Crying out love , in the center of the world
posted on 24 Dec 2005 20:27 by nighty in Films
ไปดูมาแล้ว... ไม่ได้เป็นหนังที่เมโลดราม่าจนเรียกน้ำตาได้ทุกวัย แต่สำหรับผมมันคือความประทับใจ...
อีก 10 ข้างหน้า ผมสัญญากับตัวเองว่าจะดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง
เรื่องราวที่เกี่ยวข้องในบลอคของผม
บลอคอื่น
แคทคุง
merveillesxx
(spoiler)
ป ี 2003... วันนี้ก็เหมือนกับวันนั้นเลย ไต้ฝุ่นหมายเลข 29 ผ่านเข้ามา ทำให้การเดินทางเป็นอัมพาตหมด.. แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ต่างไป คนที่อยู่ข้างกายผมตอนนี้ไม่ใช่เธอคนนั้น...
ผมคิดว่าผมนั้นลืมเธอไปแล้ว... ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเท่าที่ผมกำลังยืนอยู่บนโลกใบนี้
ตอนนี้... สองหูของผมกำลังฟังเสียงของเธอ ผ่านทางเทปคาสเซตต์เก่า ๆ เสียงของเธอ และ เรื่องราวของเธอที่จากโลกใบนี้ไปแล้ว

ป ี 1986 ผมเจอเธอที่กำลังดักรอผมอยู่ที่บันไดหิน หลังจากนั้นวันหนึ่งในขณะที่กำลังจะกลับบ้านเธอบอกว่าให้ส่งไปรษณีย์บัตรแข่ งกันเพื่อชิงของรางวัลคือวอลค์แมนในรายการวิทยุมิดไนท์ เวฟ
ผมเขียนเรื่องโกหกลงไป... ผมคิดเสมอว่าเป็นเพราะไปรษณีย์บัตรแผ่นนั้น ที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมาน
มันเป็นความผิดของผมเองที่ทำให้ผมกับเธอไม่อาจจะอยู่เคียงข้างกันได้อีกแล้ว

ปี 2003 ก่อนวันแต่งงาน ฉันกำลังเก็บของเตรียมตัวย้ายบ้าน ในขณะที่ฉันกำลังเอาเสื้อในวัยเด็กมาดูเล่น ฉันก็พบบางสิ่ง
เทปคาสเซตต์ม้วนหนึ่ง ฉันอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่ามันคืออะไร... ฉันลองหาซื้อวอลค์แมนเล่นเทปคาสเซตต์มาฟัง
ทุกสิ่งหวนกลับมา... ฉันร้องไห้แล้วหลับตาลง
ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

世 界の中心で、愛をさけぶ (Sekai no chûshin de, ai wo sakebu) หรือ Crying out love in the center of the world (** เข้าใจผิดมาตลอดว่าความหมายของมันคือเรียกร้องหาความรัก แต่ที่จริงแล้วความหมายของมันคือตะโกนรักนั้นออกไป **) (ขอเรียกสั้น ๆ ตามฉบับญี่ปุ่นว่า "เซไค ไอ" ) สร้างจากหนังสือขายดี (เขาบอกว่า) ของประเทศญี่ปุ่น โดย เคียวอิจิ คาตายามะ ซึ่งสร้างทั้งเป็นภาพยนตร์ ละคร และ หนังสือการ์ตูน ซึ่งแต่ละอย่างต่างก็มุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่าง ๆ กัน ในหนังสือจะเน้นไปที่ "ความรัก" ภาพยนตร์จะเน้นที่ "ความทรงจำ" และ ละครจะมุ่งไปที่ "ชีวิต"
แ ม้ เซไค ไอ จะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาแน่น เข้มข้น นัก หลายอย่างที่ควรจะมีในหนังสือกลับไปอย่างน่าเสียดาย (แต่ก็ได้หลายสิ่งเข้ามาแทน) แต่เรื่องบรรยากาศหนังเรื่องนี้ไม่แพ้ใครรวมทั้งภาพที่สวยงามราวกับความทรงจ ำ
เซไค ไอ เต็มไปด้วยภาพแห่งความทรงจำ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับเด็กหรือวัยรุ่น เช่นเดียวกับ แฟนฉัน ที่ผู้ชมอายุน้อยไม่อาจที่จะเข้าถึงได้เท่ากับผ้ชมที่เคยผ่านประสบการณ์มา เซไค ไอ เช่นเดียวกัน ผู้ที่ชมควรจะเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือ ความทรงจำที่เจ็บปวด เพราะตัวละครในเรื่องไม่ว่าจะเป็น ซาคุทาโร่ หรือ ริทซึโกะ ต่างก็เคยเจ็บปวดกับความทรงจำแสนสุขที่เคยมี
เพราะมีความทรงจำจึงเจ็บปวด... แต่ทุกคนก็อยู่ได้ด้วยความทรงจำ
ฉ ากที่ผมชอบฉากหนึ่งคือฉากในโรงยิม ราวกับว่าอากิยังคงอยู่ถึงตรงนั้น... แม้ว่าความจริงมันอาจเป็นแค่ความคิด หรือ ภาพอันเพ้อฝัน แต่ว่า เสียงของเธอ ตัวตนของเธอนั้นปรากฏอย่างเด่นชัด ความเจ็บปวด... ซากุทาโร่พยายามจะหลีกหนีจากความทรงจำ บางทีเขาอาจจะลืมมันได้แล้ว และ เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองช่างโง่เขลาเพียงใดที่ลืมสิ่งที่มีค่าที่สุดไป
แต่ว่า...
ชีวิตจะคงดำเนินต่อไป โดยมีความทรงจำเป็นเส้นทางที่เราเดินผ่านมา
ค วามทรงจำจะคงอยู่กับเราตลอด เราไม่สามารถหลีกหนีมันพ้นไปได้ แต่หากเรายอมรับมัน... มันก็จะกลายเป็นเส้นทางใหม่ที่คอยถมทางที่ขรุขระหรือขาดหายไปให้เราก้าวต่อไ ป
ใจกลางโลก.. คือที่ไหน?
คำของร้องสุดท้ายของอากิคือช่วยเถ้านำกระดูกของเธอไปโปรยที่ใจกลางโลกที
แต่ว่า... ใจกลางโลกของอากิคืออุลูรู
ผมคิดว่าซาคุทาโร่กับริทซึโกะคงจะคิดเหมือนผม หากอุลูรูคือใจกลางโลก ใจกลางของโลกก็คือความตาย
หากเป็นเช่นนั้น... อากิก็คงจะตายไปจริง ๆ
ภาพยนตร์อาจจะทำให้ผมร้องห่มร้องไห้ไม่ได้ แต่ตอนที่ผมดูจบผมก็รำลึกขึ้นกับตัวเอง
ทั้งความเหงา ทั้งความทรงจำ
ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่เจ็บปวด หรือ ทรมาน แต่ท้ายที่สุดมันก็คือความงดงาม
ทั้งซาคุทาโร่ และ ริทซึโกะ ต่างก้ได้เรียนรู้จากมันแล้ว

หมายเหตุ :
ซับไตเติ้ลฉบับหนังโรงแปลได้โครตห่วย
ฟิลม์ภาพในโรงอนาถามาก...
หนังสือ ภาพยนตร์ และ ละคร ต่างกันราวกันเหมือนเป็นคนละเรื่อง








