ฤดูหนาวครั้งนี้ก็ยังคงหนาวเหน็บ

 

วาตานาเบะ ฮิโรโกะ คงรู้สึกเช่นนั้น หลังจากที่ได้เสียคู่หมั้น ฟูจิอิ อิทสึกิ ไปแล้วเป็นเวลาสองปี เวลาที่ทั้งสองเคยอยู่ด้วยกันนั้นได้กลายเป็นอตีด ถึงอย่างนั้นฮิโรโกะก็ได้ค้นพบอตีดแห่งวันวานสมัยที่เขายังอยู่มัธยมต้นพร้อมกับกับหนังสือรุ่นของเขา ทุกอย่างในนั้นเป็นอตีดที่ฮิโรโกะไม่เคยรู้ รวมถึงที่อยู่ของเขาซึ่งเคยย้ายจากมา

ฮิโรโกะ ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเขา โดยใช้ที่อยู่เก่า แก่เขาผู้ซึ่งอยู่ในความทรงจำ

 

แล้ววันหนึ่งก็มีจดหมายตอบกลับมา จาก ฟูจิอิ อิทสึกิ

 

ที่ฉันเขียนไปนั้นคือเรื่องย่อคร่าว ๆ ของหนังสือเล่มนี้ คิดว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว เพราะหนังสือเล่มนี้มาจากภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกันของชุนจิ อิวาอิ ซึ่งเขาก็เป็นผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ด้วยเช่นกัน

 

ยอมรับเลยว่าเหตุผลที่ฉันได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน เป็นเพราะการที่ได้ประทับใจกับฉบับภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเนื้อเรื่องชวนซึ้งแล้ว ยังมีทั้งการกำกับภาพอันแสนสวย การแสดงที่น่าประทับใจ เพลงประกอบอันไพเราะ

 

แต่ถึงกระนั่นในฉบับหนังสือที่มีแต่ตัวอักษรนั้น ความซาบซึ้งและประทับใจนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฉบับภาพยนตร์เลย

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากแผ่นฟิลม์มาเป็นตัวอักษรนั้นคือ อิวาอิ ผู้กำกับและเขียนบทภาพยนตร์ ทำให้ทุกประเด็นสำคัญถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

ถ้าหากผู้แต่งไม่ใช่ ชุนจิ อิวาอิ หนังสือเล่มนี้คงไม่มีเสน่ห์เท่านี้

 

ใช่ว่าหนังสือเล่มนี้จะเหมือนกับภาพยนตร์ทุกจุด ผู้เขียนได้ปรับแต่ง และ เพิ่มรายละเอียดหลายส่วนให้เหมาะสมกับการที่เป็นหนังสือมากขึ้น ดังนั้นจึงมีหลายอย่างที่เพิ่มเติมจากฉบับภาพยนตร์ แต่ในทางกลับกัน รายละเอียดบางอย่างในฉบับภาพยนตร์ก็ได้หายไปจากฉบับหนังสือเช่นกัน

เรื่องราวของ จดหมายรัก ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการที่ฮิโรโกะติดอยู่กับการจากไปของคู่หมั้น บางครั้งเธอก็ยังคงพร่ำหาเขาผู้ซึ่งจากไปอย่างไม่มีหวนกลับ แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เน้นถึงความเจ็บปวดของฮิโรโกะจนทำให้ทั้งเรื่องมีแต่ความเศร้าหดหู่

 

ก็เพราะเรื่องราวของ จดหมายรัก นั้นพูดถึงความทรงจำที่มีกลิ่นหอมหวานในอตีด ที่บางครั้งหากลองมองย้อนกลับไปแล้วก็ชวนโหยหาระลึกถึง

 

ในเวลาต่อมา เราจะได้ทราบว่าจดหมายที่ฮิโรโกะเขียนนั้นได้ส่งไปยังฟูจิอิ อิทสึกิ อีกคน ซึ่งเป็นผู้หญิงและเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมต้นกับเขา แต่เรื่องราวราวของทั้งคู่ที่มีชื่อเหมือนกันทุกตัวอักษรนั้นไม่ได้กุ๊กกิ๊กน่ารักแบบนิยายวัยรุ่น "...พูดเท่านี้คุณพอเดาได้ ทุกเรื่องล้วนไม่ใช่ความทรงจำที่ดี ไม่สิ ฉันต้องพูดว่าเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่า..." อิทสึกิที่เป็นผู้หญิงบอกเช่นนี้ไว้ในจดหมายฉบับหนึ่ง

แล้วความทรงจำที่ผนึกเอาไว้ก็ค่อย ๆ เปิดออก

 

ชุนจิ อิวาอิ อาจจะไม่ใช่นักเขียนมือฉมังค์ ถ้อยคำที่เขาเลือกมาใช้เขียนนั้นล้วนแต่เรียบง่าย เช่นเดียวกับการดำเนินเรื่อง มีหลายครั้งที่เขาใช้บทสนทนาแบบต่อเนื่องโดยไม่ได้ใส่รายละเอียดต่าง ๆ มากมายนัก รวมถึงการที่ใช้จดหมายที่ทั้งสองเขียนโต้ตอบกันมาช่วยในการเล่าเรื่อง

 

แต่สิ่งเหล่านั้นเองที่ช่วยดึงความสวยงามของหนังสือเล่มนี้ออกมาได้อย่างจริงใจ และด้วยการที่มันเป็นตัวอักษรทำให้หลายอย่างดูกระจ่างชัดและทำให้เข้าใจเรื่องราวอย่างความรัก ความสัมพันธ์ และความทรงจำ ที่ซับซ้อนให้เรียบง่ายมากขึ้น

 

และแล้ว เมื่อฉันอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ฉันก็ประทับใจมาก ไม่ใช่เพราะว่ามันมาจากภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยม แต่เพราะมันเป็นหนังสือที่เยี่ยมยอด

 

จดหมายรัก ไม่ใช่แค่นิยายรักทั่วไป มันยังพูดถึงเรื่องราวของความทรงจำได้อย่างงดงามเสียยิ่งกว่าภาพวาด และ รวมถึงปรัชญาความรักหลายอย่างที่ฉันไม่สามารถอธิบายออกมาได้เป็นตัวอักษร

 

ในคำนำของสำนักพิมพ์ มีการกล่าวถึงความเชื่อของ ชุนจิ อิวาอิ ว่า

"มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความทรงจำ และ ความทรงจำนั้นสามารถที่จะพันธนาการเรา และ ปลดปล่อยเราได้" ซึ่งการพูดเช่นนั้นไม่ได้ผิดเลย เพราะไม่ใช่วาตานาเบะ ฮิโรโกะเท่านั้นที่ยังยึดติดกับอตีด แต่เราทุกคนล้วนถูกสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำเชื่อมโยงกันอยู่โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว ไม่ต่างอะไรจากหญิงสาวทั้งสองคนในเรื่องที่ร่วมความทรงจำกันกับผู้ชายที่ชื่อว่า ฟูจิอิ อิทสึกิ

 

แต่อาจจะเป็นเพราะการที่เราไม่รู้ก็ได้ เลยทำให้ความทรงจำของเรานั้นมีค่ามากมายยิ่งขึ้นนัก

 

เพราะว่าหากเราค้นพบมันเมื่อไหร่ความอบอุ่นของมันก็จะลอยล่องออกมา และ ไม่ใช่แค่เราคงเดียวเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงมัน แต่ยังรวมถึงคนที่เราร่วมแบ่งปันความทรงจำอีกด้วย

 

หากเช่นนั้นแล้ว ถึงแม้จากไป หรือ แม้จะหนาวเหน็บ แต่หัวใจดวงนั้นก็จะยังคงอบอุ่นเสมอ

 

 

จดหมายรัก Love Letter ชุนจิ อิวาอิ เขียน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Bliss ราคา 130 บาท

ตีพิมพ์ลงในนิตยสารไอน้ำ ฉบับที่เท่าไหร่ลืมไปแล้ว


edit @ 11 Oct 2007 16:31:13 by P-nut=Nighty

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เคยอ่านเล่มนี้แล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้ดูหนังเลย ซึ้งมาก เป็นนิยายญี่ปุ่นอีกเล่มที่ชอบ big smile

#1 By \ MEIJI / on 2007-10-11 18:25