ค้นหารีวิวหนังและอื่น ๆ ในบลอคนี้

Last scene

posted on 24 Dec 2005 20:34 by nighty  in Films

ท ุก ๆ คนก็เคยทำผิดพลาดในอตีดกันทั้งนั้น แต่ทุก ๆ คนก็มีโอกาสที่จะแก้ไขมัน เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็ว และ ขึ้นอยู่กับว่ามันจะสายไปรึเปล่า


Last scene เป็นผลงานการกำกับของฮิเดโอะ นากาตะ ถึงเคน มิฮาระนักแสดงหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของตน และ แน่นอนว่าเขาเป็น
คนที่หยิ่งยะโส และ ทรนงตน อีกทั้งยังประพฤติตนไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่าเขาอาจจะเป็นเพราะเขาสับสนในหนทางข้างหน้า เพราะนักแสดงสาวคู่บุญอย่างเคย์โกะ ได้ลาออกไป
แต่งงาน แต่เนื่องด้วยสาเหตุเหล่านี้เอง ภรรยาผู้คอยเป็นห่วงและให้กำลังใจเขาก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับหลังจากเขาตวาดใส่เธอในกองถ่าย

ด ้วยเหตุนี้ทำให้เขาอำลาวงการไปร่วม 30 กว่าปี และ หลังจากนั้นเขาก็ได้รับบทเล็ก ๆ เป็นชายชราที่ป่วยหนักในโรงพยาบาลในหนังถูกและเล็กเรื่องหนึ่ง ซึ่งที่นั้นเอง ก็มี จิสึรุ
หญิงสาวหัวหน้าฝ่ายศิลป์ทำงานอยู่ซึ่งกำลังคิดจะลาออกเนื่องจากทนไม่ได้กับผู้กำกับไม่เอาถ่าน นักแสดงเห่ย ๆ และ นายทุนเรื่องมาก

30 ปีที่ผ่านมานี้ ทุกอย่างไม่เป็นเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว นักแสดง และ ทีมงานใหม่ ๆ ก็ไม่รู้จักเขา อาการเจ็บป่วยที่มีผลต่อการถ่ายทำ และ ความกลัวบางอย่างที่ไม่สามารถจะเล่นตามบทได้

ส่วนสาวไฟแรง อีกคนหนึ่งต้องก็รับความใจโลเลของผู้กำกับที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และ ความเรื่องมากของผู้ช่วยผุ้กำกับ (อย่างฉากหนึ่งในบทตัวเอกจะต้องไปติดเกาะและมองดูนาฬิกาเธอเลยเสนอนาฬิกาทรา ยที่เธอทำขึ้นมาเอง - (แล้วใช้ยังไงฟะ) แต่ทั้งคู่บอกว่านาฬิกาของพวกเขาทนน้ำ เป็นจี-ช็อก - โห)

แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็รู้ว่าความสุขแห่งภาพยนตร์คืออะไร

เ มื่ออำนาจและชื่อเสียงมีมากขึ้น ความสุขที่แท้จริงก็ถูกลืมเลือน กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว นี่คือสิ่งที่เคน มิฮาระต้องประสบ หลังจากเวลาผ่านมานานเขามาที่โรงถ่ายแห่งความทรงจำอีกครั้ง
ตั้งแต่วัย เด็ก จนถึงโตขึ้น ตั้งแต่เป็นนักแสดงตัวประกอบบทเล็ก ๆ จนกลายเป็นนักแสดงผู้โด่งดัง ช่วงเวลาความสุขเล็ก ๆ ในกองถ่ายที่ลืมเลือนไปก็ได้หวนกลับคืนมา
แล้วความสุขนั่นละคืออะไร?
มันคือความมั่งคั่งของชีวิต ชื่อเสียง อำนาจ หรือ เป็นแค่การที่ได้กินข้าวชามใหม่ทุก ๆ ครั้งเมื่อผู้กำกับสั่ง คัต แล้วเริ่มใหม่?

ถ ึงแม้จะเป็นบทสุดท้ายของเขา แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่เสียเปล่าต่อตนเอง จิสึรุ และทุกคน หลายคนที่จ้องมองเขาก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ตนเองควรจะพึงกระทำ ภาพยนตร์ไม่ใช่การ

ทำงานแบบขอไปที แต่เป็นการกระทำด้วยใจรัก หากมีสิ่งนี้ไม่ว่าการทำงานใด ๆ ก็คงจะมีความสุข

ภ าพยนตร์เรื่องนี้ใช้พล็อตเรื่องเดิม ๆ แต่สามารถดึงดูดอารมณ์ของผู้ชมให้ร่วมไปกับหนังได้เป็นอย่างดี อย่างช่วงแรกที่แสดงให้เห็นถึงมิฮาระ เคนที่หยิ่งยะโส หรือ ช่วงหลังที่

รู้สึกว่าถ้าให้ฉันอยู่กองถ่ายแบบนี้ฉันก็ไม่เอาเหมือนกัน (ฮา) รวมถึงช่วงสุดท้ายของหนังที่เล่นเอาเราลุ้นไปกับตัวละครด้วย

ฮ ิเดะโอะ นากาตะ ใช้การกำกับแบบเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ เช่นเดียวกับภาพยนตร์ญี่ปุ่นทั่วไป แต่การกำกับและถ่ายทำแบบนี้เองทำให้อารมณ์ของหนังส่งผลได้ดียิ่งต่อคนดู การใช้

ภาพแบบยุค 60 ในฉากนึกถึงอตีด ทำให้เหมือนกับเป็นอตีดจริง ๆ และ อาจจะเป็นการย้ำเตือนว่าช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านั้นได้ผ่านพ้นไปตามกาลเวล าแล้ว...

เมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้น้ำตาผมก็ไหลออกไม่รู้ตัว ทั้งที่ไม่มีฉากบีบคั้นอารมณ์อะไรเลยด้วยซ้ำ แต่อาจจะเพราะผมยินดีกับผู้ชายในเรื่องที่มีความสุขอีกครั้ง และเป็นความสุขที่

หลายคนฝันหา ความสุขจากจิตใจที่อบอุ่น ไม่ใช่ความสุขภายนอกที่ดูอ้างว้างและเปลี่ยวเหงา
.

.

ผ มได้ดูหนังเรื่องนี้ในเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพครั้งย่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเซนซิทีฟอะไรหนักหนา แต่ดูถึงฉากหนึ่งแล้วร้องเอา ๆ ทั้งที่ ๆคนอื่นไม่เห็นจะร้องไห้ซักหยด แต่ตัวเองน้ำตาไหลออกมาอย่างคนบ้า

ฉ ากที่เล่นเอาน้ำตาท่วมจอคือฉากที่มิฮาระเล่าถึงอตีดของตัวเองสมัยเข้าวงการใ หม่ ๆ ให้ฟัง เขาเล่าว่าตั้งแต่ตอนยังเล็กเขาเคยได้เข้าฉากเป็นตัวประกอบ เป็นเด็กกินข้าวในร้านอาหาร ทุกครั้งที่ผู้กำกับสั่งเทคและถ่ายไหม เขาก็จะได้กินข้าวชามใหม่เรื่อย ๆ พูดแล้วก็ยิ้ม ว้อยยย หลังจากนั้นก็มีฉากย้อนอตีดเรื่อย ๆ อีก ถึงคนอื่นดูแล้วจะไม่ร้องแต่ตูร้องว้อย ฮือ

อยากได้ DVD จัง

(หน้าปก dvd สาบานได้ว่ามันไม่ใช่หนังฆาตกรรม)

.

http://www.omuro.co.jp/lastscene/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet