book - ROSSO & BLUE แด่ความรักที่เยือกเย็น และ ร้อนแรง โหยหา และ อารวรณ์
posted on 24 Dec 2005 08:35 by nighty in iREAD
เมื่อไม่นานมานี้ (แต่ความจริงก็นานมาแล้ว)
ได้ลองอ่านนวนิยายคู่สุดโรแมนติกของญี่ปุ่นดู
ROSSO กับ BLU
(หรือ REISEI TO JYONETSU NO AIDA)
คือแยกกันเป็นสองฝ่ายอ่ะ ฝ่ายชายกับหญิง สีแดงเป็นผู้หญิง ส่วนสีฟ้าเป็นผู้ชาย
ผมนั้นได้ลองอ่านของผู้ชาย (BLU) ดูก่อน
คือเรื่องของฝ่ายชาย (จุนเซ) เป็นเรื่องตอนที่เขากำลังทำงานซ่อมภาพศิลปะที่หอศิลป์อิตาลีนะ
แล้วตอนนั้นเขาก็คบกับมามิ แฟนสาวของเขา
แต่ว่าเขายังลืมอาโออิคนรักเก่าของเขาไม่ได้
กรี๊ด ชั่วมาก ทั้งที่ในใจยังไม่ลืมคนเก่าแท้ ๆ กลับถวิลหาคนใหม่
(เหตุผลคือ เขาคิดว่าหากเขารักมามิทั้งใจเขาคงจะลืมอาโออิได้)
สุดท้ายความสัมพันธ์แบบนี้จะจบอย่างไรก็รู้ ๆ กันอยู่
เรื่องของจุนเซ (บลู) ผมว่าสนุกกว่า เรื่องของอาโออิครับ
เพราะเรื่องของจุนเซมีเหตุการณ์อะไร ๆ เยอะกว่า และ ก็เป็นฝ่ายคำนึงหาอาโออิมากกว่า
จุนเซเหมือนเป็นผู้รับ และ แสวงหาความสุข ครับ เพราะเขาไม่มีแม่ เกลียดพ่อ
ถูกคนที่เคารพทรยศ
คือเรื่องราวความรักของทั้งคู่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเล่มนี้ครับ
(เพราะจุนเซคิดถึงอาโออิมากกว่า)
ส่วนรอซโซ่ นี่เป็นเรื่องราวของอาโออิครับ ที่ค่อนข้างจะราบเรียบโครต ๆ ไม่ค่อยจะมีอะไรหวือหวาแบบจุนเซ
เธอมีชีวิตอยู่แบบความสุข กับ มาร์ฟ แฟนหนุ่มต่างชาติ
อ่านรอซซโซ่จะเห็นในด้านของอาโออิครับ ถึงแม้เธอจะคิดถึงจุนเซน้อยมาก
แต่ก็คำนึงถึงเขาเหมือนกัน
แล้วทำไมทั้งสองคนต้องเลิกรากันด้วยละ
จะรู้ไหม... อ่านเอาเอาเองสิ ^^'
เล่าเนื้อเรื่องทั้งหมดให้ฟังคร่าว ๆ แล้วกัน
คือจุนเซ กับ อาโออิ คบกับสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ก้มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกัน
และต่างก็หนีไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ (ไม่ใช่แค่ความโก้หรู แต่เกี่ยวกับจิตใจของตัวละครด้วย)
ทั้งคู่ดูเหมือนจะใช้ชีวิตอย่างปกติสุข แต่แล้วทั้งสอง ถึงแม้จะอยู่คนละที่ แต่ก็มีคน ๆ หนึ่งที่ชักนำทั้งสองอีกครั้ง
และ คำพูดเล่น ๆ ที่ไม่น่าใส่ใจ เมื่อ 10 ปีก่อน... ในวันเกิดครบรอบปีที่ 30 ของอาโออิ มาดูโดโมที่ฟลอเลนซ์ด้วยกัน
จะว่าไปความรักของสองคนนี้ก็ซับซ้อนใช่เล่นเลยนะครับ
ดู ๆ แล้ว จุนเซเหมือนเป็นผู้รับ ส่วนอาโออิเป็นผู้ให้
เพราะจุนเซดูแล้วเป้นผู้ที่โหยหาความรักมาตลอด และ เขามีเพียงแต่อาโออิเท่านั้น
จุนเซเหมือนเปลวเพลิงที่ร้อนแรง และ อาโออิเป็นสายน้ำที่เยือกเย็น ที่จะช่วยจุนเซ
แต่หากดูอีกด้านหนึ่งแล้วทั้งคู่คือหนึ่งในคู่รักที่ประสบกับปัญหาอันใหญ่หลวงและทั้งคู่ต่างก็มีบาดแผล
(แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรักกันอยู่ แต่ก็มีความรู้สึกผิดต่ออีกฝ่าย)
และ หลังจากนั้นเมื่อทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งหลังจากได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มาแล้วก็ถือว่าได้เรียนรู้จากบทเรียนแห่งชีวิต
และเหลือเพียงแต่ว่าทั้งสองคนจะทำยังไงต่อไป..
