หนูหิ่น เดอะ มูฟวี่ : หนังตลกที่อึดอัด เอ่อ... และน่าผิดหวัง...
posted on 04 Oct 2006 22:31 by nighty in Films
เดิมทีหนูหิ่นเดอะมูฟวี่เป็นภาพยนตร์ไทยอีกเรื่องที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอที่จะดูมันเหลือเกิน ก็เพราะความชื่นชอบในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับล้วน ๆ ตอนแรกคิดว่าจะได้ไปดูในโรงแต่สุดท้ายก็ผิดคาด เลยต้องมาดูตอนที่ออกมาเป็นแผ่นแล้ว
พอดูจบแล้วดีจริง ๆ ที่ไม่ได้ไปดูในโรง
ไม่รู้ว่าคิดไปเองเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างชุ่ยไปหน่อยละมั้ง ฉากเครติดเปิดเรื่องตอนแรกเอาภาพจากหนังสือการ์ตูนฉบับสี่ีสีที่ลงด้วยคอมพิวเตอร์ลวก ๆ มาเรียงกันเป็นเรื่องเป็นราว เอ่อ... ขอโทษเหอะ คืองานเดิมที่ลงสีก็ลงลวก ๆ อยู่แล้ว แล้วนี่ยังเอามาตัดต่อแบบลวก ๆ อีก (เป็นกรอบมาเลย) จะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในการ์ตูนเหรอ ไม่เลย ไม่รู้สึกซักนิด
หลังจากจบเครติดเปิดเรื่องตอนแรกแล้วก็พบการผสมผสานระหว่างอนิเมชั่นกับคนแสดงอย่างงดงาม ...แต่ตรงส่วนนั้นมันจำเป็นต้องใช้อนิเมชั่นเลยเหรอ ไอ้ตรงไล่จับกิ้งก่าเนี่ย สู้เอาทุนตรงนี้ไปทำอนิเมชั่นฉากเปิดดี ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ
ต่อมาแล้วก็เข้าถึงเนื้อเรื่องกันเลยล่ะ โดยเข้าสู่หมู่บ้านโนนหินแห่ พยายามสอดมุกเข้ามาบ้างเล็กน้อย ...ไม่ขำ จนถึงตอนที่หนูหิ่นตัดสินใจไปเป็นสาวโรงงานที่กรุงเทพแล้วก็ตัดเข้าฉากละคร (มิวสิควีดีโอ) เพลง สาวโรงงาน (ที่ร้องโดย เจเน็ต เขียว) คือว่ามันคนละอารมณ์กันเลยครับ มันไม่เนียนเลย ฉากละครเพลงเหมือนเป็นภาพยนตร์เพลงนะ แต่เผอิญหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่ และ บรรยากาศคนละเรื่องกันเลย สร้างความขัดแย้งกันเองอย่างยิ่ง เหมือนกับว่าถ่ายฉากนี้มาสามเดือนก่อนถ่ายตัวหนังพอหนังสร้างเสร็จก็ไม่รู้จะจับวางไว้ตรงไหนดีเลยยัด ๆ เข้าไปซะงั้น เช่นเดียวกับเพลงผู้จัดการบ้านที่เอ่อ... เหมือนกับว่ากำลังดูรายการเพลงไทยผ่านทางทีวีอยู่
พูดโดยรวมแล้วจังหวะทั้งหมดของหนังติดขัดตะกุกขลุกขลักเป็นอย่างมาก อารมณ์ของหนังไม่เนียนและไม่ชักชวนอารมณ์ของคนดูเสียเท่าไหร่ อีกทั้งสิ่งที่ส่งเสริมความติดขัดของหนังไม่ได้มีแค่การตัดต่อแต่มีทั้ง บท การดำเนินเรื่อง ฉากที่โครตจะดูหลอกตา (ทั้งฉากจริงฉากตัดต่อ จนไม่แน่ใจว่าทั้งเรื่องถ่ายในสตูดิโอทั้งหมดเลยรึเปล่า) การถ่ายภาพ (ดู fake มาก ๆ) และ นักแสดง (เอ่อ...) ที่ทั้งหมดต่างก็ช่วยส่งเสริมกันและกันจนเกิดเป็นความมหาวิปโยค
ที่ผมเซ็งมากอีกอย่างคือพล็อตและเนื้อเรื่องที่เอ่อ... ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ซักเท่าไหร่ และ ไม่ได้ช่วยส่งเสริมตัวหนังเลย ทั้งสองอย่างเป็นอะไรที่เรียบง่ายธรรมดาและไม่มีอะไรโดดเด่นเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังพอมีบางจุดที่น่าสนใจและดึงดูเด่นออกมาบ้างซึ่งจะเอามากล่าวทีหลัง
แม้ว่าบทหนังจะไม่ค่อยมีจุดโหว่แต่ก็อ่อนเกินเยียวยาและสุดแสนจะสามัญ และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยดึงความเป็น "หนูหิ่น" ออกมาเลย อีกทั้งบทของตัวละครที่ เ่อ่อ... ดูแล้วอยากจะร้องไห้
ในเมื่อบทบาทของตัวละครที่น่าจะเด่นกลับไม่มีอะไรมากกว่านั่งพูดเฉย ๆ ยืนนิ่ง ๆ เดินแล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ ไม่ได้ช่วยสร้างความลึกของตัวละครจากเดิมที่มีในต้นฉบับซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของตัวละคร อย่างเช่น คุณมิลค์ที่ทั้งสวยทั้งเซ็กที่งซี่แถมสมองก็มีหน้าอกก็มีตะลาลาอย่างในการ์ตูน แต่พอมาอยู่ในหนังแล้วกลับกลายว่าตัวละครคุณมิลค์ในภาพยนตร์อาจจะไม่เหลือแม้กรนะทั่งความคิดความอ่านก็เป็นได้ (ส่วนคนอื่นไม่ต้องพูดถึง)
ไม่ ไม่ หนุหิ่น เดอะ มูฟวี่ ยังไม่ถึงกับเป็นหนังที่เลวร้าย หากลองมองดูดี ๆ หนุหิ่น เดอะ มูฟวี่ จะเป็นหนังที่แฝงความประชดประชันต่อสังคมอีกเรื่องหนึ่ง เพียงแต่ความประชดประชันเหล่านั้นที่แฝงมากับตัวหนังนั้นเด่นชัดเกินไปจนน่าอึดอัด เรียกว่าจะขำก็ไม่ได้จะสมเพชก็ไม่ออก ตัวละครหลายตัวแทนค่านิยมและประชดสิ่งต่าง ๆ ในสังคม
แต่ มันไม่ได้ช่วยส่งเสริมหนังซักนิด และ ไม่เข้ากับหนังตลกเลย ก็เพราะหลายอย่างมันแฝงมากับมุำกที่ไม่ค่อยจะขำ บางมุกกลับดูน่าสงสารซะด้วยซ้ำ พร้อมทั้งการแสดงของตัวละคร (ทั้งตัวละครหลัก และ ตัวประกอบ) จนก่อให้เกิด ความมหาวิปโยค อย่างที่ได้กล่าวมา (มีหลายฉากที่ให้อารมณ์เดียวกับภาพนตร์เรื่อง แจ๋ว แต่... อารมณ์ต่างกันคนละเรื่อง ดูไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้งยังขาดพลัง)
แม้ว่าจะมีหลายฉากที่น่าประทับใจ แต่ แต่... มันก็ไม่ได้ช่วยหนังให้ดีขึ้นมาเลย การดูหนูหิ่นไปขำแบบฝืด ๆ ไปพร้อมทั้งดูด้วยความอึดอัดเต็มเปี่ยม ช่างเหมือนกับเ็ป็นความบันเทิงที่เปี่ยด้วยความทรมานและใช้พลังงานในการดูมากเป็นอย่างยิ่ง
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้กำกับ เอส เพื่อนสนิท โดยมีโปรดิวเซอรืเป็นคุณ นนทรีย์ นิมิตรบุตร
พอดูจบแล้วดีจริง ๆ ที่ไม่ได้ไปดูในโรง
ไม่รู้ว่าคิดไปเองเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างชุ่ยไปหน่อยละมั้ง ฉากเครติดเปิดเรื่องตอนแรกเอาภาพจากหนังสือการ์ตูนฉบับสี่ีสีที่ลงด้วยคอมพิวเตอร์ลวก ๆ มาเรียงกันเป็นเรื่องเป็นราว เอ่อ... ขอโทษเหอะ คืองานเดิมที่ลงสีก็ลงลวก ๆ อยู่แล้ว แล้วนี่ยังเอามาตัดต่อแบบลวก ๆ อีก (เป็นกรอบมาเลย) จะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในการ์ตูนเหรอ ไม่เลย ไม่รู้สึกซักนิด
หลังจากจบเครติดเปิดเรื่องตอนแรกแล้วก็พบการผสมผสานระหว่างอนิเมชั่นกับคนแสดงอย่างงดงาม ...แต่ตรงส่วนนั้นมันจำเป็นต้องใช้อนิเมชั่นเลยเหรอ ไอ้ตรงไล่จับกิ้งก่าเนี่ย สู้เอาทุนตรงนี้ไปทำอนิเมชั่นฉากเปิดดี ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ
ต่อมาแล้วก็เข้าถึงเนื้อเรื่องกันเลยล่ะ โดยเข้าสู่หมู่บ้านโนนหินแห่ พยายามสอดมุกเข้ามาบ้างเล็กน้อย ...ไม่ขำ จนถึงตอนที่หนูหิ่นตัดสินใจไปเป็นสาวโรงงานที่กรุงเทพแล้วก็ตัดเข้าฉากละคร (มิวสิควีดีโอ) เพลง สาวโรงงาน (ที่ร้องโดย เจเน็ต เขียว) คือว่ามันคนละอารมณ์กันเลยครับ มันไม่เนียนเลย ฉากละครเพลงเหมือนเป็นภาพยนตร์เพลงนะ แต่เผอิญหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่ และ บรรยากาศคนละเรื่องกันเลย สร้างความขัดแย้งกันเองอย่างยิ่ง เหมือนกับว่าถ่ายฉากนี้มาสามเดือนก่อนถ่ายตัวหนังพอหนังสร้างเสร็จก็ไม่รู้จะจับวางไว้ตรงไหนดีเลยยัด ๆ เข้าไปซะงั้น เช่นเดียวกับเพลงผู้จัดการบ้านที่เอ่อ... เหมือนกับว่ากำลังดูรายการเพลงไทยผ่านทางทีวีอยู่
พูดโดยรวมแล้วจังหวะทั้งหมดของหนังติดขัดตะกุกขลุกขลักเป็นอย่างมาก อารมณ์ของหนังไม่เนียนและไม่ชักชวนอารมณ์ของคนดูเสียเท่าไหร่ อีกทั้งสิ่งที่ส่งเสริมความติดขัดของหนังไม่ได้มีแค่การตัดต่อแต่มีทั้ง บท การดำเนินเรื่อง ฉากที่โครตจะดูหลอกตา (ทั้งฉากจริงฉากตัดต่อ จนไม่แน่ใจว่าทั้งเรื่องถ่ายในสตูดิโอทั้งหมดเลยรึเปล่า) การถ่ายภาพ (ดู fake มาก ๆ) และ นักแสดง (เอ่อ...) ที่ทั้งหมดต่างก็ช่วยส่งเสริมกันและกันจนเกิดเป็นความมหาวิปโยค
