ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

ตั้มกับญี่ปุ่น

posted on 24 Jun 2007 21:06 by nighty  in iREAD
ในที่สุดแฟนผลงานของคุณตั้ม วิสุทธิ์ พรนิมิต หลาย ๆ คน (รวมทั้งผม) ก็ได้ชื่นใจอีกครั้ง เพราะผลงานเรื่องใหม่ของเขา “ตั้มกับญี่ปุ่น” ได้ออกมาวางแผงแล้วในงานมหกรรมหนังสือที่ผ่านมาและได้ยินมาว่าขายดีจนหมดเกลี้ยงอีกด้วย

ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่นักเขียนการ์ตูนปรัชญาลายเส้นชุ่ยอย่างใน hesheit อีกต่อไป หลังจากที่เขาได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่ภาษา แต่เป็นถึงชื่อเสียงที่โด่งดัง อีกทั้งยังได้เป็นคนไทยคนแรกที่มีผลงานตีพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย นั่นก็คือเรื่อง everybodyeverything ที่ออกสู่สายตาของผู้อ่านเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง

ในหนังสือการ์ตูน ตั้มกับญี่ปุ่น ยังคงประกอบด้วยการ์ตูนเรื่องสั้นบ้างยาวบ้างหลายเรื่องไม่ต่อกันเป็นจำนวนแปดตอน โดยคุณตั้มเล่าเรื่องโดยใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นฉากหลังของการ์ตูนทุกตอน

อีกทั้งการ์ตูนเรื่องนี้ตีพิมพ์โดยเปิดหลังมาหน้า ทั้งนี้เพราะว่าหนังสือเล่มนี้ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ทำให้คุณตั้มต้องเขียนต้นฉบับเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่าการ์ตูนเล่มนี้เป็นผลงานที่เขียนโดยคนไทยและออกจำหน่ายครั้งแรกในญี่ปุ่น ก่อนที่จะได้กลับมายังเมืองไทยอีกทีนั่นเอง

หากโลกของ hesheit เป็นโลกที่ขุ่นมัวอีกด้านของความเป็นจริงผสมผสานกับจินตนาการแปลกประหลาด และ everybodyeverything เป็นแสงสว่างสดใสและอบอุ่นที่แฝงไว้อยู่ในชีวิต ตั้มกับญี่ปุ่น ก็คือส่วนผสมที่รวมทั้งสองอย่างเอาไว้ สิ่งที่คุณตั้มแสดงออกมาคือภาพของประเทศญี่ปุ่นที่เขารู้สึกได้ผ่านสายตาของเขา ดังนั้นบางเรื่องจึงสะท้อนถึงสังคมของญี่ปุ่น บางตอนอาจดูออกเชิงล้อเลียนเสียด้วยซ้ำ ทว่าก็ยังคงมีกลิ่นอายของความรักและความอบอุ่นอยู่เช่นเคย

หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งมีผู้คนในประเทศญี่ปุ่นเดินทางและเร่ง รีบกันมหาศาล ดังนั้นผู้มาใหม่บางคนจึงไม่เคยชินกับความรวดเร็วของกระแสผู้คนอันมากมาย คุณตั้มได้เขียนถึงเรื่องนี้ในตอน “แม่น้ำ”ในตอนนี้คุณตั้มอาจจะเปรียบตัวเองเป็นเหมือนตัวเอกในเรื่องก็ได้ ทุกอย่างช่างรวดเร็วและแออัดจนบางครั้งไม่มีที่ที่จะให้หยุดพักกลางทาง แต่ว่าสายน้ำที่ไหลผ่านก็ใช่ว่าจะมีแต่ความเย็นเยือกและเกี้ยวกราดเสมอไป

ในขณะที่ผมอ่านตอนนี้อยู่รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปอ่าน hesheit อีกครั้งในเรื่องการใช้สัญลักษณ์และภาพแบบเกินจริง อย่างเช่นการอาเจียนออกมาเป็นคน หรือ พูดแล้วตัวหนังสือออกมาเป็นตัวตัว แต่ก็ช่วยให้เราเข้าใจถึงความรู้สึกของตัวเอกได้ง่ายขึ้น


นอกจากนี้ยังมีอีกสองตอนที่ให้ความรู้สึกคล้ายกัน สองตอนที่ว่านั้น ตอนที่หนึ่งคือ “นก” ที่เล่าเรื่องถึงชีวิตประจำวันของสาวออฟฟิศที่ไม่ได้เอาบุคลิคที่แท้จริงกับสมองไปทำงานด้วย ในตอนนี้คุณตั้มได้แสดงถึงมุมมองบางอย่างที่เด่นชัดเกี่ยวกับคนญี่ปุ่นแม้จะออกเชิงล้อเลียนแต่ก็เป็นการล้อเลียนด้วยความรัก

ส่วนตอนที่สองก็คือ “ร้านหนังสือ” หากตอนนี้นี้ไปอยู่ในการ์ตูนชุด hesheit ผมก็คงจะไม่แปลกใจเพราะนอกจากผมจะได้กลิ่นอายอยู่อบอวลอยู่ในเรื่อง ตอนนี้ออกเชิงแนวคิดปรัชญาอยู่บ้าง เล่าด้วยผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเตรียมพร้อมล่วงหน้าทุกอย่างในการดำเนินชีวิต ประจำวัน ด้วยการเข้าอินเตอร์เน็ต อ่านแผนที่ และ คู่มือ แล้วเขาก็ได้หลุดเข้าไปในร้านหนังสือที่เต็มไปด้วยคู่มือทุกอย่าง เป็นอีกตอนที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้ดีทีเดียวเชียว

