ถ้ามีเวลา สะดวก เน็ตแรง ควรจะเปิดชมคลิปประกอบด้วยครับ

ลองแบ่งครึ่งให้แล้วนะครับ น่าจะสะดวกขึ้น 

 

เมื่อคุณสุภาพสตรีทั้งหลายเห็นคำว่าผู้หญิงมีอายุหรือวัยกลางคนคงจะร้องกรี๊ดพลางพูดบ้างนี่ฉันแก่ขนาดนั้นเชียวหรือ แล้วพลางนึกถึงคุณหญิงแม่ในละครเรื่องบ้านทรายทอง หรือ ป้าแก่ ๆ ที่เป็นคนรับใช้ พร้อมทั้งคิดว่า วัยกลางคนของผู้หญิงนั้นช่างมืดมนสิ้นดี

อันที่จริงใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นเหมือนในละครที่พออายุมากแล้วจากที่เคยได้แสดงเป็นนางเอกสาววัยสดใสต้องเปลี่ยนมารับบทเป็นแม่นางเอก แต่อันที่จริงบทบาทของผู้หญิงวัยกลางคนในภาพยนตร์ก็มีได้หลากหลายกว่าที่คุณเห็นในละครหรือในรายการโทรทัศน์ อีกทั้งหลายต่อหลายเรื่องยังเล่าถึงผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ จนไปถึงวัยกลางคนได้อย่างน่าสนใจ

ถึงแม้จะมีคนบอกว่าช่วงวัยกลางคนตอนต้น (ประมาณ 30 กว่าขึ้นไป และเป็นผู้ใหญ่เกินตัวแล้ว) จะเป็นช่วงที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมที่สุด ทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือ ความรัก ตัวละครหญิงในเรื่อง Sex and the City พูดว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่สามารถหาความสุขได้มากที่สุด


แก่แล้วจะทำไมยะ

แต่ในความจริงนั้นวัยกลางคนก็สามารถที่จะพบเจอปัญหาได้มากที่สุดเช่นกัน ทั้งภายนอกและภายใน วัยกลางคนถึงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่จะเข้าวัยทองและหลุดออกมาจากวัยรุ่นและผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง เป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเผชิญหน้ากับความแก่ชรา ความไม่เที่ยง และ ความสั่นคลอนของชีวิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีที่ต้องรับภาระมากกว่าผู้ชายที่เป็นวัยกลางคนเหมือนกัน ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้สังคมจะเปลี่ยนมุมมองของผู้หญิงไปบ้างแล้ว แต่ค่านิยมและภาพลักษณ์ของผู้หญิงต่อสังคม ที่ว่าผู้หญิงพอถึงเวลาสมควรแล้วก็ควรที่จะแต่งงานมีเหย้ามีเรือน ไม่เช่นนั้นก็ควรที่จะมีหน้าที่การงานที่มั่นคง (อันที่จริงปัจจุบันนี้ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนมากมายที่ยังครองตัวเป็นโสด) และที่สำคัญ สุดท้ายแล้วผู้หญิงวัยกลางคนจะต้องเผชิญก็คือการหมดระดู ซึ่งเรียกว่าเป็นประตูบานสุดท้ายที่เตือนถึงว่าหมดสิ้นเวลาแห่งวัยกลางคนแล้ว (ในขณะที่ผู้ชายไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ทางธรรมชาติอย่างแน่ชัด)

ดังที่กล่าวไปข้างต้น ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะมีความสุขไปเสียทุกเรื่อง และผู้หญิงวัยกลางคนในภาพยนตร์เหล่านี้ก็เช่นกัน พวกเธอต่างก็ต้องพบกับปัญหาในช่วงชีวิตวัยกลางคนของเธอและบางทีพวกเธอก็สามารถผ่านมันไปได้แต่บางคนก็ผ่านไม่ได้

ถ้าหากว่าคุณเป็นแบบพวกเธอ และได้ลองรู้จักหรือได้เห็นพวกเธอในภาพยนตร์ คุณอาจจะมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้นก็เป็นได้

ขอบอกไว้ก่อนว่าแต่ละหัวข้อที่จะพูดถึงนั้นไม่มีข้อดีใด ๆ ทั้งสิ้น พวกเธอต่างก็เป็นตัวละครที่มีปัญหาด้านใดด้านหนึ่ง และการรู้จุดด้อยแล้วไปปรับปรุงก็ย่อมดีกว่ารู้ข้อดีแล้วมัวแต่นั่งเชยชมตัวเอง