ที่ผมเซ็งมากอีกอย่างคือพล็อตและเนื้อเรื่องที่เอ่อ... ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ซักเท่าไหร่ และ ไม่ได้ช่วยส่งเสริมตัวหนังเลย ทั้งสองอย่างเป็นอะไรที่เรียบง่ายธรรมดาและไม่มีอะไรโดดเด่นเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังพอมีบางจุดที่น่าสนใจและดึงดูเด่นออกมาบ้างซึ่งจะเอามากล่าวทีหลัง
แม้ว่าบทหนังจะไม่ค่อยมีจุดโหว่แต่ก็อ่อนเกินเยียวยาและสุดแสนจะสามัญ และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยดึงความเป็น "หนูหิ่น" ออกมาเลย อีกทั้งบทของตัวละครที่ เ่อ่อ... ดูแล้วอยากจะร้องไห้
ในเมื่อบทบาทของตัวละครที่น่าจะเด่นกลับไม่มีอะไรมากกว่านั่งพูดเฉย ๆ ยืนนิ่ง ๆ เดินแล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ ไม่ได้ช่วยสร้างความลึกของตัวละครจากเดิมที่มีในต้นฉบับซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของตัวละคร อย่างเช่น คุณมิลค์ที่ทั้งสวยทั้งเซ็กที่งซี่แถมสมองก็มีหน้าอกก็มีตะลาลาอย่างในการ์ตูน แต่พอมาอยู่ในหนังแล้วกลับกลายว่าตัวละครคุณมิลค์ในภาพยนตร์อาจจะไม่เหลือแม้กรนะทั่งความคิดความอ่านก็เป็นได้ (ส่วนคนอื่นไม่ต้องพูดถึง)
ไม่ ไม่ หนุหิ่น เดอะ มูฟวี่ ยังไม่ถึงกับเป็นหนังที่เลวร้าย หากลองมองดูดี ๆ หนุหิ่น เดอะ มูฟวี่ จะเป็นหนังที่แฝงความประชดประชันต่อสังคมอีกเรื่องหนึ่ง เพียงแต่ความประชดประชันเหล่านั้นที่แฝงมากับตัวหนังนั้นเด่นชัดเกินไปจนน่าอึดอัด เรียกว่าจะขำก็ไม่ได้จะสมเพชก็ไม่ออก ตัวละครหลายตัวแทนค่านิยมและประชดสิ่งต่าง ๆ ในสังคม
แต่ มันไม่ได้ช่วยส่งเสริมหนังซักนิด และ ไม่เข้ากับหนังตลกเลย ก็เพราะหลายอย่างมันแฝงมากับมุำกที่ไม่ค่อยจะขำ บางมุกกลับดูน่าสงสารซะด้วยซ้ำ พร้อมทั้งการแสดงของตัวละคร (ทั้งตัวละครหลัก และ ตัวประกอบ) จนก่อให้เกิด ความมหาวิปโยค อย่างที่ได้กล่าวมา (มีหลายฉากที่ให้อารมณ์เดียวกับภาพนตร์เรื่อง แจ๋ว แต่... อารมณ์ต่างกันคนละเรื่อง ดูไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้งยังขาดพลัง)
แม้ว่าจะมีหลายฉากที่น่าประทับใจ แต่ แต่... มันก็ไม่ได้ช่วยหนังให้ดีขึ้นมาเลย การดูหนูหิ่นไปขำแบบฝืด ๆ ไปพร้อมทั้งดูด้วยความอึดอัดเต็มเปี่ยม ช่างเหมือนกับเ็ป็นความบันเทิงที่เปี่ยด้วยความทรมานและใช้พลังงานในการดูมากเป็นอย่างยิ่ง
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้กำกับ เอส เพื่อนสนิท โดยมีโปรดิวเซอรืเป็นคุณ นนทรีย์ นิมิตรบุตร
Tags: cartoon, movie, noohin, thai5 Comments
#1 By A Man In The Yellow-Submarine on 2006-10-04 22:40