้ตลอดกาลและเป็นอมตะ แต่ร่างกายและสังขารนั้นไม่เที่ยงนัก เพราะในเมื่อชีวิตของเธอเป็นอมตะแต่ร่างกายของเธอไม่เป็นอมตะไปด้วย เมื่อร่างกายของเธอตายแต่ตัวเธอไม่ตาย เธอก็ไม่ต่างอะไรกับตัวประหลาดที่คงไว้ได้แต่ความงามแต่ร่างกายผุพัง
แล้วความงามที่พวกเธอต้องการก็ได้ทำลายชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล เพราะพวกเธอไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดาได้อีกต่อไป
เมเดอลีนทีี่โหยหาความงาม
ในขณะที่เมดเดอลีน และ เฮเลน ต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ทางร่างกายไป มีตัวละครอีกคนที่โหยหาความงามเช่นเดียวกันแต่เธอต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทั้งทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ คุณนายลี จากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Dumpling คือผู้หญิงคนนั้น เธอต้องการความสาวอีกครั้งเพื่อที่จะได้ดึงสามีจอมเจ้าชู้ของเธอให้กลับมา และในขณะที่เรื่อง Death become her มียาวิเศษที่ทำให้ความงามเป็นอมตะ ใน Dumpling ก็มีอาหารสูตรพิเศษของป้าเมย์ที่ช่วยฟื้นฟูความเยาว์นั่นก็คือ ตัวอ่อนของเด็กทารก ที่ได้มาจากการทำแท้ง! และแน่นอนว่าคุณนายลีไม่ลังเลใจที่จะตัดสินใจเลือกกินอาหารบำรุงชนิดนี้อย่างเอร็ดอร่อย ความงามของเธอต้องแลกด้วยกับความเจ็บปวดและชีวิตของคน และถึงแม้ป้าเมย์ต้องหนีตำรวจเพราะไปพัวพันกับคดีพ่อข่มขืนลูกแล้วมาทำแท้งกับเธอ คุณนายลีก็ยังไงไม่เลิกล้มและยังคงหาวัตถุในการทำอาหารต่อไปไม่ว่าจะจากคนรอบข้างหรือจากตัวเอง
คุณนายลีกับป้าเมย์
ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงจะไม่มีน้ำยาวิเศษและอาหารเนื้อเด็ก แต่นั่นก็สามารถแสดงให้เราเห็นถึงการใฝ่หาความงามที่เกินพอดีและการยึดติดกับรูปกายภายนอก ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวและสุดท้ายมันก็สายเกินไป
ผู้หญิงที่พร้อมไปด้วยทุกอย่างแต่ขาดความรัก
อันที่จริงในยุคสมัยนี้ก็ไม่แปลกที่จะมีผู้หญิงเก่งแต่ไร้คู่ครองมากมาย อาจจะเพราะไม่มีโอกาส นิสัยไม่ดี ไม่มั่นใจ ยังไม่เจอคนที่ใช่ หรือ แม้กระทั่งยังไม่อยากจะมีความรัก ซึ่งพวกเธอหลายคนก็เลือกที่จะเดินเส้นทางนี้อย่างแน่วแน่ (เพราะถ้าเธอหวั่นไหวก็คงจะมีคู่ครองไปนานแล้ว)
เอริก้า ในเรื่อง Something Gotta Give เป็นนักเขียนบทละครมีชื่อและหย่าขาดกับสามี ลูกสาวของเธอกำลังควงกับผู้ชายรุ่นพ่อ และกำลังมีหมอหนุ่มมาตามจีบเธออยู่ ใช่ว่าเอริก้าจะมีความสุขเพราะการหย่าขาดก็เท่ากับว่าเธอปฏิเสธความรักไป ในวัยกลางคนของเธอนี้จะพูดออกมาได้หรือเปล่าว่ามันยังคงทันเวลาอยู่สำหรับความรักครั้งใหม่
ซาร่าห์ ในภาพยนตร์เรื่อง Swimming Pool เป็นนักเขียนชื่อดังเช่นกัน แต่เธอกลับช่างเย็นชาเป็นสาวทึนทึก เธอช่างเย็นชาเป็นที่สุด แม้ว่าแฟนหนังสือของเธอจะเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตรแต่เธอกลับตีหน้าตายแล้วบอกไปว่า "คุณทักผิดคนแล้วล่ะ" แน่นอนเธอยังโสด ไม่มีลูก และนานวันดูเหมือนเธอจะตายด้านเข้าไปทุกวี่ทุกวัน อีกทั้งเธอยังเขียนแต่นิยายฆาตกรรม จนเธอตัดสินใจไปยังบ้านพักของบรรณาธิการเพื่อแต่งนิยายเรื่องใหม่ และก็ได้พบกับเด็กสาวปริศนาที่ชื่อว่า จูลี่ ที่ต่างกับเธอโดยสิ้นเชิง พวกเธอไม่ได้ทะเลาะกันแต่นับวันก็เริ่มเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน และซาร่าห์ก็เริ่มที่จะเรียนรู้อะไรบางอย่างในตัวของจูลี่ ถึงแม้ว่าจูลี่อาจจะไม่มีตัวตนจริง ๆ ก็ตาม
ถึงแม้ตัวละครทั้งสองที่พูดถึงข้างบนจะเป็นนักเขียนเหมือนกันแต่พวกเธอก็ต่างกัน เอริก้าเหมือนคนที่หันกลับมาสนใจความรักจากเพศตรงข้ามอีกครั้ง ส่วน ซาร่าห์ เป็นคนที่ไม่เคยสนใจความรักเลย
และในขณะที่ เอริก้า สามารถเขียนบทละครได้จากความรักอันเจ็บปวดของเธอ (เธอร้องไห้ไปเขียนไป) ซาร่าห์ก็ค่อย ๆ ได้เรียนรู้ความรักจากตัวละครที่เธอเขียนเอง
และความรักของเอริก้าก็เป็นความรักแบบชายหญิง ส่วนของซาร่าห์เป็นความรักแบบมนุษย์
เราคงจะเอาตัวละครจากภาพยนตร์คนละแนวมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ (Something Gotta Give เป็นแนวโรแมนติก คอเมดี้ ส่วน Swimming Pool เป็นแนวลึกลับปริศนา) แต่พวกเธอสองคนก็ทำให้เราเห็นได้ว่าการขาดความรักหรือการได้ความรักก็มีหลายรูปแบบ ใช่ว่าจะเป็นแต่ความรักจากเพศตรงข้ามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เอริก้า ใน Something Gotta Give
ซาร่าห์ใน Swimming Pool
ผู้หญิงที่ยังยึดติดกับภาพลักษณ์
เราต่างก็รู้ว่าทุกสิ่งคือความไม่แน่นอน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นจะมีซักกี่คนที่จะยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ในสื่อต่าง ๆ ที่เราเห็น ตัวละครที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ในอดีตส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิง อีกทั้งเป็นผู้หญิงที่มีอายุเสียด้วย เราคงจะเคยเห็นภาพคุณนายไฮโซทั้งหลายที่แม้ไม่มีเงินมากมายแล้วแต่ก็ยังซื้อของหรูหราราคาแพงจนคุณผู้ชายเป็นหนี้เป็นสิน ตัวละครที่ยังยึดติดกับภาพลักษณ์ว่าตัวเองนั้นรวย มีชื่อเสียง และ มีอำนาจ นั้นเป็นตัวอย่างที่เราเห็นได้บ่อยที่สุด
ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง พลอย ก็มีตัวละครที่ชื่อแดงที่ยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์เช่นกัน แต่ตัวละครคนนี้มีสิ่งที่น่าสนใจกว่าคุณนายไฮโซคนอื่นทั่วไปตรงที่ว่านอกจากการกระทำที่จะขัดแย้งกับสถานภาพภายนอกแล้ว สิ่งที่เธอทำยังขัดแย้งกันภายในใจด้วย
แดง เป็นอดีตดาราชื่อดัง เธอแต่งงานไปมีชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศมาหลายปี เธอรู้ว่าตัวเธอไม่มีอะไรเหมือนกับในอดีตแล้วแต่เธอก็ยังคงระวังท่าทีถ้อยคำและการกระทำทุกอย่างของตัวเองที่ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะขัดกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ภายนอกแล้วแดงเหมือนผู้หญิงที่สุขุม ดูฉลาด และ มีมาด แต่ภายในใจเธอเป็นผู้หญิงที่ข้างในเต็มไปด้วยความครุกรุ่น ความสงสัย ความริษยา และ มองโลกในแง่ร้าย
เมื่อสามีของเธอพาเด็กสาวขึ้นมาบนห้องเพื่อที่จะให้เธอขึ้นมารอแม่ แดงก็เกิดความไม่พอใจและต้องการที่จะไล่เด็กคนนี้ออกไป แต่เธอก็ทำได้แค่พูดบ่นต่อว่ากับสามีของเธอเท่านั้น พอถึงเวลาที่เธอจะพูด เธอก็กลายเป็นคุณพี่ที่แสนดีที่ไม่ปริปากบ่นอะไรซักคำ
แดง ใน พลอย
การกระทำของแดงนั้นก็เกิดจากการยึดติดกับภาพลักษณ์ที่กลัวว่าตัวเองจะดูไม่ดีหรือเสียความเชื่อถือ (ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นได้หายไปจากตัวเธอนานแล้ว) การขัดแย้งนั้นไม่เพียงแค่เกิดขึ้นในการกระทำยังส่งผลต่อเนื่องไปยังจิตใจ นั่นจริงไม่แปลกที่หลายครั้งเราจะเห็นตัวละครคนนี้มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว อยู่เรื่อยไป จนคล้ายเป็นว่ามันกลายเป็นโรคจิตอ่อน ๆ เกิดอาการคิดและเข้าใจไปเองรวมถึงมีทัศนคติในแง่ลบต่อสิ่งต่าง ๆ
หากได้ชมในภาพยนตร์เราจะเห็นพฤติกรรม "ห่วงลุค" ของเธออีกหลายอย่าง ทั้งการออกไปเที่ยวข้างนอกแล้วถอดแหวนหมั้น หรือ การโกหกว่าตัวเองนั้นยังโสด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่เธอทำเช่นนี้จะไม่มีใครรู้ตัวเลยนอกจากคนใกล้ชิดและตัวของเธอเอง
มีต่อครับ ผู้หญิงอีกบางประเภท วิธีแก้ไข และ บทสรุป
อ่านต่อที่นี่ครับ --->
ผู้หญิง(มีอายุ)ในหนังมีหลายแบบ แล้วคุณเป็นแบบไหน? - ครึ่งจบ
edit @ 6 May 2008 23:45:50 by nighty
edit @ 7 May 2008 00:38:55 by nightyedit @ 8 May 2008 10:32:55 by nighty
ขอยืนยันเหมือนหุ่นยนต์ว่า ไอเดียดีจริง ๆ แต่เพราะพี่ต้องไปธุระ ทำให้อ่านไปได้เพียงครึ่งเดียว และรู้สึกว่าต้องปรับปรุงเรื่องของขนาดความยาวกับเนื้อในเนื้อหาอีกสักเล็กน้อย
ต้องไปละค่ะ ขอบคุณมากเลยสำหรับความพยายาม มันเป็นสิ่งที่มีค่า ที่เรารู้และได้กับใจตัวนะ
#1 By ฉันไม่เคยไม่รักเธอ... on 2008-05-06 16:55