ผู้หญิงที่ยังยึดติดกับความงาม

สังขารคือสิ่งที่ไม่เที่ยง ความงามก็เช่นกัน มันกลายเป็นสิ่งที่สังคมกำหนดและตรึงเอาไว้ถาวรแล้วว่าผู้หญิงนั้นต้องเคียงคู่กับความงาม และพวกเธอมีหน้าที่ต้องรักษาความงามนั้นไว้ให้ผู้ชายเชยชม มิฉะนั้นหากเธอสูญเสียความงามไปผู้ชายเหล่านั้นก็จะไปแสวงหาความงามจากที่อื่น ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่จะมีสถาบันความงามและผลิตภัณฑ์ความงามเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงการพยายามสร้างความนิยมแปลก ๆ อย่าง "ใช้ครีมหน้าขาวแล้ว สามีจะกลับมารักในเจ็ดวัน" เป็นต้น

แต่หลายต่อหลายครั้งที่การแสวงหาความงามที่เกินพอดีนั้นทำร้ายตัวเองจนบางครั้งยังทำร้ายคนอื่น

ในภาพยนตร์เรื่อง Death becomes her เมดเดอลีนเป็นดาราดังที่ต้องการความงามอันเป็นนิรันดร์ เธอภูมิใจกับความงามของเธอที่ต้องแลกกับการไปสถาบันความงามราคาแพงหูฉีกเพื่อคงความงามไว้ แต่ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความงามนั้นไม่เที่ยง ไขมันส่วนเกินที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ยอมหายขาด รอยย่นที่ดึงยังไงก็ไม่ดึง และ เครื่องสำอางที่หลุดลอกเมื่อโดนน้ำ เธอกรีดร้องโวยวาย และ ร่ำไห้ เมื่อรู้ว่าความงามและชีวิตของเธอไม่เป็นนิรันดร์ และสุดท้ายเธอก็จะต้องกลายเป็นยายแก่หนังเหี่ยวและตายไปพร้อมกับความอัปลักษณ์ ในขณะเดียวกันการปรากฏตัวอีกครั้งของ เฮเลน ที่เปลี่ยนจากสาวอัปลักษณ์กลายเป็นสาวร้อนแรงสามารถดึงความสงใจของทุกคนรวมทั้งสามีของเธอ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เธอจะตัดสินใจรับข้อเสนออย่างง่ายดายกับน้ำยาประหลาดที่จะทำให้เธอคงความสาวไว้ตลอดกาลและเป็นอมตะ แต่ร่างกายและสังขารนั้นไม่เที่ยงนัก เพราะในเมื่อชีวิตของเธอเป็นอมตะแต่ร่างกายของเธอไม่เป็นอมตะไปด้วย เมื่อร่างกายของเธอตายแต่ตัวเธอไม่ตาย เธอก็ไม่ต่างอะไรกับตัวประหลาดที่คงไว้ได้แต่ความงามแต่ร่างกายผุพัง

แล้วความงามที่พวกเธอต้องการก็ได้ทำลายชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล เพราะพวกเธอไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดาได้อีกต่อไป


เมเดอลีนทีี่โหยหาความงาม

ในขณะที่เมดเดอลีน และ เฮเลน ต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ทางร่างกายไป มีตัวละครอีกคนที่โหยหาความงามเช่นเดียวกันแต่เธอต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทั้งทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ คุณนายลี จากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Dumpling คือผู้หญิงคนนั้น เธอต้องการความสาวอีกครั้งเพื่อที่จะได้ดึงสามีจอมเจ้าชู้ของเธอให้กลับมา และในขณะที่เรื่อง Death become her มียาวิเศษที่ทำให้ความงามเป็นอมตะ ใน Dumpling ก็มีอาหารสูตรพิเศษของป้าเมย์ที่ช่วยฟื้นฟูความเยาว์นั่นก็คือ ตัวอ่อนของเด็กทารก ที่ได้มาจากการทำแท้ง! และแน่นอนว่าคุณนายลีไม่ลังเลใจที่จะตัดสินใจเลือกกินอาหารบำรุงชนิดนี้อย่างเอร็ดอร่อย ความงามของเธอต้องแลกด้วยกับความเจ็บปวดและชีวิตของคน และถึงแม้ป้าเมย์ต้องหนีตำรวจเพราะไปพัวพันกับคดีพ่อข่มขืนลูกแล้วมาทำแท้งกับเธอ คุณนายลีก็ยังไงไม่เลิกล้มและยังคงหาวัตถุในการทำอาหารต่อไปไม่ว่าจะจากคนรอบข้างหรือจากตัวเอง

คุณนายลีกับป้าเมย์

ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงจะไม่มีน้ำยาวิเศษและอาหารเนื้อเด็ก แต่นั่นก็สามารถแสดงให้เราเห็นถึงการใฝ่หาความงามที่เกินพอดีและการยึดติดกับรูปกายภายนอก ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวและสุดท้ายมันก็สายเกินไป

ผู้หญิงที่พร้อมไปด้วยทุกอย่างแต่ขาดความรัก

อันที่จริงในยุคสมัยนี้ก็ไม่แปลกที่จะมีผู้หญิงเก่งแต่ไร้คู่ครองมากมาย อาจจะเพราะไม่มีโอกาส นิสัยไม่ดี ไม่มั่นใจ ยังไม่เจอคนที่ใช่ หรือ แม้กระทั่งยังไม่อยากจะมีความรัก ซึ่งพวกเธอหลายคนก็เลือกที่จะเดินเส้นทางนี้อย่างแน่วแน่ (เพราะถ้าเธอหวั่นไหวก็คงจะมีคู่ครองไปนานแล้ว)

เอริก้า ในเรื่อง Something Gotta Give เป็นนักเขียนบทละครมีชื่อและหย่าขาดกับสามี ลูกสาวของเธอกำลังควงกับผู้ชายรุ่นพ่อ และกำลังมีหมอหนุ่มมาตามจีบเธออยู่ ใช่ว่าเอริก้าจะมีความสุขเพราะการหย่าขาดก็เท่ากับว่าเธอปฏิเสธความรักไป ในวัยกลางคนของเธอนี้จะพูดออกมาได้หรือเปล่าว่ามันยังคงทันเวลาอยู่สำหรับความรักครั้งใหม่

ซาร่าห์ ในภาพยนตร์เรื่อง Swimming Pool เป็นนักเขียนชื่อดังเช่นกัน แต่เธอกลับช่างเย็นชาเป็นสาวทึนทึก เธอช่างเย็นชาเป็นที่สุด แม้ว่าแฟนหนังสือของเธอจะเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตรแต่เธอกลับตีหน้าตายแล้วบอกไปว่า "คุณทักผิดคนแล้วล่ะ" แน่นอนเธอยังโสด ไม่มีลูก และนานวันดูเหมือนเธอจะตายด้านเข้าไปทุกวี่ทุกวัน อีกทั้งเธอยังเขียนแต่นิยายฆาตกรรม จนเธอตัดสินใจไปยังบ้านพักของบรรณาธิการเพื่อแต่งนิยายเรื่องใหม่ และก็ได้พบกับเด็กสาวปริศนาที่ชื่อว่า จูลี่ ที่ต่างกับเธอโดยสิ้นเชิง พวกเธอไม่ได้ทะเลาะกันแต่นับวันก็เริ่มเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน และซาร่าห์ก็เริ่มที่จะเรียนรู้อะไรบางอย่างในตัวของจูลี่ ถึงแม้ว่าจูลี่อาจจะไม่มีตัวตนจริง ๆ ก็ตาม

ถึงแม้ตัวละครทั้งสองที่พูดถึงข้างบนจะเป็นนักเขียนเหมือนกันแต่พวกเธอก็ต่างกัน เอริก้าเหมือนคนที่หันกลับมาสนใจความรักจากเพศตรงข้ามอีกครั้ง ส่วน ซาร่าห์ เป็นคนที่ไม่เคยสนใจความรักเลย

และในขณะที่ เอริก้า สามารถเขียนบทละครได้จากความรักอันเจ็บปวดของเธอ (เธอร้องไห้ไปเขียนไป) ซาร่าห์ก็ค่อย ๆ ได้เรียนรู้ความรักจากตัวละครที่เธอเขียนเอง

และความรักของเอริก้าก็เป็นความรักแบบชายหญิง ส่วนของซาร่าห์เป็นความรักแบบมนุษย์

เราคงจะเอาตัวละครจากภาพยนตร์คนละแนวมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ (Something Gotta Give เป็นแนวโรแมนติก คอเมดี้ ส่วน Swimming Pool เป็นแนวลึกลับปริศนา) แต่พวกเธอสองคนก็ทำให้เราเห็นได้ว่าการขาดความรักหรือการได้ความรักก็มีหลายรูปแบบ ใช่ว่าจะเป็นแต่ความรักจากเพศตรงข้ามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น


เอริก้า ใน Something Gotta Give


ซาร่าห์ใน Swimming Pool

ผู้หญิงที่ยังยึดติดกับภาพลักษณ์

เราต่างก็รู้ว่าทุกสิ่งคือความไม่แน่นอน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นจะมีซักกี่คนที่จะยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ในสื่อต่าง ๆ ที่เราเห็น ตัวละครที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ในอดีตส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิง อีกทั้งเป็นผู้หญิงที่มีอายุเสียด้วย เราคงจะเคยเห็นภาพคุณนายไฮโซทั้งหลายที่แม้ไม่มีเงินมากมายแล้วแต่ก็ยังซื้อของหรูหราราคาแพงจนคุณผู้ชายเป็นหนี้เป็นสิน ตัวละครที่ยังยึดติดกับภาพลักษณ์ว่าตัวเองนั้นรวย มีชื่อเสียง และ มีอำนาจ นั้นเป็นตัวอย่างที่เราเห็นได้บ่อยที่สุด

ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง พลอย ก็มีตัวละครที่ชื่อแดงที่ยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์เช่นกัน แต่ตัวละครคนนี้มีสิ่งที่น่าสนใจกว่าคุณนายไฮโซคนอื่นทั่วไปตรงที่ว่านอกจากการกระทำที่จะขัดแย้งกับสถานภาพภายนอกแล้ว สิ่งที่เธอทำยังขัดแย้งกันภายในใจด้วย

แดง เป็นอดีตดาราชื่อดัง เธอแต่งงานไปมีชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศมาหลายปี เธอรู้ว่าตัวเธอไม่มีอะไรเหมือนกับในอดีตแล้วแต่เธอก็ยังคงระวังท่าทีถ้อยคำและการกระทำทุกอย่างของตัวเองที่ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะขัดกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ภายนอกแล้วแดงเหมือนผู้หญิงที่สุขุม ดูฉลาด และ มีมาด แต่ภายในใจเธอเป็นผู้หญิงที่ข้างในเต็มไปด้วยความครุกรุ่น ความสงสัย ความริษยา และ มองโลกในแง่ร้าย

เมื่อสามีของเธอพาเด็กสาวขึ้นมาบนห้องเพื่อที่จะให้เธอขึ้นมารอแม่ แดงก็เกิดความไม่พอใจและต้องการที่จะไล่เด็กคนนี้ออกไป แต่เธอก็ทำได้แค่พูดบ่นต่อว่ากับสามีของเธอเท่านั้น พอถึงเวลาที่เธอจะพูด เธอก็กลายเป็นคุณพี่ที่แสนดีที่ไม่ปริปากบ่นอะไรซักคำ


แดง ใน พลอย

การกระทำของแดงนั้นก็เกิดจากการยึดติดกับภาพลักษณ์ที่กลัวว่าตัวเองจะดูไม่ดีหรือเสียความเชื่อถือ (ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นได้หายไปจากตัวเธอนานแล้ว) การขัดแย้งนั้นไม่เพียงแค่เกิดขึ้นในการกระทำยังส่งผลต่อเนื่องไปยังจิตใจ นั่นจริงไม่แปลกที่หลายครั้งเราจะเห็นตัวละครคนนี้มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว อยู่เรื่อยไป จนคล้ายเป็นว่ามันกลายเป็นโรคจิตอ่อน ๆ เกิดอาการคิดและเข้าใจไปเองรวมถึงมีทัศนคติในแง่ลบต่อสิ่งต่าง ๆ

หากได้ชมในภาพยนตร์เราจะเห็นพฤติกรรม "ห่วงลุค" ของเธออีกหลายอย่าง ทั้งการออกไปเที่ยวข้างนอกแล้วถอดแหวนหมั้น หรือ การโกหกว่าตัวเองนั้นยังโสด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่เธอทำเช่นนี้จะไม่มีใครรู้ตัวเลยนอกจากคนใกล้ชิดและตัวของเธอเอง