สรุปแล้วนี่คือนวนิยายรักลึกซึ้งอีกเรื่องหนึ่งครับ (แม้ว่าบางทีอาจจะเนื่อย ๆ ดูช้า ๆ ในบางช่วง)
ซึ่งสุดท้ายก็แล้วแต่วิจารณญานของผู้ซื้อ ส่วนตัวแอบชอบครับ
ถ้ามีโอกาสคงมาซือเก็บไว้และก็หาหนังที่สร้างมาจากหนังสือคู่นี้มาดู
เมื่อเวลาผ่านไปผมได้อ่านเรื่องนี้อีกรอบครับ
ผมกลับรู้สึกแตกต่างออกไปจากการอ่านครั้งแรกโดนสิ้นเชิง ตอนอ่านครั้งแรกผมคิดว่ามันเรียบเนือยไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่มาอ่านอีกครั้งรู้สึกว่ามันช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งและน่าประทับใจจริง ๆ ครับ ควมรู้สึกที่มีต่อตัวละครก็เปลี่ยนด้วย
อาโออิไม่ได้แค่คิดถึงจุนเซบ้าง แต่ก็ยังรัก ทว่าชีวิตของเธอยังคงที่จะต้องดำเนินต่อไปครับ เธอเลยเลือกที่จะมองข้างหน้า คงเป็นเพราะว่าเธอไม่อยากให้ทั้งจุนเซและตัวเองต้องเจ็บช้ำอีกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงกระนั้นเธอไม่คิดที่จะทิ้งมันไป ส่วนจุนเซก็ยังมีอาโออิอยู่ในหัวใจตลอดเวลา ไม่สามารถลบเลือนไปได้ (ทว่ากลับพยายามที่จะลบเลือนมันให้หายจากไป อย่างที่หลายคนบอก) เช่นเดียวกับอาโออิ คงเพราะว่าทั้งสองเป็นความร้อนแรงกับความเยือกเย็น ที่ผูกพันกัน และไม่สามารถแยกจากกันไปได้เสียแล้ว
ได้ลองอ่านนวนิยายคู่สุดโรแมนติกของญี่ปุ่นดู
ROSSO กับ BLU
(หรือ REISEI TO JYONETSU NO AIDA)
คือแยกกันเป็นสองฝ่ายอ่ะ ฝ่ายชายกับหญิง สีแดงเป็นผู้หญิง ส่วนสีฟ้าเป็นผู้ชาย
ผมนั้นได้ลองอ่านของผู้ชาย (BLU) ดูก่อน
คือเรื่องของฝ่ายชาย (จุนเซ) เป็นเรื่องตอนที่เขากำลังทำงานซ่อมภาพศิลปะที่หอศิลป์อิตาลีนะ
แล้วตอนนั้นเขาก็คบกับมามิ แฟนสาวของเขา
แต่ว่าเขายังลืมอาโออิคนรักเก่าของเขาไม่ได้
กรี๊ด ชั่วมาก ทั้งที่ในใจยังไม่ลืมคนเก่าแท้ ๆ กลับถวิลหาคนใหม่
(เหตุผลคือ เขาคิดว่าหากเขารักมามิทั้งใจเขาคงจะลืมอาโออิได้)
สุดท้ายความสัมพันธ์แบบนี้จะจบอย่างไรก็รู้ ๆ กันอยู่
เรื่องของจุนเซ (บลู) ผมว่าสนุกกว่า เรื่องของอาโออิครับ
เพราะเรื่องของจุนเซมีเหตุการณ์อะไร ๆ เยอะกว่า และ ก็เป็นฝ่ายคำนึงหาอาโออิมากกว่า
จุนเซเหมือนเป็นผู้รับ และ แสวงหาความสุข ครับ เพราะเขาไม่มีแม่ เกลียดพ่อ
ถูกคนที่เคารพทรยศ
คือเรื่องราวความรักของทั้งคู่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเล่มนี้ครับ
(เพราะจุนเซคิดถึงอาโออิมากกว่า)
ส่วนรอซโซ่ นี่เป็นเรื่องราวของอาโออิครับ ที่ค่อนข้างจะราบเรียบโครต ๆ ไม่ค่อยจะมีอะไรหวือหวาแบบจุนเซ
เธอมีชีวิตอยู่แบบความสุข กับ มาร์ฟ แฟนหนุ่มต่างชาติ
อ่านรอซซโซ่จะเห็นในด้านของอาโออิครับ ถึงแม้เธอจะคิดถึงจุนเซน้อยมาก
แต่ก็คำนึงถึงเขาเหมือนกัน
แล้วทำไมทั้งสองคนต้องเลิกรากันด้วยละ
จะรู้ไหม... อ่านเอาเอาเองสิ ^^'
เล่าเนื้อเรื่องทั้งหมดให้ฟังคร่าว ๆ แล้วกัน
