ไม่รู้ว่าเพราะบางจุดของหนังมีส่วนที่คล้ายกับชีวิตจริงด้วยหรือเปล่าจึงทำให้รู้สึกผูกพันกัหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องราวนั้นมันก็เป็นเรื่องราวที่สามารถพบเห็นได้ตามนิยาย เสียงเพลง หรือ ภาพยนตร์ทั่วไป 

หรือเป็นเพราะว่ารักแห่งสยามนี้ช่างละเอียดละอ่อน จนทำให้คนหลายคนสามารถที่จะซึมซับเข้าไปได้ง่ายดาย

ผมอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนถูกการโปรโมตหลอกลวงเพราะตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าเด็กผู้ชายสองคนในเรื่องนั้นจะมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งลึกล้ำถึงเพียงนี้

แต่อย่างหนึ่งที่ผมเชื่อได้ก่อนที่จะชมหนังเรื่องนี้ก็คือหนังเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาหรือเป็นหนังหวานสร้างภาพอย่างแน่แท้ คงเป็นเพราะผมเชื่อใจในฝีมือของคุณมะเดี่ยว ผู้กำกับ ตั้งแต่ผลงานเรื่อง คน ผี ปีศาจ การที่นักแสดงอย่างคุณสินจัยหรือคุณทรงสิทธิ์มาแสดง หรือการที่ผมเห็นตัวละครหลายต่อหลายคนร้องไห้ในตัวอย่างภาพยนตร์

 ที่ผมชอบอย่างหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากทุกฉากล้วนแต่มีความหมาย ร่วมสองชั่วโมงครึ่งในตัวภาพยนตร์ต่างเป็นทุกนาทีที่มีค่าหลายฉากไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านเพื่อให้ตัวละครเดินไปสู่ฉากถัดไป แต่ป็นเหมือนเส้นทางอันแสนสำคัญทีสุดท้ายล้วนพาตัวละครในเรื่องไปยังอีกจุดหนึ่ง แม้บางฉากอาจจะมีเสียงติว่ายาวนานและไม่มีความจำเป็น แต่สำหรับผมผมคิดว่าทุกฉากทุกเหตุการณ์ในเรื่องมีการพาดพิงและอ้างอิงต่อกันหรือแม้กระทั่งแสดงอารมณ์เบื้องลึกของตัวละครและแอบบอกเรื่องราวต่าง ๆให้เรารู้สึกได้อย่างแนบเนียน

อันที่จริงเหมือนกับว่าตัวละครอันเป็นแกนกลางของเรื่องนี้จะมีอยู่สองคนหลัก คนแรกคือ มิว และ อีกคนคือ สุณีย์ ทั้งสองคนเหมือนจะเป็นแกนกลางของโลกที่แตกต่างกัน ความเป็นเด็ก ความเป็นผู้ใหญ่ ความรักที่สวยงาม และ ความรักที่เจ็บปวด

สำหรับมิวหรือหญิงแล้วความรักก็คงจะดูเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างที่สุด ตั้งแต่ได้พบกับโต้งอีกครั้งเราคงพูดได้เต็มปากว่ามิวนั้นมีความสุขขึ้ และเราก็จะเห็นได้จากหญิงว่าการกระทำของเธอนั้นช่างน่ารักสดใสเหลือเกิน

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเล่า ความรักกลับเหมือนจะตอกย้ำให้เราทุกข์ ความรักที่ครอบครัวของโต้งมีต่อแตง ลูกสาวที่หายตัวไป ทำให้เกิดช่องว่างอันแสนกว้างในครอบครัวรวมถึงในจิตใจของสมาชิกแต่ละคน ซึ่งต่อมาไม่ว่าจะเป็นทั้งมิวหรือหญิงต่างก็รู้ได้โดยตัวของตัวเอง

อันที่จริงแล้วความรักมาคู่พร้อมกับความเหงา ความรักที่มิวมีให้ต่ออาม่าและโต้งในวัยเด็กได้กลายเป็นสิ่งที่แทรกลึกในตัวตนของมิว ความรักของสุณีย์แลความพยายามที่จะทำให้ทุกสิ่งมีความสุขกยิ่งสร้างช่องว่างในใจจนเธอต้องถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มีอยู่ฉากหนึ่งที่มิวคุยกับโต้งว่า พอโตขึ้นเราก็รู้ว่าความเหงามันเลวร้ายกับเรามากแค่ไหน นั่นคงจะเป็นความจริงอย่างที่สุด แม้ว่าเราจะเป็นผู้ใหญ่ เติบโตขึ้นไปและไม่อาจมีความรักกุ๊กกิ๊กแบวัยรุ่นได้ีอีก แต่แท้ที่จริงแล้วความรักยังคงเป็นเสาหลักของชีวิตเราตลอดแม้ว่ามันจะขาดหายชำรุดทุดโทรมหรือแม้กระทั่งแตกหัก เราคงไม่อาจจะทำอะไรได้แม้แต่ร้องไห้สิ่งที่หลายคนเลือกนั้นก็คือการอดทนอยู่กับมัน จนถึงการหลอกตัวเอง

เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตที่แสนเหงาในวัยเด็กของมิวเป็นเรื่องที่น่าสงสารจริง ๆ หรือเปล่า เพราะอย่างน้อยเราก็เห็นได้ว่ามิวเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งเพียงใด แม้ว่าความแข็งแกร่งนั้นจะเต็มไปด้วยความอ่อนไหวก็ตาม เราไม่รู้ด้วยว่าสุดท้ายแล้วความรักมันจะทำให้เรามีความสุขหรือเจ็บปวดแค่ไหน สุดท้ายแล้วสิ่งใดที่เราต้องเจอหรือสิ่งไหนที่ดีที่สุดที่เราควรทำ

น้ำตาที่ตัวละครหลายคนหลั่งออกมาบางทีมันอาจจะไม่ใช่น้ำตาแห่งความสุขและความทุกข์ มันอาจเป็นเพียงน้ำตาแห่งการปลดปล่อยเพื่อที่จะปลดปล่อยตัวเองในวันวาและเริ่มใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

หากว่ายังมีรักก็ยังมีหวัง นี่คือถ้อยคำที่ส่งผ่านจากความรู้สึกของคนคนหนึ่งไปอีกคนคนหนึ่งและจะส่งต่อไปใ้ห้ทุก ๆ คน เพราะแท้จริงแล้วเราไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวและมีคนรักเราเพียงคนเดียว ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้อาจจะโดนสำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์แบบในเรื่องมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่ผมเชื่อซักวันเราคงจะเข้าใจในสิ่งที่เราไม่เข้าใจโดยเฉพาะเรื่องราวอันลึกซึ้งอย่างความรัก เพราะซักวันเราต่างต้องเติบโตขึ้น ใช้ชีวิตมากขึ้น มีชีวิตอยู่มากขึ้น อาจจะรักมากขึ้นและเหงามากขึ้น ซักวันเราคงจะเข้าใจและมีชีวิตอยู่ได้ไปกับมัน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

รักเเห่งสยาม หลายคนมองว่าเป็นหนังเกย์ เเต่เป็นหนังเกย์ที่มีคุณค่าเเละสื่ออะไรหลายๆอย่างให้คนดูได้รับรู้

ขนาดเราดูเเล้วยังอยากให้มีตอนต่อไป ประมาณว่าอยากเห็นมิวเเละโต้งเป็นเเฟนกันจริงๆจังซักที ดูเรื่องนี้เเล้วอยากดูอีกรอบนึง เเบบว่าหนังมันดี อีกทั้งเพื่อนเราก้อเเสดงด้วย

น่าสงสารมิวกับโต้งมากที่ต้องเจ็บกับความรักที่เหมือนไม่ลิขิตง่ายๆ ทั้ง 2 ฝ่ายรักกันเเต่มีอะไรมากั้นให้ห่างไกลกันกว่าเดิม มิวเองก้อเจ็บปวดไม่น้อย เค้ารักโต้งทั้งเพื่อนเเละคนรัก ส่วนโต้งก้อเจ็บปวดไม่น้อยเเต่เห็นเเก่ครอบครัวจึงไปอยู่กับครอบครัวให้ดีประกอบด้วยครอบครัวของโต้งมีปัญหารอบด้าน ถ้ามันดีเเล้วโต้งคงจะกลับไปหามิวดังเดิม

หนังเรื่องนี้สื่ออะไรหลายๆอยากให้คนดูเข้าใจ เเละตั้งคำถามให้หลายๆคนสงสัยเช่น จูนกับเเตงคือคนเดียวกันหรือไม่ เป็นต้น

ปล.หนังดี...ถ้าดูเเล้วควรดูอีก

ปล2.เม้นมา....อย่าลืมมาเม้นกลับเน้ออ

#1 By non-perfect on 2007-12-06 22:47