มหา'ลัยเหมืองแร่ - ประกาศนียบัตรที่มองไม่เห็น
posted on 24 Dec 2005 23:41 by nighty in Films
ความจริงได้ดูมาตั้งนานแสนนานแล้วครับ ช่วงหนังยังเข้าใหม่ ๆ เสียด้วยซ้ำแต่ก็ยังไม่มีโอกาสมาเขียนเสียที
ภ าพยนตร์เรื่องนี้หลายคนก็คงจะรู้ว่าสร้างมาจากรวมเรื่องสั้น เหมืองแร่ ที่เขียนมาจากชีวิตจริงของคุณอาจินต์ ที่แทนที่จะใช้เวลาสี่ปีไปเรียนมหาวิทยาลัยให้จบไปใช้ชีวิตเป็นคนงานในเหมือ งแร่
ห ลายคนเคยบอกว่าน่าประหลาดใจที่หนังเรื่องนี้สร้างออกมาได้ยังไงเพราะเรื่องส ั้นแต่ละเรื่องนั้นก็ไม่ได้มีความปะติดปะต่อกันเสียเท่าไหร่แต่ด้วยความสามา รถของคุณจิระ มะลิกุล ที่เคยฝากฝังผลงานที่เคยประทับใจใครหลายคนอย่าง 15 ค่ำ เดือน 11 ทำให้หนังเรื่องนี้แหวกไปจากหนังไทยที่เคยดูมา
แ ต่ทว่าก็เป็นอย่างภาพยตร์ที่สร้างมาจากหนังสือทั่วไปที่เนื้อหาต่างก็ต้องมี การบิดเบือน เพิ่มเติม ลดทอน หดหายไปบ้าง เรื่องไหนเพิ่มเติมก็ถือว่าเป็นกำไรของคนดู แต่มหา'ลัยเหมืองแร่นั้นไม่ได้อยู่ในกรณีนั้น (ผู้ชมที่อ่านหนังสือมาก่อนต่างก็บ่นเป็นแถบ) แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างงั้นก็ตามก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของหนังเสียหายไปในประการ ใด สำหรับที่ไม่เคยรู้จักเหมืองแร่มาก่อนแล้วมันเหมือนใบเบิกทางทำความรู้จักกั น
เ นื้อหาถูกเล่าอย่างเรียบง่ายผ่านมุมมองและสายตาของอาจินต์ ชีวิตที่คนเมืองหลายคนคงไม่เคยจะได้สัมผัสถึงอารมณ์แบบนี้ อารมณ์ของคนทำงาน ของลูกผู้ชาย ที่รับรองเลยว่าน้อยคนจะได้รู้สึกถึง เพราะสิ่งที่อาจินต์พบนั้นไม่ใช่แค่ความยากลำบากทางการงานอย่างเดียว แต่ยังเป็นความลำบากทางด้านจิตใจ ไกลบ้าน ห่างเพื่อน ไร้คนรัก สังคมใหม่ที่แตกต่างที่เขาจะต้องเผชิญและรับมัน
อ ีกทั้งตัวละครทุกตัวในเหมืองแร่เป็นตัวละครที่เกิดขึ้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงถึงตัวละครที่ไร้สาระที่ตื้นเขิน แต่ละคนก็มีลักษณะเฉพาะเป็นตัวของตนเอง มีความคิดของตนเอง มีการตัดสินใจของตัวเอง และมีทางเลือกของตัวเอง
ท ุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเหมืองแร่นั้นรับรองว่าเป็นสิ่งที่ยากเกิดขึ้นในโร งเรียน หรือ จะหาเรียนรู้ได้ในตำรา ทุกคนใช่ว่าจะเป็นคนดีแต่ทุกคนก็เป็นมนุษย์ ใช่ว่าทุกอย่างจะมีแต่ความบริสุทธิ์แต่ทุกอย่างก็คือชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นมีค่ามากกว่าบทเรียน สิ่งที่เขาถูกทดสอบยากยิ่งกว่าข้อสอบ ถึงแม้ว่าสิ่งสุดท้ายที่จะได้มาไม่ใช่ใบประกาศ หรือ ความรู้ท่วมหัว แต่ก็เป็นสิ่งมีค่าที่มองไม่เห็นซึ่งมีค่าเหนือวัตถุใด ๆ
ส ุดท้าย เหมืองแร่ ไม่ใช่หนังเนื้อหาหนักแน่แต่ก็เข้มข้น ไม่ตลกโปกฮาแต่ก็มีอารมณ์ขัน อาจไม่น่าดูแต่ข้างในมีค่ากว่าที่เห็น อาจไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยอดเยี่ยม อาจไม่มีอะไรเร้าใจคนดูไม่มีฉากไคลแมกซ์ชวนช็อคแต่เรื่องราวของมันและสิ่งที ่เรารู้สึกได้ คิดได้จากหนังเรื่องนี้แหละที่รับรองจะทำให้คุ้มค่าตั๋ว
"กินอย่าอาย ตายอย่ากลัว ยากช่างหัว ตายปลด"
คือคำพูดและฉากที่ผมชอบมากฉากหนึ่งในหนังเรื่องนี้