คือจุนเซ กับ อาโออิ คบกับสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ก้มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกัน
และต่างก็หนีไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ (ไม่ใช่แค่ความโก้หรู แต่เกี่ยวกับจิตใจของตัวละครด้วย)
ทั้งคู่ดูเหมือนจะใช้ชีวิตอย่างปกติสุข แต่แล้วทั้งสอง ถึงแม้จะอยู่คนละที่ แต่ก็มีคน ๆ หนึ่งที่ชักนำทั้งสองอีกครั้ง
และ คำพูดเล่น ๆ ที่ไม่น่าใส่ใจ เมื่อ 10 ปีก่อน... ในวันเกิดครบรอบปีที่ 30 ของอาโออิ มาดูโดโมที่ฟลอเลนซ์ด้วยกัน
จะว่าไปความรักของสองคนนี้ก็ซับซ้อนใช่เล่นเลยนะครับ
ดู ๆ แล้ว จุนเซเหมือนเป็นผู้รับ ส่วนอาโออิเป็นผู้ให้
เพราะจุนเซดูแล้วเป้นผู้ที่โหยหาความรักมาตลอด และ เขามีเพียงแต่อาโออิเท่านั้น
จุนเซเหมือนเปลวเพลิงที่ร้อนแรง และ อาโออิเป็นสายน้ำที่เยือกเย็น ที่จะช่วยจุนเซ
แต่หากดูอีกด้านหนึ่งแล้วทั้งคู่คือหนึ่งในคู่รักที่ประสบกับปัญหาอันใหญ่หลวงและทั้งคู่ต่างก็มีบาดแผล
(แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรักกันอยู่ แต่ก็มีความรู้สึกผิดต่ออีกฝ่าย)
และ หลังจากนั้นเมื่อทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งหลังจากได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มาแล้วก็ถือว่าได้เรียนรู้จากบทเรียนแห่งชีวิต
และเหลือเพียงแต่ว่าทั้งสองคนจะทำยังไงต่อไป..
สรุปแล้วนี่คือนวนิยายรักลึกซึ้งอีกเรื่องหนึ่งครับ (แม้ว่าบางทีอาจจะเนื่อย ๆ ดูช้า ๆ ในบางช่วง)
ซึ่งสุดท้ายก็แล้วแต่วิจารณญานของผู้ซื้อ ส่วนตัวแอบชอบครับ
ถ้ามีโอกาสคงมาซือเก็บไว้และก็หาหนังที่สร้างมาจากหนังสือคู่นี้มาดู
เมื่อเวลาผ่านไปผมได้อ่านเรื่องนี้อีกรอบครับ
ผมกลับรู้สึกแตกต่างออกไปจากการอ่านครั้งแรกโดนสิ้นเชิง ตอนอ่านครั้งแรกผมคิดว่ามันเรียบเนือยไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่มาอ่านอีกครั้งรู้สึกว่ามันช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งและน่าประทับใจจริง ๆ ครับ ควมรู้สึกที่มีต่อตัวละครก็เปลี่ยนด้วย
อาโออิไม่ได้แค่คิดถึงจุนเซบ้าง แต่ก็ยังรัก ทว่าชีวิตของเธอยังคงที่จะต้องดำเนินต่อไปครับ เธอเลยเลือกที่จะมองข้างหน้า คงเป็นเพราะว่าเธอไม่อยากให้ทั้งจุนเซและตัวเองต้องเจ็บช้ำอีกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงกระนั้นเธอไม่คิดที่จะทิ้งมันไป ส่วนจุนเซก็ยังมีอาโออิอยู่ในหัวใจตลอดเวลา ไม่สามารถลบเลือนไปได้ (ทว่ากลับพยายามที่จะลบเลือนมันให้หายจากไป อย่างที่หลายคนบอก) เช่นเดียวกับอาโออิ คงเพราะว่าทั้งสองเป็นความร้อนแรงกับความเยือกเย็น ที่ผูกพันกัน และไม่สามารถแยกจากกันไปได้เสียแล้ว
Tags: blu, book, japan, rosso2 Comments










#1 By jkm (58.136.97.199) on 2007-02-21 13:35