ดั้นด้นมาถึงภาคสามกันจนได้กับ สายไม่รับ ดับสยอง หรือ Chakushin Ari หลังจากความแหวกใหม่และเนื้อหาอันน่าสนใจของภาคแรก จนถึงความเพ้อเจ้อเละตุ้มเปะของภาคสอง มาถึงภาคสุดท้ายก็คงพูดได้ว่าออกมาแบบพอดี ๆ

เนื้อเรื่องภาคนี้อาจจะดูหลุดโลกไปแล้วแต่ก็อย่าได้ใส่ใจเพราะลองดูแล้วมันก็ สนุกไม่น้อย เนื้อเรื่องพูดถึงอาสึกะเด็กสาวที่ถูกเพื่อนในห้องรังแก วันหนึ่งกลางดึกของโรงเรียนเธอพบกับ แปม เด็กสาวที่ผูกคอตายกับโทรศัพท์หนึ่งเครื่องที่มีข้อความเขียนไว้ว่า ถ้าส่งข้อความนี้ให้คนอื่นจะรอดตาย ในขณะนั้นเพื่อนร่วมห้องของเธอทุกคนก็กำลังไปเที่ยงฉลองจบการศึกษาที่ เกาหลีอยู่พอดี

แน่นอนว่าตอนแรกไม่มีใครอยากเชื่อ แต่เมื่อมีคนตายคนแล้วคนเล่า ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องเอาตัวรอดแล้ว เพราะข้อความนั้นส่งต่อกันได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

หนังภาคนี้หยิบยกเอาประเด็นการเอาตัวรอดของมนุษย์มาขยายอีกครั้ง แม้ภาคแรกจะมีฉากแบบนี้ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ด้วยการเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่นี้ทำให้ตัวละครที่เราเห็นไม่ต่างอะไรจาก เหล่านักเรียนที่ต้องฆ่ากันเองใน Battle Royale ใครล่ะจะยอมเสียสละที่จะตาย เพราะถ้าส่งต่อให้อีกคนหนึ่งแล้วหมายความว่าตัวเองก็จะรอด และอีกคนก็จะต้องตายอย่างไม่มีข้อแม้ ซึ่งถือว่าตัวหนังก็สื่อประเด็นออกมาได้น่าสนใจทั้งทางภาพและทางสัญลักษณ์ (ไก่ตัวผู้) รวมถึงเนื้อเรื่องช่วงหลัง

หากเทียบกับภาคที่สองแล้วถือว่าภาคนี้ดีกว่า เพราะแทบจะไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องหรือปมปริศนาอะไรมากมายนักทำให้ผู้ชมไม่งง ตาแตกหรือมีช่องโหว่พล็อตมหาศาลแบบภาคสอง ตัวหนังใส่ความสนุกและความระทึกแบบหนังสยองขวัญทั่วไปอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่แค่หยิบชื่อกับพล็อตมาใช้เท่านั้น เพราะความเกี่ยวเนื่องจากสองภาคแรกมีอยู่เพียงไม่กี่อย่างและอีกทั้งตัว หนังภาคนี้ก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรมากมายและไม่ได้ช่วยตอบคำถามของสอง ภาคแรกด้วย

One missed Call Final นี้ก็ไม่ต่างอะไรจากหนังสยองขวัญทั่วไปเมื่อเราดูจบแล้วก็จบเลย มีจุดหักมุมตามสมัยนิยม แม้ว่าไปมาตัวหนังเริ่มจะทำท่าออกทะเลไปไกลแต่โชคยังดีที่ตัวหนังจบก่อนที่ เรื่องส่วนท้ายจะมั่วซั่วกว่านี้ (หากลองคิดดูจะพบคำถาม ข้อสงสัยและ"จุดพิลึก"ประมาณสิบอย่าง)

แม้ว่าตัวหนังช่วงแรกจะเป็นอารมณ์สยองขวัญเต็มที่ แต่กลับดราม่าขึ้นช่วงหลัง ซึ่งส่วนนี้อาจจะเป็นทั้งจุดแข็งและจุดด้อยได้ทั้งสองอย่างเพราะถือว่าเป็น การคลี่คลายเนื้อเรื่องและไม่ให้ผู้ชมรู้สึกเหนื่อยเกินไป แต่กลับกันก็ทำให้ความตื่นเต้น ระทึก และ สยองขวัญของหนังดิ่งลงเหว เพราะตัวหนังไม่มีจุดพีคในส่วนนี้เลย อีกทั้งเนื้อเรื่องส่วนดราม่าก็ดูเรียบเฉยจนเกินไป แต่ก็ถือว่าผู้กำกับควบคุมอารมณ์ของหนังทั้งสองส่วนได้ดี (กว่าภาคสอง)

ทางด้านนักแสดงน้องมากิ โฮริกิตะ ก็น่ารักดี... ตอนแรกแฟน ๆ หวั่นใจว่าจะได้เห็นเธอเอาแต่หัวเราะหึหึเป็นนางมารไปตลอดจนจบเรื่อง โชคดีที่ไม่เป็นอย่างงั้น

ถ้าไม่เอาอะไรมากก็ถือว่าเรื่องนี้สนุกพอใช้ได้ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พี่ยังไม่ได้ดูเลยไม่กล้าอ่านครับ
แต่เท่าที่ดูไป 2 ภาคแรกก็ถือว่าเพลินๆ ดีครับ

#1 By คุณน้องเต้ on 2007-03-25 22:24