และก็มีการ์ตูนความยาวไม่มากนักประกอบอยู่อีกสามตอน อย่าง “โอตากุ” “น่ารัก”และ”บอลลูน” ซึ่งเป็นสองเรื่องแรกเป็นเรื่องราวออกจะน่ารักสบายสบายอยู่เสียหน่อย เรื่องแรกว่าด้วยความเพี้ยนสุดขีดของเด็กผู้ชายที่ดูการ์ตูนทีวีมากไป ส่วนเรื่องหลังว่าด้วยตัวละครการ์ตูนหัวโล้นตัวเตี้ยลิ้นยาว ๆ ที่เราเคยเห็นกันในเรื่อง everybodyeverthing ว่าด้วยเมื่อตอนเขาถูกชาวญี่ปุ่นชมว่า... น่ารัก

ส่วนเรื่อง “บอลลูน” ไม่รู้ว่าคุณตั้มใส่ความรู้สึกที่ตัวเองได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนญี่ปุ่นในเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า โดยเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องอยู่ทีเหล่าเด็ก ๆ เห็นฟองสบู่จากบนลูกโป่งไปทั่วฟ้า แล้วมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเห็นว่าแท้ที่จริงฟองสบู่นั้นมาจากคนบนลูกโป่ง ทำให้คิดค้นหาหนทางเช่นนั้นบ้าง เป็นอีกตอนที่ทำให้ผมรู้สึกดีมากครับ

แต่ใช่ว่าเล่มนี้จะมีแต่เรื่องที่มีความเพี้ยนจินตนาการประหลาดอยู่อย่างเดียว ยังมีตอนที่เป็นปกติอยู่บ้างนั่นก็คือเรื่อง “ข้าวเย็น” เมื่อชายหญิงสองคนที่ไม่รู้จักกันต่างก็มารอแฟนของตนที่เดียวกัน แต่ ไม่ว่าจะรอเท่าไหร่ก็ยังไม่มาเสียที เป็นเรื่องราวความรักที่น่ารักและอบอุ่น ตอนนี้เล่าเรื่องอย่างเงียบ ๆ มีพูดบ้างประปราย สำหรับผมเมื่ออ่านตอนนี้แล้วชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ญี่ปุ่น เพราะว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคนที่เกิดขึ้นมาจากความผูกพันทางจิตใจมากกว่าการกระทำ อีกทั้งตอนจบของเรื่องนี้ยังน่ารักมาก และยังทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอีกด้วย


และตอนสุดท้ายของเล่มนี้คือเรื่อง “สุดท้าย” ที่วาดด้วยลายเส้นร่างหยาบ ๆ แม้ไม่มีบทพูดแต่ก็แสดงถึงความรู้สึกที่คุณตั้มมีต่อประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่กล่าวไม่ได้ก็คืองานภาพ แม้ลายเส้นจะไม่สวยงามแบบการ์ตูนญี่ปุ่นแต่มีจุดเด่นอยู่ที่ลายเส้นที่มีความเป็นตัวเองสูง และในเล่มนี้ก็มีความละเอียดในตัวงานอยู่ไม่น้อยอย่างที่เราจะเห็นได้จากฉากที่มีความละเอียดหลายฉากอย่างฉากกระแสผู้คนในตอน “แม่น้ำ” หรือจากการที่งานทั้งเล่มนี้เขาใช้หมึกเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ใช้สกรีนโทนช่วยเลย นอกจากนี้คุณตั้มยังสามารถใช้ภาพเล่าเรื่องราวโดยไม่ต้องใช้คำพูด ดังนั้นการ์ตูนหลายเรื่องในเล่มนี้แม้จะไม่มีบทพูดแต่เราก็สามารถเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี

ตั้มกับญี่ปุ่น เล่มนี้อาจจะไม่เหมือน everybodyeverything มันไม่อาจจะไม่อบอุ่นหัวใจเท่า ไม่มีเรื่องราวประทับใจเรียกน้ำตา อีกทั้งยังแทรกไปด้วยจินตนาการและความเพี้ยนอยู่ประปราย แต่จุดมุ่งหมายของคุณตั้มนั้นก็คือต้องการให้เราได้เห็นมุมมองอีกมุมหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นผ่านสายตาของเขา ในหนังสือเล่มนี้ยังคงเป็นโลกของตั้มเช่นเดิม ฉะนั้นหลายตอนอาจจะชวนฉงนหรือตีความไม่แตก แต่หากไม่รังเกียจก็ถือได้ว่านี่คือเสน่ห์ที่ชวนให้เราได้อ่านซ้ำหลายอีกหลายรอบและคงมีซักวันหนึ่งที่เราจะเข้าใจเรื่องราวเหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป

ประเทศญี่ปุ่นในการ์ตูนเล่มนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต้องเป็นคุณตั้มเท่านั้นถึงจะเล่าออกมาได้ เพราะการตูนเล่มนี้ไม่ใช่แค่ ตั้มกับญี่ปุ่น แต่มันเป็น ญี่ปุ่นของตั้ม


ตีพิมพ์ลงนิตยสาร PLAY MAGAZINE ฉบับที่ 2

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet