ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

crash อีกซักครั้ง

posted on 06 Mar 2006 23:43 by nighty  in Films
การที่แครชได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นสิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะโดยส่วนตัวผมก็คิดว่ามันคงไม่น่าจะได้หรอก เพราะโบรกแบ็คกระแสแรงเสียขนาดนั้น พอได้มาก็ทั้งตกใจและดีใจในคราวเดียวกัน

เรื่องอย่างนี้ความจริงก็เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง คืออยู่ดี ๆ มีหนัง "ม้ามืด" โผล่ออกมาแย่งรางวัลจากตัวเก็งไปได้ อย่างปีที่แล้วระหว่าง million dollar baby กับ sideway ซึ่ง ไำซด์เวย์ ได้รับรางวัลมากกว่ามิลเลี่ยน แต่มิลเลี่ยนก้เป็นม้ามืดแย่งรางวัลไปครอง

คราวนี้มันอาจจะรุนแรงมากกว่าหน่อย เพราะ brokeback mountain เป็นหนังที่หลายคน "รัก" มากนี่เอง (จนนำไปสู่ความลำเอียง อคติ และ อีกหลายอย่าง โอ้ ความรักช่างน่ากลัว)


++++++++++++++++++++++++++++++++++


ส่วนตัวคิดว่า แครช ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การเหยียดสีผิวเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการกระทำของมนุษย์ซึ่งมีผลต่อกันและกัน ราวกับการชนแล้วไปกระทบกับอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งการชนแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไป ทั้งนี้รวมถึงความคิด ทัศนคติ อุดมคติ อคติ ที่มีต่อกันและกัน รวมถึงความไม่เข้าใจกันในมนุษย์ด้วยกันจึงเป็นผลที่อาจเลวร้ายตามมาภายหลังได้

บางคนอาจจะคิดว่าเรื่องราวเหยียดสีผิวนี้เป็นเรื่องที่ห่างไกลกับประเทศเรานัก แต่ความจริงแล้วความขัดแย้งกันใช่ว่าจะออกมาเป็นในรูปแบบของเชื้อชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคิด ความนิยม รสนิยม อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่ออยู่ในตัวของแต่ละคนมันมีค่าพอที่จะทำให้คนอื่นมองและปฏิบัติในมุมที่แตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน (น่าเสียดายที่พอล แฮกกินส์ ไม่ได้ใส่เกย์ลงไปในหนังด้วย)

เพลงประกอบของ เบิร์ด ยอร์ก ที่ชื่อว่า In the deep ซึ่งหมายถึง ในส่วนลึก อาจจะเป็นข้อความที่จะสื่ออกมาว่า ในลึก ๆ ของมนุษย์ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกนอกต่าง ๆ แท้ที่จริงแล้วข้างในนั้นมีอะไรอยู่

ฟังเพลงของเบิร์ด ยอร์ก ได้ที่นี่

ส่วนตัวแล้วสิ่งที่ไม่ชอบอย่างยิ่งในเรื่อง crash ก็คือ ตอนจบของหนัง หลังจากหนังถึงจุดสูงสุดที่ท้ายเรื่อง ก็ดิ่งลงมาผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างกระจ่างอย่างง่ายดายจนน่าใจหาย ทุกอย่างเข้าล็อคพอดีเป๊ะ ซึ่งน่าเสียดายเล็กน้อยสำหรับตอนจบเรื่องนี้ เพราะมันไม่ค่อยมีส่วนทำให้หนังน่าจดจำเท่าไหร่นัก


++++++++++++++++++++++++++++++++++

ส่วนข้างล่างก็คือบทความที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่ตอนไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงใหม่ ๆ (ถือว่าเป็นบุญมากที่ได้ดูเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ อีกทั้งด้วยความบังเอิญเสียด้วยสิ)

Crash แปลตรง ๆ ว่าชน คือเรื่องราวในรูปแบบที่ผมชอบคือจับตัวละครมายัดเยอะ ๆ แล้วแต่ละตัวมีความสัมพันธ์และส่งผลต่อกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งนักแสดงหลักเรื่องนี้... มีแค่ร่วมสิบคนเอง และ แต่ละคนก็ใช่ว่าจะไร้นาม ต้องมีซักชื่อที่คุณรู้จัก หรือ เคยเห็นบนโปสเตอร์หนังใหญ่ยักษ์สิน่า (ถึงแม้ว่าชื่อของพวกเขาหลายคนจะเลือนลางไปบ้างก็ตามที..) และ คนที่จับพวกเขามาพบกันก็คือ พอล แฮกกินส์ ที่เป็นคนเขียนบทแลกำกับ หากไม่รู้จักเขาคือผู้เขียนบทเรื่อง มิลเลี่ยน ดอลล่าห์ เบบี้ นี่เอง

เรื่องราวการชนกันครั้ง นี้เกิดขึ้นที่ลอส แองเจลิส พูดอย่างงี้กรุณาอย่าไปนึกถึงดริฟติ้งซิ่งสายฟ้า เพราะพวกเขาไม่ได้ขับรถรุ่นใหม่โมมาเต็มที่มาชนกัน แต่ที่ชนกันคือเหตุการณ์ ความคิด และ ความรู้สึกของพวกเขาต่างหาก...

ค่ำของเย็นวันหนึ่ง มีคนพบศพเด็กคนหนึ่งที่ถูกยิงตายเขาถูกทิ้งไว้ข้างถนน และหนังย้อนให้เราไปเห็นเมื่อวาน... ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งตัวละครมีตั้งแต่ สองเกลอผิวดำคนนึงแอนตี้คนผิวขาวสุด ๆ อีกคนหนึ่งก็มองโลกในแง่ดี คู่รักทนายผิวขาว ชาวเกาหลีลึกลับ ช่างทำกุญแจลูกอ่อน ตำรวจสองนายที่มีความคิดแย้งกัน กับ บอสใหญ่ผิวดำกับคู่รักต่างสี สามีภรรยาผิวดำที่ถูกเหยียดผิว ครอบครัวชาวเปอร์เซีย และ อื่น ๆ ...

แอลเอถือ ว่าเป็นเมืองที่กว้างใหญ่อีกเมืองหนึ่ง ซึ่งมีความหลากหลายของผู้คนทั้งผู้คน ชนชาติ ฐานะ ระดับ ดังนั้นเนื้อหาของมันจึงเพ่งเล็งไปยังความคิดของตัวละครทุกคน ซึ่งมีความคิดที่มีต่อตัวละครอีกคน เช่นการเหยียดผิว การเหยียดเชื้อชาติ ไม่มีการเข้าข้าง หรือ ใส่สีให้ใครทั้งนั้น เพราะเราจะได้เห็นทั้งด้านดี ด้านเลวของตัวละคร

เรื่องราวของแครชนั้นเล่าได ้ยากเพราะมันยาวและซับซ้อน แต่ว่าความซับซ้อนที่ว่าไม่ใช่ความสับสน แครชพุ่งเข้าไปยังความรู้สึกในหัวใจของคนดูได้อย่างง่ายดาย ด้วยเพียงแค่การกระทำ (อันเกิดจากการแสดงที่ยอดเยี่ยม) บทที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี มุมกล้องที่ไม่ได้หรูหรามากมาย แต่เข้าได้ดีเป๊ะกับบรรยากาศ ซึ่งเหล่านี้มารวมกันทำให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย

ส ิ่งที่แครชพูดถึงนั้นอาจจะดูมีแต่ความมืดมน (ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่โปสเตอร์จนถึงเรื่องราวที่เริ่มต้นและจบลงตอนกลางคื นที่มืดมิด) แต่สิ่งที่แครชพูดไม่ได้เป็นสิ่งที่เป็นโลกมืดจนดำมิด แต่มันพูดถึงโลกของเราที่บัดนี้ความมืดมิดในใจของคนเรานั่นแหละที่กำลังย้อม โลกที่แต่เดิมมีแสงสว่างให้มืดมน ทั้งความไม่เชื่อใจ ความระแวง ความรู้สึกด้านมืด ทั้งหมดต่างหล่อหลอมให้ทั้งคนเราและสังคมมีแต่ความมืด

สิ่งที่จะช่วยไม่ให้มันเป็นสีดำมิดก็คงจะไม่พ้นความดีที่ยังมีอยู่บ้างในจิต ใจคน ซึ่งไม่เกี่ยวว่าจะเป็นใคร จะเป็นชาติไหน เพราะสิ่งเหล่านี้อยู่ภายในใจลึก ๆ ของคนเรา แครชส่องถึงข้างในมนุษย์ของคนเราว่าที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ทั้งเปลือกนอกและภายใน เราไม่สามารถจะบอกได้ว่าสิ่งไหนคือความดีหรือความชั่วกันแน่ เพราะว่าทุกคนก็คือมนุษย์... และ หากมีใครบางคนในเรื่องกระทำบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น.. หรือเลวร้ายลง

โลกใบนี้ไม่ใช่ของเราเพียงผู้เดียว ความจริงแล้วเราต่างก็เกี่ยวพันซึ่งกันและกัน เรายังอยู่บนโลกเดียวกัน

บางที... สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนจบอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วก็ได้

SPOILER
ต่อไปนี้เปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์ หากยังไม่ดูไม่ควรอ่านเพราะจะหมดอารมณ์ได้

ฉากที่ผมชอบที่สุดมีอยู่สองฉากคือฉากที่ตำรวจเหยียดผิวช่วยภรรยาของคู่รักผิว สีออกมาจากใต้รถที่กำลังจะระเบิดเป็นจุล มันอาจจะเป็นฉากที่เห็นทั่วไปตามหนังแอคชั่น แต่ว่า สองคนนี้... ก่อนหน้านี้ตำรวจผู้นั้นเคยใช้อำนาจมาลวนลามร่างกายของเธอ สิ่งที่ทั้งสองต้องเลือกก็คือความรู้สึก หรือ ชีวิต อีกทั้งยังเป็นฉากที่ตื่นเต้นมาก เพราะไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร จนถึงวินาทีสุดท้าย... ทั้งสองจึงได้รู้ว่า ชีวิตนั้นสำคัญ และ มีค่ากว่าทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม

ฉากที่สอง เป็นฉากเสื้อคลุม ส่วนแรกของฉากที่พ่อช่างนักทำกุญแจให้เสื้ออคลุมวิเศษแก่ลูกนี่ผมเฉย ๆ เพราะความเฉย ๆ เนี้ยแหละ ทำให้ผมยิ่งสะเทือนใจไปจนถึง "ฉากนั้น" ความรู้สึกมันเกินจะบรรยายจริง ๆ ผมยังจำฉากนั้นได้ติดตา ฉากที่เด็กน้อยวิ่งออกประตูไป แล้วกล้องก็ถ่ายตามย้อนแสง เธอถูกหุ้มด้วยแสงสีข่าวก่อนที่จะไปพบโลกข้างนอก แล้วช่วยปกป้องพ่อของเธอ ไม่ใช่ฉากที่จะเรียกได้ว่าเป็นเมโลดราม่าจนเกินเหตุ มันน่าจะเรียกว่าเป็นความตื้นตันก็ได้ เพราะในฉากนี้ผมรู้สึกรุนแรงยิ่งกว่าฉากข้างต้น ว่าชีวิตนั้นคือสิ่งที่สวยงามสุดยอด และ การใช้ชีวิตของเรานั้นเต็มไปด้วยปาฏิหารย์โดยที่เราไม่ทันได้รู้ตัว

END OF SPOILER
ข้างบนนี้เปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์ หากยังไม่ดูไม่ควรอ่านเพราะจะหมดอารมณ์ได้


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยินดีกับ crash ด้วย
Brokeback ยังขาดความเป็น originalและสตอรี่ไลน์ก็ไม่ซับซ้อนเท่า crash ละมั้ง

#1 By lylac on 2006-03-07 00:01

เรายังไม่เคยรู้จักเรื่องนี้เลย =[]='''' ตอนเห็นว่าได้รางวัลออสก้า เรายังคิดถึงพี่แบงค์วง Clash อะไรเทือกนี้อยู่เลยอะ

#2 By ~ K o t o k o ~ on 2006-03-07 10:21

ตอนเข้าโรงไม่ได้ดู ไม่ว่าง
กะดูซีดี
ได้ข่าวว่าโดนตัดด้วย
อืม เอาที่ไหนดูดีหว่า

#3 By blackholesun on 2006-03-07 11:15

โอ๊ะ ! เปลี่ยนธีมแล้วแฮะ แปลกใจที่ clash ได้รางวัลไปคงเป็นเพราะเป็นหนังที่เราไม่ได้ดู + กับกระแส BBM มานมาแรงถ้าทางจะต้องหามาดูซะแล้วแฮะ

#4 By [P]eTE! on 2006-03-09 17:50

ออสก้าร์ไม่ต้องการให้ชาวเอเชียขึ้นรับรางวัลหนังยอดเยี่ยมหรือป่าว อันนี้เป็นมานานแล้ว
ยากฟังเพลงของพี่เบิร์ด

#6 By บอสส์ (203.209.105.48) on 2007-04-24 12:52