 

 มีต่อครับ ผู้หญิงอีกบางประเภท วิธีแก้ไข และ บทสรุป

 

อ่านต่อที่นี่ครับ --->

ผู้หญิง(มีอายุ)ในหนังมีหลายแบบ แล้วคุณเป็นแบบไหน? - ครึ่งจบ

 

edit @ 6 May 2008 23:45:50 by nighty

edit @ 7 May 2008 00:38:55 by nighty

edit @ 8 May 2008 10:32:55 by nighty

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไอเดียดีมาก ๆ ทีเดียว แต่เนื้อหายาวไป ทำให้พี่หัวเราะก๊าก ๆ ตอนที่น้องใส่ไว้ใน tag ยาวแล้วไม่มีคนอ่าน

sad smile

ขอยืนยันเหมือนหุ่นยนต์ว่า ไอเดียดีจริง ๆ แต่เพราะพี่ต้องไปธุระ ทำให้อ่านไปได้เพียงครึ่งเดียว และรู้สึกว่าต้องปรับปรุงเรื่องของขนาดความยาวกับเนื้อในเนื้อหาอีกสักเล็กน้อย

ต้องไปละค่ะ ขอบคุณมากเลยสำหรับความพยายาม มันเป็นสิ่งที่มีค่า ที่เรารู้และได้กับใจตัวนะ big smile
ลืมค่ะนัทตี้คุง Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ดาวพวกนี้สำหรับความพยายามและไอเดียแจ่ม ๆ ค่ะ

big smile
เพราะเนื้อหาต้นฉบับต้องมีเนื้อหายาวครับพี่โฮลมส์ อีกอย่างไม่รู้ว่าถ้าแบ่งเป็นช่วงแล้วจะมีคนอ่านหรือเปล่า

ขอบคุณสำหรับดาวครับ

#3 By nighty on 2008-05-06 17:19

ยาวมาก เเต่คุ้มค่าเมื่ออ่านจบ
ที่จริงอ่านไปก็คิดประเด็นโยงไปมาได้หลายเรื่องจริงๆนะ

ชอบที่แกเขียนในเชิงการอธิบายทางจิตวิทยาเล็กๆในการทำของตัวละคร

เเต่รวมๆเเล้ว ก็ประมาณ ไม่มีใครเพอร์เฟค เชื่อว่าทุกคนที่อ่านไม่ชาย หรือหญิงก็ต้องมีอาการบ้างเเบบที่คุณเขียน เเต่ที่แกเขียนเน้นไปทางหญิงก็เข้าใจ ในระบบ สรีระ เเละฮอร์โมนที่หญิงจะหงุดหงิดมากกว่าชาย
มันทำให้มันเเสดงออกให้เห็นมากกว่าชายด้วย

เเละในหมวดหมู่ผู้หญิงที่ผมชอบที่คุณเขียนที่สุดคือ

เเตน เเต่น เเต๊น เเตน

ชอบกรณีในเรื่อง The virgin Suicide
คือ มองมันเป็นการทำที่เเฝงด้วยเจตนาดี เเต่ผลกลับออกมาลบ ช้านว่าคนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่ใคร ก็คือเเม่นั้นเเหละ ทำด้วยความหวังดีหมด เจตนาดีหมด เเต่กลับออกมาเละ
ลูกฆ่าตัวตาย ลูกอึดอัด เพราะงั้น Love mom นะจ๊ะนัทจี้

อืมชอบเอนทรี่นี้มากกว่าเอนที่อื่นนะ อาจเพราะเเกตั้ง หัวข้อ ที่จะเขียน เเทน หนัง ที่จะเขียนหรือเปล่า เรื่องเลยออกมาประเด็นหลากหลายกว่าทุกครั้ง

เขียนอีกนะมึงชอบๆ จะเเวะมาอ่านบ่อยๆ
Hot! Hot! Hot!

