1 litre of tear หรือ น้ำตาหนึ่งลิตร คงจะเป็นอีกหนึ่งชื่อที่หลายคนคุ้นหูจากซีรี่ยส์คุณภาพชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ว่าด้วยเรื่องราวของ อิโต้ อายะ เด็กสาวม.ต้นที่ต้องเผชิญโรคร้ายที่เกิดจากความบกพร่องทางสมองและไม่มีแม้แต่โอกาสรักษาให้หาย หนำซ้ำโรคร้ายนั้นยังบั่นทอนและแย่งชิงชีวิตปกติของเธอที่ละน้อย

เนื้อหาในเรื่องนั้นมาจากบันทึกที่อายะเขียนตลอดช่วงเวลาที่เธอป่วยและสามารถเขียนได้ ถ้าว่ากันตามตรงแล้วในฉบับซีรี่ยส์ดูเหมือจะเพิ่มเติมรายละเอียดมากมายจากบันทึกต้นฉบับมากมายนัก

ต่า่งจากฉบับภาพยนตร์ที่พูดถึงเนื้อหาจริง ๆ อย่างตรงไปตรงมาและไร้การเพิ่มเติมใด ๆ ดังนั้นในฉบับภาพยนตร์เนื้อหจึงดูจริงอย่างที่สุด

อายะในฉบับภาพยนตร์แท้จริงเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดา ซึ่งดูเหมือนว่าไม่ได้เก่งกาจในเรื่องเรียนหรือกีฬาและไม่ได้มีเพื่อนชายอย่างอาโซ

ความสัมพันธ์ระหว่างอายะกับคุณแม่คือสิ่งที่ถูกนำเสนออย่างเด่นชัดที่สุดในเรื่อง เพราะเธอเป็นคนที่ใกล้ชิดกับอายะมากที่สุด (หลังจากนั้นเธอก็เขียนบันทึกออกมาด้วยเช่นกัน)  ถึงแม้ว่าช่วงเวลาในหนังจะน้อยกว่าในซีรี่ยส์มากมาย แต่ตัวหนังก็สามารถแบ่งช่วงเวลาได้อย่างเป็นสัดส่วนและชัดเจน ทั้งชีวิตปกติ ชีวิตในโรงเรียนปกติ ชีวิตในโรงเรียนพิเศษ และ ชีวิตหลังจากนั้น

ในฉบับภาพยนตร์ไม่มีการปลอบโยน เมตตา และ ปราณี ใด ๆ ต่อตัวอายะและผู้ชม ไม่มีการจากลาอันสวยหรู คำพูดเปี่ยมล้นด้วยพลัง เหตุการณ์อันแสนอบอุ่น ทุกอย่างถูกกล่าวถึงเสมือนนำความจริงพูดให้ฟังต่อหน้า

เนื้อหาที่อยากให้ทุกคนเห็นคือช่วงเวลาในโณงเรียนพิเศษที่ได้รับการพูดถึงและเน้นย้ำอย่างชัดเจน ต่างจากฉบับซีรี่ยส์ที่พูดถึงไม่มากนัก เหตุการณ์ในโรงเรียนพิเศษในฉบับภาพยนตร์ถือว่าเป็นเนื้อหาที่สำคัญต่อชีวิตอายะมาก 

การแสดงของริกิ โอคามูระที่รับบทเป็นอายะ สามารถแสดงได้อย่างสมบทบาท ทำให้ตัวเนื้อเรื่องไม่จำเป็นต้องบอกว่าอาการของเธอหนักแค่ไหน แต่ตัวอายะเองแสเงให้เราเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก

1 litre of tears อาจจะไม่มีความอบอุ่น ความเศร้าอันรื่นรมย์ หรือ ร้อยยิ้มทั้งน้ำตา แต่ถึงแม้ว่าสิ่งที่มันจะกล่าวถึงคือความจริงอันตรงไปตรงมา นั่นก็เป็นบทเรียนที่ดีต่ออายะและผู้ชมว่าถึงแม้ว่าความจริงไม่เคยสวยงามแต่ถึงอย่างนั้นผู้หญิงคนนี้ถึงแม้จะล้มลงแต่ก็พร้อมที่จะฝ่าฟันถึงแม้จะไร้ตัวช่วยใด ๆ นั่นทำให้ตัวเธอที่เคยอ่อนล้าแข็งแกร่งขึ้นและสามารถที่จะพูดได้อย่างเต็มปากโดยไม่มีอะไรสั่นคลอนว่า อยากที่จะมีชีวิตอยู่

1 litre of tears ฉบับภาพยนตร์คงจะเป็นอีกด้านที่ไม่มีใครอยากเห็น อีกทั้งการดำเนินเรื่องยังเป็นสไตล์ภาพยนตร์ญี่ปุ่นทีเชื่องช้า (แต่ลึกซึ้ง)  แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้้คุณค่าของหนังเรื่องนี้หรือสิ่งที่อายะต้องพบเจอและได้เรียนรู้มาด้อยค่าไปแม้แต่น้อย

 

สามาถชมภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ที่นี่ 

แบบซับไทยหาทางซื้อกันได้ตามอรรถยาศัยหรือ ems มาหาเจ้าของบลอค

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดราม่าแบบนี้..ผมชอบ
เห็นด้วยเรื่อง หนังญี่ปุ่น จะดำเนินเรื่องช้า
แต่แฝงความนัยไว้ มากมาย

*ยกนิ้ว*

#1 By c vane on 2008-04-20 20:34

ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน แนะให้คนอื่นดู

#2 By mumu on 2008-04-20 21:56

เศร้าได้ใจเลยค่ะ แนะนำจิง ๆ ซี่รี่ส์เรื่องนี้

#3 By kaawchae (118.173.128.72) on 2008-05-06 16:56