สุดท้ายอยากบอกว่า ตอนเด็กๆช้านเป็นหนักกว่า อีอเวลีนอีก 555+ confused smile

#4 By SHIKAK on 2008-05-07 00:33

อยากดู The Virgin Suicides มาก

ชอบนะ ประเด็นดี ไอเดียดี การเชื่อมโยงดี
และถ้าอยู่ในหน้ากระดาษ ก็คงไม่มีคนบ่นว่า "ยาวเกินไป"

มีแววได้เป็นคอลัมนิสต์เหมือนกันล่ะน่า สู้ๆ

#5 By nanoguy on 2008-05-07 06:41

อ่า...เหมือนว่าตัวเองจะเป็นแบบสุดท้ายนี่ล่ะค่ะsad smile Hot!

#6 By ต้า on 2008-05-07 15:33

เคยเป็นแบบสุดท้ายค่ะ
แต่เพื่อนๆเตือนไว้ ก็เลยเลิกได้ในที่สุด
ตอนนี้อารมณ์เย็นลงแล้ว ยกเว้นเวลาเป็นประจำเดือนsad smile
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
Tag มัน.....


จริง !!!!!

#8 By ซูเนะโอะ on 2008-05-07 22:26

หนังส่วนใหญ่ที่เค้าทำออกมา...ก็จะหยิบเอาแง่มุมจากชีวิตจริงมาเขียนเป็นเรื่องราวและแต่งเติมความสนุกสนานเค้าไป..........
..
ซึ่งจะเป็นตัวสะท้อน หรือ เตือนสติเราเป็นอย่างดีอะค่ะ
แต่เรื่องที่ดูแล้วโดนจริง ๆ ก็คือ Death becomes her อะจ้า
..
เค้าเล่าเรื่องออกมาแบบตลก สนุกสนาน แต่ได้แง่คิดที่ดีทีเดียวค่ะ
..
แต่พี่เชื่ออย่างหนึ่งว่า "ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยไหน ๆ เราก็มีความสุขได้" ถ้าเรามีสติ มั่นคง และอยู่บนโลกแห่งความเจริง จ้า
big smile

#9 By GoddessIsis on 2008-05-07 22:44

เอ่อ... ชอบ tag ซะงั้น...

แต่ผู้ชายหลายคนก็ชอบผ้หญิงแบบที่กล่าวมาบางแบบนะครับ ^^
Hot! คืนนี้อ่านไม่หมดแน่ค่ะ ดึกแล้ว

แต่ชอบการจับประเด็นของน้องจังเลยค่ะ

แอดไว้อ่านต่อวันหน้าแล้วกัน
Hot! Hot!

#11 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-07 23:19

Hot! เขียนดีมาก ๆ เลยค่ะ ชอบที่วิเคราะห์ออกมา ทำให้ชักสนใจอยากหาหนังที่ว่ามาดูอยู่เหมือนกัน (เราดูไปไม่กี่เรื่องเอง)

#12 By Lydia Deetz on 2008-05-08 00:01

ปล.สงสัยนิส ทำไมตรง tag ต้องเขียนว่างานส่งครูอ่ะคะ อีกเรื่อง ๆ ที่ว่าเอนทรี่นี้ยาว เราว่าไม่เห็นยาวเลย ก็โอแล้วสำหรับการที่จะให้เนื้อหาครอบคลุมประเด็นทั้งหมดเนี้ย(หรือเพราะอีดิทไปแล้ว อิอิ)

#13 By Lydia Deetz on 2008-05-08 00:05

คราวหน้าแบ่งเป็นตอนดีกว่ามั้งครับ sad smile
เน็ต 56k คงสู้ไม่ไหวเป็นแน่แท้
-----------------------
ไอเดียเจ๋ง
สรุปจบสวย

ผู้หญิงเค้าเกิดมาคู่ความงามจริงๆ
โดยลืมนึกถึงความหง่อมที่มันตามมา
น่ากลัวนะครับ เกิดคุณผู้หญิงที่แต่งงานด้วย ดันเป็นแบบนี้ขึ้นมาแล้วแก้ไม่หาย sad smile

#14 By © vane on 2008-05-08 03:12

ที่เขียนว่างานส่งครูเพราะส่วนหนึ่งมันเป็นการบ้านครับ คุณ Lydia และสำหรับคนไม่ค่อยอ่านหนังสือแค่นี้ก็ยาวแล้วล่ะครับ


ขอโทษคุณ vane กับ คนที่ใช้เน็ต 56k ด้วยนะครับ ตอนนี้ลองแบ่งตอนดูแล้วครับ

#16 By nighty on 2008-05-08 10:33